โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘จอห์นนี โซมาลี’ ใน ‘วันว่างๆ’ : ข้อคำนึงถึง ‘ยาเสพติด’ และ ‘อาชญากรรม’ แบบใหม่ที่โลกเพิ่งรู้จัก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 พ.ค. เวลา 09.40 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 06.35 น.

ผู้ติดตามข่าวสารวัฒนธรรมร่วมสมัยในโลกโซเชียลคงคุ้นเคยหรือเคยได้ยินชื่อของ “จอห์นนี โซมาลี” รวมถึงผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์นี้ทุกตอนก็อาจจะพอคุ้นๆ เพราะเคยเขียนเรื่องของเขาลงคอลัมน์นี้ในฉบับวันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2024 หรือราวปีครึ่งก่อนหน้านี้พอดีเป๊ะ

สรุปย้อนความหน่อยว่า “จอห์นนี โซมาลี” มีชื่อจริงว่า แรมซีย์ คาลิด อิสมาเอล (Ramsey Khalid Ismael) เป็นสตรีมเมอร์ชาวอเมริกันผู้โด่งดังจากการทำคอนเทนต์แบบไลฟ์ถ่ายสด IRL (In Real Life) เน้นการก่อความเดือดร้อนรำคาญในพื้นที่สาธารณะเพื่อแลกกับยอดวิวและเงินโดเนท เขาตระเวนสร้างความวุ่นวายในหลายประเทศ ทั้งไทย อิสราเอล และญี่ปุ่น ที่แม้ก่อนหน้าเขาจะถูกทำร้ายหรือดำเนินคดีก็ยังสามารถรอดมาได้ด้วยความที่เขาฉลาดพอจะเลี้ยงระดับของการกระทำให้ให้อยู่แค่การฝ่าฝืนกฎหมายที่เป็นความผิดสถานเบาหรือลหุโทษที่มีระวางโทษอยู่แค่การปรับหรือให้ออกนอกประเทศ และเขาก็มักโวยวายอ้างว่าตัวเองตกเป็นเหยื่อของการเหยียดสีผิวจึงถูกเล่นงานเช่นนั้น

ความย่ามใจทำให้เขาไปล้ำเส้นขั้นสุดที่เกาหลีใต้ด้วยการลวนลามรูปปั้นรำลึกสตรีบำเรอ (Comfort women) ที่เป็นเหยื่อจากสงครามโลกครั้งที่สอง พฤติกรรมนี้จุดชนวนความโกรธแค้นระดับชาติจนเขาถูกคนเกาหลีใต้ตามล่าทำร้ายกลางไลฟ์สดแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน นอกจากนี้ยังถูกทางการเกาหลีใต้ได้ดำเนินคดีต่อเขาอย่างจริงจัง และออกมาตรการที่เจ้าตัวคาดไม่ถึง ด้วยการสั่งห้ามเขาเดินทางออกนอกประเทศและดำเนินคดีอาญาต่ออย่างจริงโดยไม่ปล่อยให้จบแค่โทษปรับอย่างกรณีที่ผ่านมา

ในตอนนี้ผ่านไปราวปีครึ่ง ที่ใช้เวลานานเกินกว่าที่ใครจะคาดหมายแม้แต่เจ้าตัวเพราะในคดีนี้ทางการเกาหลีใต้นั้นเอาจริงโดยอายัดตัวไว้ระยะยาวรอผลการสอบสวนเพื่อรวมฟ้องกันหลายคดี ทำให้ “จอห์นนี โซมาลี” นั้นต้องอยู่ในประเทศเกาหลีใต้ตลอดระยะเวลาดังกล่าวโดยไม่อาจสร้างรายได้จากการสตรีมมิ่งได้ด้วย

สุดท้าย ผลคำพิพากษาของศาลแขวงกรุงโซลตะวันตกเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2026 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยสตรีมเมอร์ชื่อดังเป็นเวลา 6 เดือน บวกโทษกักขังอีก 20 วัน รวมถึงให้ใช้แรงงาน โดยศาลพิพากษาว่าเขามีความผิดทุกกระทงตามฟ้อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อหารบกวนขัดขวางการประกอบธุรกิจจากการป่วนร้านสะดวกซื้อ สวนสนุก และระบบขนส่งมวลชน แต่ที่กระทงหนักที่สุดคือความผิดฐานสร้างและเผยแพร่เนื้อหาลามกอนาจารด้วยเทคโนโลยี Deepfake ซึ่งถือเป็นความผิดในกลุ่มอาชญากรรมทางเพศ ซึ่งจะส่งผลต่อสถานะของเขาหลังจากนี้ด้วย

คำพิพากษาตอนหนึ่งอันเป็นเหตุให้ศาลพิพากษาว่ามีความผิดจริงและสมควรรับโทษนี้ ระบุว่า “จำเลยแสดงพฤติกรรมเพิกเฉยและไม่เคารพต่อกฎหมายอย่างร้ายแรง โดยจงใจละเมิดสิทธิผู้อื่นในที่สาธารณะซ้ำซาก เพียงเพื่อหวังผลกำไรและรายได้จากการทำคอนเทนต์ในอินเตอร์เน็ต”

หลังข่าวจุดจบของเจ้าพ่อคอนเทนต์ขยะระดับโลกไปได้ราวสองสัปดาห์ ช่วงปลายเดือนเดียวกัน ในประเทศไทยก็เกิดดราม่าในลักษณะเดียวกันจากวีรกรรมของอินฟลูเอนเซอร์เจ้าเก่าชาวเราเอง “เบิร์ด วันว่างๆ” ที่ทำคอนเทนต์เล่นพิเรนทร์ในช่วงสงกรานต์ที่พระประแดง โดยการถ่ายคลิปในตอนแรกเขาแสดงให้เห็นว่านำเอากาวยาแนวมาผสมน้ำแล้วเดินป้ายหน้าและศีรษะของคนที่ผ่านไปมา จนคลิปกลายเป็นไวรัลและถูกสังคมรุมประณามอย่างหนัก เนื่องจากกาวยาแนวเป็นสารเคมีอันตรายระดับอาจทำให้ผิวหนังเสียหายหรือตาบอดได้

แม้ในภายหลังเจ้าตัวได้ทำคลิปแก้ตัวว่าสิ่งที่อยู่ในถุงนั้นคือ “แป้งมัน” นำมาจัดฉากเพื่อเรียกยอดวิว แต่ก็กลับปรากฏว่ามีผู้เสียหายตัวจริงที่มีภาพปรากฏในคลิปและได้ถูกป้ายด้วยสารต้องสงสัยนั้นจนมีอาการตาอักเสบ แสบผิว และผมแข็งจับตัวเป็นก้อนล้างไม่ออกเข้าร้องเรียนและแจ้งความดำเนินคดี ในขณะเดียวกันบริษัทเจ้าของแบรนด์กาวยาแนวก็เตรียมพิจารณาดำเนินคดีทางกฎหมายด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทางตำรวจไซเบอร์ได้รวบรวมหลักฐานเพื่อเตรียมสั่งปิดบัญชีโซเชียลมีเดียของเขาและดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งตามประมวลกฎหมายอาญาและ พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตาม แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้มีท่าทีสลดต่อการกระทำ ยังคงโพสต์ข้อความและปล่อยคลิปทำเป็นว่าหนีไปต่างประเทศเพื่อยั่วยุชาวเน็ตอยู่

“เบิร์ด วันว่างๆ” มีชื่อจริงว่า นายธีระวัฒน์ ศรีรอด เป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่เริ่มต้นจากการเป็นหนึ่งในแก๊ง“น้ำไม่อาบ” โด่งดังจากการทำคอนเทนต์แกล้งคนแบบพิเรนทร์พิสดาร โดยมักเชิญอินฟลูเอนเซอร์รายอื่นๆ มาร่วมทำกิจกรรมที่บางครั้งเข้าข่ายการกลั่นแกล้งเสี่ยงอันตราย โดยล่าสุดที่ทำให้เป็นที่รู้จักในสังคมวงกว้างเพราะเขามีส่วนพัวพันในการทำคอนเทนต์ละเมิดสิทธิและรังแก “แบงค์ เลสเตอร์” จนเสียชีวิตและนำไปสู่การถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ก่อนหน้านี้

ทั้งเรื่องของ “จอห์นนี โซมาลี” และ “เบิร์ด วันว่างๆ” นั้นเป็นดอกผลจากต้นปัญหาอันมีรากเดียวกัน คือการทำคอนเทนต์รบกวนความสงบเรียบร้อยเป็นอยู่ร่วมกันของสังคมโดยมีผลประโยชน์คือทุนอันมหาศาลจากแพลตฟอร์มหนุนหลัง ซึ่งอาจจะถือว่าเป็นภัยคุกคามหรืออาชญากรรมรูปแบบใหม่ของวัฒนธรรมและสังคมมนุษย์ในศตวรรษต่อไป ที่ “กฎหมาย” ในรูปแบบเดิมนั้นไม่อาจตามทันได้

หากนำการกระทำของเหล่าสตรีมเมอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้มาถอดองค์ประกอบและพิจารณากันด้วยความผิดอาญาแบบเดิมๆ ไม่ว่าตามกฎหมายของประเทศใดก็ตามจะพบว่าล้วนเป็นความผิดเล็กน้อยที่เรียกว่าความผิดลหุโทษทั้งสิ้น โดยเป็นเพียงพฤติกรรม “รบกวน” สังคมหรือความเป็นอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของผู้คนเท่านั้น เช่น การพูดจาล้อเลียน ส่งเสียงดังหรือเปิดเพลงเสียงดังในที่สาธารณะ หรือก่อกวนคนเดินถนนในระดับที่ไม่ถึงกับทำร้ายร่างกาย

อาจยกเว้นเพียงกรณีของ “เบิร์ด วันว่างๆ” ที่อาจจะหนักข้อไปหน่อย โดยเฉพาะในกรณีหลังที่พอจะเข้าข่ายเป็นความผิดอาญารุนแรงจริงจังคือทำร้ายผู้อื่นให้เป็นอันตรายแก่กาย แต่ก็เป็นเพียงความผิดระดับกลางเท่านั้นถ้าจะชี้วัดกันตามระดับความผิด

นี่คือสาเหตุว่า ทำไม “จอห์นนี โซมาลี” ถึงสามารถรอดเงื้อมมือของกฎหมายมาได้เป็นเวลานานกว่าจะมาจนมุมที่ประเทศเกาหลีใต้ ทั้งๆ ที่เคยไปก่อการเช่นนี้มาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก

เหตุที่กฎหมายมองพฤติกรรมรบกวนความเป็นอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคมนั้นเป็นเพียงความผิดลหุโทษหรือโทษอาญาสถานเบา ก็เนื่องจากว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย สิทธิ เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของบุคคลใดบุคคลหนึ่งอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม ดังนั้นในสายตา (หรือจินตนาการ) ของกฎหมายจึงไม่เห็น “ประโยชน์” หรือ “แรงจูงใจ” อะไรในการกระทำความผิดในลักษณะนั้น แตกต่างจากการทำร้ายร่างกาย ทำลายชีวิต หรือลักทรัพย์ ที่ดูจะมี “ผลประโยชน์” หรือแรงจูงใจอันมิชอบให้กระทำการมากกว่า

เมื่อการกระทำนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ประกอบกับคนที่กระทำก็ไม่น่าจะได้ประโยชน์อะไรเป็นพิเศษ ผู้ที่กระทำการในลักษณะรบกวนสังคมในโลกยุคก่อนในสายตาของกฎหมาย ก็น่าจะได้แก่คนที่ขาดความยับยั้งชั่งใจ คนนิสัยแย่ หรือแค่คนขาดความรู้การควรการไม่ควรซึ่งไม่ควรถือเป็นผู้ชั่วร้ายถึงขนาดที่กฎหมายสมควรจะลงโทษทางอาญาอย่างรุนแรงในระดับเดียวกับผู้กระทำความผิดทางอาญาที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงด้วยเจตนาที่ร้ายกว่าหรือโดยทุจริต ซึ่งถ้าพิจารณาในแง่มุมนี้ เหตุผลนี้เองที่ทำให้การกระทำหรือพฤติกรรมในลักษณะนี้เป็นความผิดสถานเบา

หากโลกในยุคของสื่อสังคมออนไลน์ นอกจากจะทำให้ภูมิทัศน์ของสื่อและปฏิสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ยังกระทบกับคุณธรรมของกฎหมายในแง่นี้ด้วย จากเดิม การกระทำที่ดูไม่น่าจะมี“ผลประโยชน์” อะไรกลับกลายเป็นว่า ถ้าใครสามารถทำพฤติกรรมรบกวนสังคม หรือสร้างความเดือดร้อนให้กระทบกระเทือนความเป็นอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของผู้คนได้อย่างถึงขนาดเพียงพอจนได้รับความสนใจไม่ว่าจะในแง่บวกหรือแง่ลบ ผู้นั้นอาจได้รับรางวัลเป็นชื่อเสียงและเงินทองที่มีผู้พร้อมจ่ายให้ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม โดยอาจจะมีผู้จ่ายเงินให้เพราะชอบใจที่เรียกว่าการโดเนท (Donate) โดยตรงผ่านระบบของขวัญของแพลตฟอร์ม หรือการได้ยอดวิวและเป็นส่วนแบ่งค่าโฆษณาจากแพลตฟอร์ม

ผลประโยชน์นี้เองกลายเป็นแรงจูงใจให้มีการกระทำความผิดในลักษณะนี้มากขึ้น และจากที่เคยเป็นความผิดเล็กน้อย แต่เมื่อมันเกิดขึ้นบ่อยก็เป็นความเดือดร้อนรำคาญที่ส่งผลกระทบหนักขึ้น หรือสำหรับสตรีมเมอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์บางรายก็ยกระดับการกลั่นแกล้งรบกวนให้หนักหนาขึ้นเพื่อเรียกยอดวิวให้มากขึ้นไปอีก จนในที่สุดก็กลายเป็นปัญหาสังคมที่ส่งผลกระทบไปทั้งโลกโดยไม่ใช่ปัญหาของประเทศใดประเทศหนึ่งอีกต่อไปแล้ว

ปัญหานั้นไม่ได้อยู่ที่เพียงตัวบุคคลคือสตรีมเมอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่หิวเงินจนทำคอนเทนต์กลั่นแกล้งรบกวนที่พิเรนทร์หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสร้างรายได้หรือหาผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว หากตัวแฟลตฟอร์มเองก็มองเห็นช่องทางหาประโยชน์จากการหลับตาข้างเดียวปล่อยให้มีคอนเทนต์ในลักษณะนี้ให้เปิดให้เข้าถึงได้บนพื้นที่ของตนด้วย

แม้ว่าสื่อออนไลน์หลักไม่ว่าจะแอพพ์แดง แอพพ์น้ำเงิน หรือแอพพ์ดำ จะเริ่มมีมาตรการที่เข้มงวดในการป้องกันเนื้อหาขยะในลักษณะดังกล่าว แต่ก็ยังมีบางแพลตฟอร์มที่อาศัยอ้างเสรีภาพในการแสดงออกเพื่อหลับตาข้างหนึ่งแล้วปล่อยให้ตัวเองเป็นสวรรค์ของนักสร้างคอนเทนต์แนวก่อกวนและผู้นิยมคอนเทนต์แนวนี้ โดยรู้กันว่าที่นี่มีมาตรฐานในห้ามปราบเรื่องพวกนี้ต่ำ เช่น แพลตฟอร์มสีฟ้าที่มีชื่อทำนองว่า“ถีบ” ซึ่ง เป็นที่รู้กันว่ามีเว็บกาสิโนออนไลน์อยู่เบื้องหลังนั้น ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับสตรีมเมอร์สายเทาที่ถูกแบนจากแพลตฟอร์มอื่นมาแล้ว โดยที่นี่จะยอมรับคอนเทนต์ที่แพลตฟอร์มกระแสหลักไม่ยอมรับ โดยลดมาตรฐานในการคัดกรองพฤติกรรมรบกวนสังคมด้านอื่นๆ ลงมา ซึ่งแพลตฟอร์มนี้ถ้าจะแบนผู้สร้างคอนเทนต์รายใด จะต้องเป็นกรณีที่แพลตฟอร์มกลัวจะซวย หรือเงื้อมมือของกฎหมายจะเอื้อมมาถึงตัวแล้วจริงๆ เท่านั้น

เรื่องนี้ถ้าจะมองในแง่ว่า การที่คอนเทนต์ในลักษณะกลั่นแกล้งผู้คนหรือรบกวนสังคมนี้เติบโตสร้างยอดวิวและรายได้มหาศาลนี้ เป็นเพราะมันถูกใจหรือเป็นที่ชื่นชอบของคนส่วนมากนั้นก็อาจจะจริง ซึ่งมันก็จริงเหมือนกับที่ผู้คนมีแนวโน้มจะชอบสื่อลามกที่มีความรุนแรง วิปริต หรือตัวแสดงอายุน้อย หรือมีแนวโน้มจะหลงไปใช้และติดสารเสพติดนั่นแหละ

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ในสายตาของรัฐและกฎหมาย ก็ควรพิจารณาคอนเทนต์ในลักษณะนี้ และผู้ให้บริการไม่ว่าจะระดับผู้สร้างหรือแพลตฟอร์มในลักษณะเดียวกับผู้ผลิตและจำหน่าย “สิ่งเสพติด” ด้วยหรือไม่ นี่คือความท้าทายแห่งยุคสมัยสำหรับรูปแบบของอาชญากรรมที่โลกเพิ่งได้ทำความรู้จักจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘จอห์นนี โซมาลี’ ใน ‘วันว่างๆ’ : ข้อคำนึงถึง ‘ยาเสพติด’ และ ‘อาชญากรรม’ แบบใหม่ที่โลกเพิ่งรู้จัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...