โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทักษิณ” ได้บทเรียนชีวิตหนัก “จักรภพ” เชื่อยังคงมีบทบาทต่อประเทศ แต่ไม่เดินเกมแบบเดิม

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“จักรภพ” ชี้ “ทักษิณ ชินวัตร” ได้บทเรียนชีวิตอย่างหนักจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดหลายปี มองอนาคตประเทศสำคัญกว่าความแค้น เชื่อยังคงมีบทบาท แต่ไม่เดินเกมแบบเดิม ย้ำ เป็นคนมีศักยภาพ

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษว่า โดยส่วนตัวรู้สึกยินดีและเชื่อว่านายทักษิณ ได้รับบทเรียนชีวิตอย่างหนักจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมมองว่าหลังจากนี้นายทักษิณยังคงมีบทบาทต่อประเทศ แต่ไม่น่าจะเดินเกมการเมืองในรูปแบบเดิมอีก

นายจักรภพ กล่าวต่อไปว่า จากการสังเกตสีหน้าและท่าทีของนายทักษิณ เห็นได้ชัดว่ารับรู้ถึงความหนักหนาสาหัสของสิ่งที่เผชิญมา แต่ด้วยบุคลิกที่เป็นคนมุ่งมั่น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทั้งด้านธุรกิจ การเมือง หรือครอบครัว ก็ยังสามารถเดินหน้าต่อได้เสมอ โดยมองว่าความเข้มแข็งไม่ใช่ปัญหา หากแต่อยู่ที่ว่าหลังจากนี้นายทักษิณจะเลือกทำอะไร

“เรื่องสุขภาพ เรื่องการทำประโยชน์ให้บ้านเมือง แม้อาจไม่ใช่การเมืองโดยตรง ผมคิดว่าท่านยังเดินต่อแน่นอน โดยส่วนตัวแล้วที่ผ่านมาท่านทักษิณมีความเมตตากับผมมาก แต่ผมยังไม่ได้รีบเข้าไปพบ เพราะอยากรอให้ท่านสะดวกก่อน และหากได้พูดคุยกันสิ่งที่อยากหารือไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่คือทิศทางการเมืองและอนาคตประเทศ”

พร้อมกล่าวถึงคำพูดของนายทักษิณ ที่ระบุว่า “ไปจำศีลมา” ว่า คำว่า “ศีล” อาจหมายถึง “ความปกติ” เพราะชีวิตที่ผ่านมาอาจเต็มไปด้วยความไม่ปกติและความผันผวน ขณะที่การอยู่ภายในเรือนจำ แม้ไม่มีใครต้องการแต่ก็อาจทำให้ได้มีเวลาทบทวนตัวเอง ได้พบคนที่อยากพบ และได้ประมวลข้อมูลใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีหลัง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจในอนาคต

ขณะเดียวกัน นายจักรภพ ยังมองว่า นายทักษิณเป็นคนรักประเทศชาติมาก เมื่อมองประเทศไทยในวันนี้ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า ความมั่นคง หรือแม้แต่ปัญหาประชากร ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในจุดที่ควรจะเป็นในการแข่งขันระดับโลก นายทักษิณจึงคงต้องคิดว่าจะทำประโยชน์อะไรให้ประเทศได้บ้าง ซึ่งไม่อยากให้ตีความว่าเป็นข้ออ้างในการกลับมาเล่นการเมือง แต่การจะให้คนอย่างนายทักษิณหยุดคิดเรื่องบ้านเมืองคงเป็นไปไม่ได้ เพราะโดยธรรมชาติแล้วนายทักษิณเป็นคนที่เมื่อเห็นปัญหา ก็ต้องการแก้ปัญหาและหาทางออก แต่ที่ผ่านมาบางฝ่ายอาจต้องการให้นายทักษิณยอมรับสภาพและหยุดเคลื่อนไหวมากกว่า ซึ่งปัญหาทางการเมืองไทยส่วนหนึ่งเกิดจากการตีความ และวัฒนธรรมแบบอุปถัมภ์ในสังคมไทย ที่เมื่อเจอคนมั่นใจในตัวเองมากๆ ก็อาจถูกมองว่าแข็งกร้าวหรือพร้อมเปิดสงคราม ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจไม่ใช่เช่นนั้น

เมื่อถามถึงบทบาทของ นายทักษิณ ต่อพรรคเพื่อไทยในสถานะพรรคร่วมรัฐบาล นายจักรภพ ระบุว่า นายทักษิณเป็นคนที่มีความสามารถในการมองคนและจัดวางคนตามสถานการณ์ โดยยกตัวอย่างว่า แม้แต่การเลือก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เมื่อเคยถามเหตุผล นายทักษิณตอบสั้นๆ เพียงว่า “เขาแข็งพอ” ไม่ได้ระบุว่าเก่งด้านใดเป็นพิเศษ ดังนั้น ในบางสถานการณ์จึงต้องเลือกคนตามความจำเป็นของช่วงเวลานั้น เหมือนบางครั้งต้องใช้ค้อนแข็งมาทุบ แต่หากแข็งเกินไปก็อาจไม่เหมาะกับสถานการณ์ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้บทบาทของนายทักษิณน่าจะเป็นการใช้ประสบการณ์และความสามารถในการวางคนแบบเงียบๆ มากกว่าการออกหน้าเหมือนในอดีต

สำหรับกระแสความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย รวมถึงความสัมพันธ์กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายเนวิน ชิดชอบ นั้น นายจักรภพ เชื่อว่าไม่น่าจะมีเรื่องล้างแค้น เพราะนายทักษิณไม่ใช่คนล้างแค้น แต่เป็นคนที่พยายามทำสมดุลให้กลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ ยอมรับว่าในอดีตนายทักษิณอาจแสดงออกตรงเกินไป หรือไม่ใส่ใจที่จะอธิบายกับคนที่ไม่เห็นด้วย จนทำให้เกิดศัตรูทางการเมืองเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน นายจักรภพ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศไทยเสียเวลากับความขัดแย้งทางการเมืองมากว่า 20 ปี ขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่หลายปัญหาในประเทศกลับแทบไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะ โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ และการเกษตร-อาหารโดยรวม วันนี้ประเทศไทยควรเป็นผู้นำอาเซียนแล้ว แทนที่จะเสียเวลากับความขัดแย้งภายในจนต้องมานั่งอธิบายตนเองเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน เหมือนเรากลับกลายเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่งในสายตาโลก พูดง่ายๆ คือเราเสียความเป็นผู้ใหญ่ไปมากในห้วงเวลา 25 ปีที่ผ่านมานี้

ในช่วงท้าย นายจักรภพ ย้ำด้วยว่า นายทักษิณยังมีศักยภาพในระดับระหว่างประเทศ เพราะสามารถพูดคุยกับผู้นำโลกได้หลายคน ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งหากใช้ศักยภาพดังกล่าวให้ถูกทาง จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศมากกว่าการวิตกกังวลกับบทบาททางการเมืองของนายทักษิณ “ทุกฝ่ายควรใช้จังหวะนี้ทบทวนบทบาทตัวเอง ไม่ใช่เฉพาะนายทักษิณเท่านั้น แต่รวมถึงทุกกลุ่มในสังคม เพราะโลกและสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว การยึดติดกับตัวละครเดิมในบทบาทเดิม อาจทำให้ประเทศหยุดอยู่กับที่ วันนี้อะไรก็ได้ขอให้ประเทศเดินไปข้างหน้า แม้จะยังเห็นต่างกัน แต่ต้องหาทางอยู่ร่วมกันให้ได้ เพราะถ้าประเทศยังติดอยู่กับความขัดแย้งเดิม เราจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ ในโลกที่แข่งขันกันหนักขึ้นทุกวัน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ทักษิณ” ได้บทเรียนชีวิตหนัก “จักรภพ” เชื่อยังคงมีบทบาทต่อประเทศ แต่ไม่เดินเกมแบบเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...