โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศิริกัญญา หวั่นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก รัฐบาลอย่าหวังแค่คะแนนนิยม

Khaosod

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ศิริกัญญา หวั่นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก รัฐบาลอย่าหวังแค่คะแนนนิยม

ศิริกัญญา กังวลประวัติศาสตร์ซ้ำรอยซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก ค้านดึงงบ กทปส.-กองทุนกีฬาฯ มาใช้ผิดวัตถุประสงค์ แค่หวังผลคะแนนนิยม เอาใจแฟนบอล

เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณ 1.3 พันล้านบาทให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ว่า จริงๆ วันนี้มติ ครม.ยังคลุมเครือว่าตกลงใครจะเป็นคนซื้อลิขสิทธิ์ ใครจะเป็นคนจ่ายเงิน

จึงสร้างความกังวลว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมหรือไม่ เพราะเมื่อ 4 ปีที่แล้ว แหล่งที่มาของเงินก็มาจากหลายส่วน ส่วนหนึ่งมาจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ประมาณครึ่งหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งมาจากกองทุนกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และเอกชนลงขันกัน

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ตอนนั้นมีข้อครหาออกมา 2 ส่วน คือส่วนแรก กองทุน กทปส. ไม่ได้มีไว้สำหรับการเอามาใช้ในรูปแบบลักษณะนี้ แต่วัตถุประสงค์ของ กทปส. คือการเอาไปใช้ทำให้คนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง มีโอกาสที่จะเข้าถึงสื่อต่างๆ เช่น คนที่มีรายได้น้อยหรือคนพิการในรูปแบบต่างๆ กองทุนตัวนี้จะเข้าไปช่วยอุดหนุนในส่วนที่จะทำให้คนกลุ่มนี้ได้เข้าถึงมากขึ้น ดังนั้น จึงไม่ได้มีข้อกำหนดเกี่ยวข้องที่จะทำให้คนทั้งประเทศได้ดูถ่ายทอดสดบอลโลกฟรี

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ส่วนกองทุนพัฒนากีฬา คนอาจจะยังตั้งข้อสังเกตเหมือนกันว่าจริงๆ แล้วควรเอามาใช้พัฒนากีฬาในประเทศมากกว่าการเอาไปซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่ ถึงแม้ว่าเขาอาจจะบอกว่ามันจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่อยากที่จะพัฒนาเล่นกีฬาอาชีพอะไรต่างๆ ก็ตาม

ดังนั้น ความที่มันยังเกิด ความไม่แน่นอนว่าแหล่งเงินจะมาจากที่ไหน ทำให้กังวลว่าท้ายที่สุด ถ้าไม่มีเอกชนเข้ามาลงขัน สุดท้ายอาจจะเป็นรูปแบบการอุดหนุนแบบเดิมๆ หรือไม่

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า แต่ในรอบนี้มีบริบทที่แตกต่างออกไปคือ ประการแรก กฎ Must Have ที่ระเบียบของ กสทช. ที่ระบุว่าจะต้องมีรายการกีฬาใดบ้างที่ต้องมีการถ่ายทอดสดฟรีให้กับประชาชนได้ดู และเอาฟุตบอลโลกออกไปแล้ว ดังนั้น ก็ไม่ได้มีความจำเป็นขนาดนั้นอีกต่อไป ที่จะต้องถ่ายทอดสดให้คนได้ดูฟรีใช่หรือไม่

ประการที่สอง เรื่องแรงจูงใจของเอกชน เช่น ครั้งก่อนก็ยังเป็นคดีความกันอยู่เลย เรื่องระหว่าง True กับ กสทช. ที่เมื่อได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดไปแล้ว กลับไม่ได้ปฏิบัติตามกฎ Must Carry คือทำให้ไม่สามารถดูได้ผ่านทุกๆ ช่องทาง ทุกแพลตฟอร์ม บางกล่องก็เกิดปรากฏการณ์จอดำใช่หรือไม่ หรือบางแพลตฟอร์มก็ดูไม่ได้ เป็นต้น

เพราะมีการบล็อก เนื่องจากคนที่ใส่เงิน เขาก็มีแรงจูงใจที่จะแสวงหาผลกำไรจากที่ได้ลงทุนไปแล้วทั้งนั้น ดังนั้น ก็เป็นเหตุผลว่าถ้ารอบนี้จะต้องซื้อลิขสิทธิ์จริงๆ ขอให้เป็นเอกชนที่มีแรงจูงใจในเรื่องนี้ ในการเป็นคนที่ใส่เงินลงมา มากกว่าที่จะเป็นทางฝั่งของภาครัฐ

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลรีบฟันธงว่าได้ดูฟรีแน่นอน ทำให้อำนาจต่อรองที่จะพูดคุยเจรจากับทางเอเยนต์ที่ถือสิทธิ์ในการขายลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกเองก็ดี หรือเอกชนที่อยากที่จะลงขัน แต่ไม่ได้อยากที่จะลงเงินตัวเองทั้งหมด อาจจะใช้ตรงนี้เป็นช่องเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเป็นคนจ่ายเงินสมทบด้วยหรือไม่

ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่งบประมาณที่ต้องเอามาจัดจ่ายใช้สอยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า แต่ในความเป็นจริง เงินจากกองทุนมันมีวัตถุประสงค์อยู่ แล้วถ้ามันไม่ได้เอามาใส่ในกองทุน มันก็ควรจะต้องเป็นรายได้ที่นำส่งเข้าคลังด้วยซ้ำไป

“ดังนั้น อยากให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญในเรื่องนี้ให้ดี อย่าใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ เพียงเพื่อสร้างคะแนนนิยมในระยะสั้น จากการเอาใจแฟนบอล เราไม่ได้มีเจตนาขัดขวางไม่ให้แฟนบอลไม่มีโอกาสได้ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก แต่เราอยากให้รัฐบาลใช้เงินได้อย่างโปร่งใส ตรงตามวัตถุประสงค์ แล้วนำไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนมากกว่า” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศิริกัญญา หวั่นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก รัฐบาลอย่าหวังแค่คะแนนนิยม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...