โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ต้องรักษาสมดุล ‘ญี่ปุ่น-จีน’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 08.47 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว
สุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

ประเทศไทยยังสามารถเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของโลก หรือ “ดีทรอยต์ออฟเอเชีย” ต่อไปได้

นี่คือคำกล่าวอย่างมั่นใจของ“สุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล” ในฐานะนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หรือ TAIA ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงระหว่างผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น และค่ายรถยนต์จากจีน

อะไรคือความมั่นใจ ไปติดตามกัน

ทุกคนต้องปรับตัว

สิ่งสำคัญที่นายกสมาคมเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะยังคงรักษาความเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของภูมิภาคได้นั้น แน่นอนว่าทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้อง “ปรับตัว” ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตรถยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งไม่เฉพาะแค่ในส่วนของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) เท่านั้น

แต่ทุกคนในที่นี้หมายถึงทั้งระบบซัพพลายเชน เพื่อพยายามตามให้ทันกับเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

โดยต้องคำนึงถึงความต้องการซื้อ (Demand) ของผู้บริโภคภายในประเทศ รวมทั้งความต้องการของตลาดส่งออกด้วย

แน่นอนว่าการจะรักษาความแข็งแกร่งตรงนี้ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและประเทศไทยเอาไว้ให้ได้นั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความเข้มแข็งอย่างแบรนด์ญี่ปุ่น และจีน เพื่อเปลี่ยนจากการแข่งขันเป็นความร่วมมือ เพื่อผลักดันในการส่งออก และรักษาบทบาทฐานการผลิตยานยนต์ในภูมิภาค

ไทยยังมีจุดแข็ง-จุดขาย

ปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีจุดแข็ง และความแข็งแกร่งด้านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยเฉพาะรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (xEV) ขณะที่จีนมีจุดแข็งอยู่ที่เทคโนโลยี และวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำ (Raw Material) ซึ่งจะทำให้ได้เปรียบสูงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

ส่วนเวียดนามนั้นถือว่ามีความได้เปรียบในเรื่องของนโยบายการสนับสนุนจากภาครัฐอย่าง “นโยบายรถยนต์อีวีแห่งชาติ” มีแบรนด์รถยนต์แห่งชาติอย่างแบรนด์ Vinfast

ซึ่งแต่ละประเทศมีความแข็งแกร่งที่แตกต่างกัน ดังนั้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเองจำเป็นต้องเสริมสร้างความแข็งแรงของห่วงโซ่อุปทาน และปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะการเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจกับประเทศจีน ไม่เพียงแค่ดึงดูดการลงทุนในระยะสั้นเท่านั้น

แต่ต้องมีการส่งเสริมให้มีการลงทุนในระยะยาว ทั้งการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) การเสริมสร้างให้มีการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีกับประเทศจีน (Technology Transfer) เพื่อยืนยันการเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่งของไทย

โดยต้องพยายามผลักดันให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของค่ายรถจีนมากขึ้น

ผลักดันให้ผลิต EV เพื่อส่งออก

จุดสำคัญคือนโยบายอีวีจากภาครัฐ ซึ่งรัฐไม่ควรให้การสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบเงินสนับสนุน (Cash Subsidy) อย่างเดียว แต่ควรมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือให้อุตสาหกรรมอีวีในไทยมีการเติบโต และสร้างรากฐานได้อย่างยั่งยืน (Sustain)

เห็นได้จากการลงทุน EV ในไทยกว่า 4 พันล้านดอลลาร์นั้น ถือเป็นโอกาสในการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมอีวี แต่ก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะยกระดับอุตสาหกรรมอีวีได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นประเทศไทยควรมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาในด้านห่วงโซ่อุปทาน การส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจากนโยบายภาครัฐให้นักลงทุนมีการลงทุนในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ (Know How)ส่งเสริมผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศให้สามารถจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้มีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมากขึ้น โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียดังกล่าวต้องมีการร่วมมือกันแบบบูรณาการ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอีวีไทยอย่างยั่งยืน

สุดท้าย “สุวัชร์” ยังย้ำให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า การแข่งขันกับจีนหากจะพูดในเรื่องของ “ต้นทุน” คงไม่สามารถชนะได้ เนื่องจากจีนมีขนาดการผลิตที่สูงกว่า ทำให้มีความได้เปรียบในเรื่อง Economy of Scale อย่างชัดเจน ขณะที่ในด้านแบรนด์ไทยเองก็ยังไม่มีแบรนด์ที่จะนำไปแข่งขันได้ ดังนั้นทั้งต้นทุนและแบรนด์จึงไม่ใช่จุดที่เราจะไปแข่งขันกับเขา

สิ่งสำคัญคือ การดึงการลงทุนและการทำให้เกิดการบูรณาการ โดยให้มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาพร้อมกัน เพื่อสร้าง EV Manufacturing Hub ในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลระหว่างค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่น และจีน เพื่อให้เกิดการเติบโตร่วมกัน ไม่ใช่การแข่งขันกันเองเพื่อให้เกิด Synergy หรือประสิทธิผลร่วมกัน

นอกจากนี้ไทยควรเน้นในสิ่งที่เราเคยทำได้ดี คือการมีโปรดักต์แชมเปียนส์ โฟกัสที่ผลิตภัณฑ์อย่างรถยนต์ EV ก็อาจต่อยอดไปในลักษณะเดียวกัน โดยใช้จุดแข็งของจีนเข้ามาร่วมพัฒนา และสร้างให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่งของโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ต้องรักษาสมดุล ‘ญี่ปุ่น-จีน’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...