โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"พรรคประชาชาติ" ชี้ คำพูด "แม่ทัพภาค4" ย้อนแย้ง นโยบาย "รัฐบาล" ลั่นอย่าให้คดีลอบยิงสส.จบแบบคนผิดลอยนวล

สยามรัฐ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 14 เม.ย.2569 เพจเฟซบุกพรรคประชาชาติ ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า "ตามที่ประชาชนได้ติดตามการแถลงข่าวความคืบหน้าทางคดี กรณีคนร้ายใช้รถราชการในสังกัด กอ.รมน. ลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ แล้วนั้น

พรรคประชาชาติขอนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมต่อประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้และประชาชนไทยทั่วประเทศว่าพรรคประชาชาติจะติดตามความคืบหน้าทางคดีอย่างใกล้ชิด

บริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้ กอ.รมน. ซึ่งมีหน้าที่หลักในการ "รักษาความมั่นคงและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน" ตามที่ระบุใน พ.ร.บ. ปี 2551 และเป็นหน่วยงานบังคับบัญชาแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้แต่เพียงองค์กรเดียวที่มีเอกภาพสูงสุด โดยมีกฏอัยการศึก และ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่เป็นกฏหมายพิเศษ ที่ถือว่าเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” ที่แก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภายใต้

คดีนี้มีหลักฐานยืนยันว่า รถยนต์ หมายเลขทะเบียน ญจ 6847 กรุงเทพมหานคร ที่ระบุชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองคือ สำนักนายกรัฐมนตรี (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร) มีการนำรถออกไปใช้งานหลายครั้งเพื่อก่อเหตุ

ทราบว่าจากคำรับของผู้ต้องหาบางคนยืนยันนำไปใช้ "ก่อเหตุ" จำนวนหลายครั้ง (ครั้งที่ 1, 2, 3 และ 4) เป้าที่จะสังหาร คือ สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ซึ่งเป็นผู้แทนราษฎรและนักกฎหมายที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นการคุกคามสถาบันนิติบัญญัติและทำลายกระบวนการสันติภาพ การใช้กลไกความมั่นคงมาทำลายผู้ที่ตรวจสอบอำนาจรัฐ เป็นพฤติกรรมแบบ "รัฐซ้อนรัฐ" ที่ไม่อาจยอมรับได้ในระบอบประชาธิปไตย

นโยบายที่ท่านนายกฯ แถลงต่อรัฐสภา ว่า “แก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามหลักการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพื่อนำสันติสุขที่ยั่งยืนกลับคืนสู่พื้นที่ชายแดนใต้”

ท่านนายกรัฐมนตรีคงติดตามคำสัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 13 เมษายน ที่สื่อมวลชนได้ถามว่า

"กรณีที่มีนายทหารสังกัด กอ.รมน. ให้รถยนต์ราชการแก่ผู้ต้องหาไปใช้ในการก่อเหตุ จนสร้างความเสียหายให้แก่ทาง กอ.รมน. ภาค 4 นั้น ท่านแม่ทัพสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าทางกองทัพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้?"

ทาง ผอ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ตอบในไมค์ว่า "ไม่มีแน่นอน เราไม่ไปดำเนินการแบบนั้น" แล้วปิดไมค์ตอบว่า "ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ"

ถือเป็นการสื่อสารย้อนแย้งอย่างสิ้นเชิงกับนโยบายที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภาและไม่เหมาะสมอย่างยิ่งกับพื้นที่ๆใช้ "กฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และโครงสร้าง กอ.รมน. ที่ทหารมีอำนาจล้นเบ็ดเสร็จ"

การใช้พาหนะหลวง กอ.รมน. มาก่อเหตุ ได้กลายเป็น "เกราะกำบัง" ให้กลุ่มอิทธิพลทำผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และตามข้อเท็จจริง ทหารรับผิดชอบสูงสุดในการแก้ปัญหาความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้โดย กระทรวง ทบวง กรม อื่นๆ จะต้องดำเนินภายใต้ กอ.รมน. และทหารทั้งหมด

พรรคประชาชาติทราบข่าวว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมาดูที่เกิดเหตุและมาที่บ้าน สส กมลศักดิ์ ในวันที่ 17 เมษายน 2569 ในฐานะผู้เสียหาย พรรคประชาชาติขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี และได้มอบหมายให้ สส กมลศักดิ์ฯ ให้ข้อมูลสำคัญทางคดี เพื่อนายกรัฐมนตรีใช้ดุลพินิจมอบหมายผู้ปฏิบัติต่อไปเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าคดีนี้ต้องดำเนินการตามข้อเท็จริงและหลักฐาน ไม่เกิดวัฒนธรรม “ปล่อยคนผิดลอยนวล” ซึ่งจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อความปลอดภัยของ สส กมลศักดิ์ฯ ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประชาชน และการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ "

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...