‘เภสัชจุฬาฯ’ เร่งวิจัยสมุนไพร สู่ ‘ผลิตภัณฑ์สุขภาพ’ ทางลัดแทนการพัฒนายา 10 ปี
กางเป้าหมาย ‘เภสัช จุฬาฯ’ ดันวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง ใช้ 2 บริษัทสตาร์ทอัพของคณะดันงานวิจัย แก้เพนพ้อยผลิตยา 10 ปี ด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทยเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ ใช้ร้านยาโอสถศาลา-KTC ช่วยจัดจำหน่าย ตั้งเป้ายา-สมุนไพรไทยโกอินเตอร์
เป็นเวลากว่า 1 ศตวรรษนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2456 ในสมัยรัชกาลที่ 5 “คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ถือกำเนิดขึ้นจากโรงเรียนปรุงยา สู่คณะภายใต้รั้วสถาบันอุดมศึกษาใจกลางกรุง
แต่บริบทการศึกษา-สังคมที่เปลี่ยนแปลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คณะได้ปักธงใหม่ โดยไม่จำกัดบทบาทแค่สถาบันการศึกษาเท่านั้น
รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.วรสิทธิ์ วงศ์สุทธิเลิศ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อตอกย้ำว่า คณะเภสัชจุฬาฯ ต้องเป็นหนึ่งในผู้เล่นในอุตสาหกรรมยา-เวชสำอาง-อาหารเสริม ซึ่งสามารถแข่งขันในตลาดได้ ตามวิสัยทัศน์ ‘ผู้นำทางเภสัชศาสตร์’ โดยใช้จุดแข็งคือ การต่อยอดองค์ความรู้และงานวิจัย และผลักดันสมุนไพรไทยเป็น ‘นวัตกรรมระดับสากล’
ดร.วรสิทธิ์ กล่าวว่า คณะมีวิสัยทัศน์ที่จะนำงานวิจัยของคณาจารย์และนิสิตที่อยู่บนหิ้งมาผลักดันให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดสุขภาพและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม
คณะมีงานวิจัยอยู่จำนวนมาก แต่งานวิจัยเหล่านี้บางชิ้นไม่สามารถใช้งาน-ต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ เนื่องจากคณาจารย์จะจัดทำงานวิจัยตามความสนใจ รวมถึงวิธีคิดของนักวิจัยที่อาจไม่ได้มองภาพรวมตลาดมากนัก
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยบางส่วนสามารถต่อยอดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘สมุนไพร’ ซึ่งคณะมีองค์ความรู้เป็นทุนเดิม ขาดเพียงการหยิบมาต่อยอดและทำการตลาด คณะจึงเดินหน้าพัฒนา ‘ผลิตภัณฑ์สุขภาพ’ จากงานวิจัยและส่งต่อสู่สังคม ได้แก่ กลุ่มสารสกัด StemAktiv, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวจากเทคโนโลยี TellaShield, ผลิตภัณฑ์พัฒนาจากสารสกัด ECa233, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Cbrella sunscreen, GABA soap, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผม Stemax shampoo และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสการแข่งขันทางธุรกิจในระดับสากล โดยมีผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ได้แก่
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Biotin Zinc series
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Magnesium series
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางพัฒนาจากสารสกัด ECa233
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ประกอบด้วยดอกไม้หอม
เมื่อถามถึงการพัฒนาเป็น ‘ยา’ ดร.วรสิทธิ์ ตอบว่า การพัฒนาและผลิตยา 1 ชนิด ใช้เวลาหลายปี รวมถึงขั้นตอนกฎระเบียบจาก อย. ที่กินเวลานาน ดังนั้น หากจะแข่งขันในตลาดจึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น อาหารเสริม เวชสำอาง ฯลฯ เพราะมีระยะเวลาการผลิตที่สั้นกว่า
“เราต่อยอดงานวิจัยส่วนใหญ่เป็นอาหารเสริม ทั้งที่เราต้องการให้ออกมาเป็นยา แต่การพัฒนายาจากงานวิจัยใช้เวลายาวนานเป็น 10 ปี แต่ระหว่างทางมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้เวลาในการพัฒนาสั้นกว่า…อะไรที่จะออกไปจากคณะเภสัชจุฬาฯ ต้องมั่นใจว่าไม่ใช่แค่ OEM แต่ต้องมีงานวิจัยรองรับ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพ หรือการทดสอบมากกว่ามาตรฐานที่ อย. กำหนด และเคลมได้จริง”
ดร.วรสิทธิ์ กล่าวต่อว่า คณะเภสัชจุฬาฯ ตั้งเป้าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมรวมกว่า 30 รายการ และเตรียมวาง Roadmap มุ่งสู่ตลาดต่างประเทศภายใน 1-2 ปี โดยเป้าหมายสูงสุดคือ การสร้างโมเดลเศรษฐกิจสมุนไพรที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าและมาตรฐาน ไม่ใช่แค่ความฉาบฉวย เพื่อสร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ คณะเภสัชจุฬาฯ ยังมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและเผยแพร่งานวิจัยและนวัตกรรมอย่างน้อย 2 บริษัท คือ
- บริษัท ซียูฟาร์มาซีเอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด – บทบาทพัฒนานวัตกรรมทางเภสัชกรรม ยกระดับระบบนิเวศการวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมและภาคธุรกิจ และส่งเสริมให้เกิด Start up และบริษัท Spin off ในเครือ
- บริษัท จุฬาฟาร์เทค จำกัด – หน้าที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากองค์ความรู้และงานวิจัยของคณะ และผลักดันงานวิจัย “จากหิ้งสู่ห้าง”
นอกจากนี้ยังมี “โอสถศาลา” ร้านยาของมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของคณะเภสัชจุฬาฯ โดย ภก.อนุกูล ชื่นอารมย์ ผู้ช่วยผู้จัดการสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ปี 2569 โอสถศาลามีอายุ 40 ปี โดยเริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2529 เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงสถานบริการทางยาแผนปัจจุบัน
ภก.อนุกูล อธิบายว่า โอสถศาลามีการบริหารงานภายใต้ระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่าด้วยสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน พ.ศ. 2528 วัตถุประสงค์หลักคือ เป็นพื้นที่สอนและฝึกหัดปฏิบัติงานด้านงานเภสัชกรรมชุมชนแก่นิสิตจุฬาฯ และนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่นๆ บริการจำหน่ายเวชภัณฑ์ ยา เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ฯลฯ รวมถึงเป็นสถานบริการเภสัชกรรมชุมชนตัวอย่างในการบริการประชาชน
โอสถศาลา เป็นเหมือนช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและยาของคณะเภสัชจุฬาฯ และเมื่อคณะสามารถพัฒนางานวิจัยเป็นผลิตภัณฑ์ได้แล้วจึงนำมาจำหน่ายที่โอสถศาลาด้วย โดยปัจจุบันโอสถศาลามีผลิตภัณฑ์สุขภาพและยากว่า 4,000 SKU โดยเป็นผลิตภัณฑ์ยากว่า 80%
ภก.อนุกูล ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่เป็นความสำเร็จจากการวิจัยคือ ไบโอติน ซิงค์ (Biotin Zinc) ซึ่งได้รับความนิยมต่อเนื่องมานานกว่า 6-7 ปี จนมียอดขายสูงและเริ่มพบปัญหาการเลียนแบบในต่างประเทศ นอกจากนี้ คณะยังพัฒนาผลิตภัณฑ์จากบัวบก เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมานแผลและน้ำยาบ้วนปาก
ทั้งนี้ โอสถศาลาได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายโดยความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ แพลตฟอร์มของบริษัทคือ KTC U SHOP และผ่านทาง Line official: @KTCUSHOP และแอปพลิเคชันของ KTC
ภก.อนุกูล ทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของคณะเภสัชจุฬาฯ และโอสถศาลาคือการส่งเสริมงานวิจัยไทยให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและขับเคลื่อนสังคม ให้งานวิจัยสามารถแปรเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคม