โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เภสัชจุฬาฯ’ เร่งวิจัยสมุนไพร สู่ ‘ผลิตภัณฑ์สุขภาพ’ ทางลัดแทนการพัฒนายา 10 ปี

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 13 เม.ย. เวลา 22.52 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. เวลา 22.45 น.
รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.วรสิทธิ์ วงศ์สุทธิเลิศ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กางเป้าหมาย ‘เภสัช จุฬาฯ’ ดันวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง ใช้ 2 บริษัทสตาร์ทอัพของคณะดันงานวิจัย แก้เพนพ้อยผลิตยา 10 ปี ด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทยเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ ใช้ร้านยาโอสถศาลา-KTC ช่วยจัดจำหน่าย ตั้งเป้ายา-สมุนไพรไทยโกอินเตอร์

เป็นเวลากว่า 1 ศตวรรษนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2456 ในสมัยรัชกาลที่ 5 “คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ถือกำเนิดขึ้นจากโรงเรียนปรุงยา สู่คณะภายใต้รั้วสถาบันอุดมศึกษาใจกลางกรุง

แต่บริบทการศึกษา-สังคมที่เปลี่ยนแปลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คณะได้ปักธงใหม่ โดยไม่จำกัดบทบาทแค่สถาบันการศึกษาเท่านั้น

รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.วรสิทธิ์ วงศ์สุทธิเลิศ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เพื่อตอกย้ำว่า คณะเภสัชจุฬาฯ ต้องเป็นหนึ่งในผู้เล่นในอุตสาหกรรมยา-เวชสำอาง-อาหารเสริม ซึ่งสามารถแข่งขันในตลาดได้ ตามวิสัยทัศน์ ‘ผู้นำทางเภสัชศาสตร์’ โดยใช้จุดแข็งคือ การต่อยอดองค์ความรู้และงานวิจัย และผลักดันสมุนไพรไทยเป็น ‘นวัตกรรมระดับสากล’

ดร.วรสิทธิ์ กล่าวว่า คณะมีวิสัยทัศน์ที่จะนำงานวิจัยของคณาจารย์และนิสิตที่อยู่บนหิ้งมาผลักดันให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดสุขภาพและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม

คณะมีงานวิจัยอยู่จำนวนมาก แต่งานวิจัยเหล่านี้บางชิ้นไม่สามารถใช้งาน-ต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ เนื่องจากคณาจารย์จะจัดทำงานวิจัยตามความสนใจ รวมถึงวิธีคิดของนักวิจัยที่อาจไม่ได้มองภาพรวมตลาดมากนัก

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยบางส่วนสามารถต่อยอดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘สมุนไพร’ ซึ่งคณะมีองค์ความรู้เป็นทุนเดิม ขาดเพียงการหยิบมาต่อยอดและทำการตลาด คณะจึงเดินหน้าพัฒนา ‘ผลิตภัณฑ์สุขภาพ’ จากงานวิจัยและส่งต่อสู่สังคม ได้แก่ กลุ่มสารสกัด StemAktiv, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวจากเทคโนโลยี TellaShield, ผลิตภัณฑ์พัฒนาจากสารสกัด ECa233, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Cbrella sunscreen, GABA soap, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผม Stemax shampoo และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสการแข่งขันทางธุรกิจในระดับสากล โดยมีผลิตภัณฑ์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ได้แก่

  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Biotin Zinc series
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Magnesium series
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางพัฒนาจากสารสกัด ECa233
  • ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ประกอบด้วยดอกไม้หอม

เมื่อถามถึงการพัฒนาเป็น ‘ยา’ ดร.วรสิทธิ์ ตอบว่า การพัฒนาและผลิตยา 1 ชนิด ใช้เวลาหลายปี รวมถึงขั้นตอนกฎระเบียบจาก อย. ที่กินเวลานาน ดังนั้น หากจะแข่งขันในตลาดจึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น อาหารเสริม เวชสำอาง ฯลฯ เพราะมีระยะเวลาการผลิตที่สั้นกว่า

เราต่อยอดงานวิจัยส่วนใหญ่เป็นอาหารเสริม ทั้งที่เราต้องการให้ออกมาเป็นยา แต่การพัฒนายาจากงานวิจัยใช้เวลายาวนานเป็น 10 ปี แต่ระหว่างทางมีผลิตภัณฑ์ที่ใช้เวลาในการพัฒนาสั้นกว่าอะไรที่จะออกไปจากคณะเภสัชจุฬาฯ ต้องมั่นใจว่าไม่ใช่แค่ OEM แต่ต้องมีงานวิจัยรองรับ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพ หรือการทดสอบมากกว่ามาตรฐานที่ อย. กำหนด และเคลมได้จริง

ดร.วรสิทธิ์ กล่าวต่อว่า คณะเภสัชจุฬาฯ ตั้งเป้าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมรวมกว่า 30 รายการ และเตรียมวาง Roadmap มุ่งสู่ตลาดต่างประเทศภายใน 1-2 ปี โดยเป้าหมายสูงสุดคือ การสร้างโมเดลเศรษฐกิจสมุนไพรที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าและมาตรฐาน ไม่ใช่แค่ความฉาบฉวย เพื่อสร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ คณะเภสัชจุฬาฯ ยังมีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและเผยแพร่งานวิจัยและนวัตกรรมอย่างน้อย 2 บริษัท คือ

  • บริษัท ซียูฟาร์มาซีเอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด – บทบาทพัฒนานวัตกรรมทางเภสัชกรรม ยกระดับระบบนิเวศการวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมและภาคธุรกิจ และส่งเสริมให้เกิด Start up และบริษัท Spin off ในเครือ
  • บริษัท จุฬาฟาร์เทค จำกัด – หน้าที่พัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมจากองค์ความรู้และงานวิจัยของคณะ และผลักดันงานวิจัย “จากหิ้งสู่ห้าง”
ภก.อนุกูล ชื่นอารมย์ ผู้ช่วยผู้จัดการสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังมี “โอสถศาลา” ร้านยาของมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของคณะเภสัชจุฬาฯ โดย ภก.อนุกูล ชื่นอารมย์ ผู้ช่วยผู้จัดการสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ปี 2569 โอสถศาลามีอายุ 40 ปี โดยเริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2529 เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงสถานบริการทางยาแผนปัจจุบัน

ภก.อนุกูล อธิบายว่า โอสถศาลามีการบริหารงานภายใต้ระเบียบจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่าด้วยสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน พ.ศ. 2528 วัตถุประสงค์หลักคือ เป็นพื้นที่สอนและฝึกหัดปฏิบัติงานด้านงานเภสัชกรรมชุมชนแก่นิสิตจุฬาฯ และนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่นๆ บริการจำหน่ายเวชภัณฑ์ ยา เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ฯลฯ รวมถึงเป็นสถานบริการเภสัชกรรมชุมชนตัวอย่างในการบริการประชาชน

โอสถศาลา เป็นเหมือนช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพและยาของคณะเภสัชจุฬาฯ และเมื่อคณะสามารถพัฒนางานวิจัยเป็นผลิตภัณฑ์ได้แล้วจึงนำมาจำหน่ายที่โอสถศาลาด้วย โดยปัจจุบันโอสถศาลามีผลิตภัณฑ์สุขภาพและยากว่า 4,000 SKU โดยเป็นผลิตภัณฑ์ยากว่า 80%

ภก.อนุกูล ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่เป็นความสำเร็จจากการวิจัยคือ ไบโอติน ซิงค์ (Biotin Zinc) ซึ่งได้รับความนิยมต่อเนื่องมานานกว่า 6-7 ปี จนมียอดขายสูงและเริ่มพบปัญหาการเลียนแบบในต่างประเทศ นอกจากนี้ คณะยังพัฒนาผลิตภัณฑ์จากบัวบก เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สมานแผลและน้ำยาบ้วนปาก

ทั้งนี้ โอสถศาลาได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายโดยความร่วมมือกับภาคเอกชนอย่างบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ แพลตฟอร์มของบริษัทคือ KTC U SHOP และผ่านทาง Line official: @KTCUSHOP และแอปพลิเคชันของ KTC

ภก.อนุกูล ทิ้งท้ายว่า เป้าหมายของคณะเภสัชจุฬาฯ และโอสถศาลาคือการส่งเสริมงานวิจัยไทยให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและขับเคลื่อนสังคม ให้งานวิจัยสามารถแปรเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...