โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ไฟป่า 3 อำเภอ นราธิวาส เสียหายแล้ว 181 ไร่ ด้านผู้ว่าฯ นราธิวาส สั่งคุมเข้ม 24 ชม. เตรียมขอสนับสนุน ฮ. ช่วยดับไฟ ลดผลกระทบต่อประชาชน

สวพ.FM91

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไฟป่า 3 อำเภอ นราธิวาส เสียหายแล้ว 181 ไร่ ด้านผู้ว่าฯ นราธิวาส สั่งคุมเข้ม 24 ชม. เตรียมขอสนับสนุน ฮ. ช่วยดับไฟ ลดผลกระทบต่อประชาชน

(5 พ.ค.69) นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผย สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงปาดี และอำเภอสุไหงโก-ลก รวมพื้นที่เสียหายประมาณ 181 ไร่ โดยขณะนี้ทุกจุดยังอยู่ในการควบคุม และเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และขณะนี้ยังไม่พบจุดความร้อนเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส

สำหรับพื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดอยู่ที่อำเภอตากใบ เสียหายรวมประมาณ 122 ไร่
ในหมู่ที่ 5 ตำบลโฆษิต หมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ตำบลพร่อน รวมถึงหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 6 ตำบลบางขุนทอง ยังพบจุดความร้อน กลุ่มไฟ และหมอกควันในบางพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้เร่งสูบน้ำเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำแบบหาบหาม จำนวน 3 เครื่อง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นใต้ผิวดิน ลดควัน และป้องกันการปะทุซ้ำ

ขณะที่อำเภอสุไหงปาดี ซึ่งประสบเหตุไฟไหม้ป่า ในหมู่ที่ 5 หมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 7 ตำบลปะลุรู เสียหายประมาณ 44 ไร่ ล่าสุดสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว แต่ยังพบกลุ่มควันบางจุด จึงยังคงเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา จำนวน 1 เครื่อง และอยู่ระหว่างขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 1 เครื่อง เพื่อสูบน้ำสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่

ด้านอำเภอสุไหงโก-ลก เกิดไฟไหม้ป่าในพื้นที่หมู่ 4 บ้านกูแบอีแก ตำบลปูโยะ เสียหายประมาณ 40 ไร่ สามารถควบคุมไม่ให้ไฟลุกลามเพิ่มได้แล้วพร้อมจัดทำแนวกันไฟระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อป้องกันไฟลามเข้าสู่ป่าพรุโต๊ะแดง

ภาพรวมทั้ง 3 อำเภอ ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ส่วนผลกระทบจากไฟไหม้ป่า โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 จากการตรวจคุณภาพอากาศจังหวัดนราธิวาสยังอยู่ในเกณฑ์ “ดีมาก” โดยค่า PM2.5 อยู่ที่ 10.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่า AQI อยู่ที่ 17 ประชาชนทั่วไปยังสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม จังหวัดยังคงกำชับหน่วยงานสาธารณสุขดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ทั้ง 3 อำเภอจะอยู่ในการควบคุม แต่ยังวางใจไม่ได้ ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เน้นให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ ทั้งฝ่ายปกครอง ปภ. หน่วยดับไฟป่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานความมั่นคง เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานขอรับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ KA-32 จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าจากกองทัพภาคที่ 4 ตลอดจนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดับไฟป่าเชิงรุก และลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

นอกจากนี้ ขอความร่วมมือประชาชนงดเผาในที่โล่งทุกกรณี หากพบเห็นไฟป่า กลุ่มควัน หรือจุดเสี่ยง ขอให้รีบแจ้งผู้นำท้องที่หรือหน่วยงานใกล้บ้านทันที เพื่อร่วมกันป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามซ้ำ และหากพบผู้ลักลอบเผาป่าหรือกระทำการใด ๆ ที่ทำให้เกิดไฟไหม้ป่า ขอให้แจ้งสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีรางวัลนำจับ 50,000 บาท

สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...