โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บล็อกเกอร์อาหารลงทุนเนรมิต “ไก่ทอดโปร่งแสง” คล้ายประติมากรรมแก้ว แต่กินได้

เดลินิวส์

อัพเดต 13 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
บล็อกเกอร์อาหารชาวจีนผู้มีชื่อเสียงด้านการสร้างสรรค์เมนูที่ไม่ธรรมดา กลายเป็นไวรัลบนโลกออนไลน์หลังจากที่เขาโชว์การทำไก่ทอดที่มีดูโปร่งแสงจนเหมือนทำมาจากแก้ว

ไช่หนาน บล็อกเกอร์อาหารผู้เป็นที่รู้จักดีจากการคิดค้นเมนูหลุดโลกและพิลึกพิลั่น โดยใช้กระบวนการที่ซับซ้อนของศาสตร์การทำอาหารเชิงโมเลกุล (Molecular Gastronomy) ซึ่งผลงานที่น่าทึ่งล่าสุดของเขาคือ “ไก่ทอดโปร่งแสง” ที่ดูเหมือนงานศิลปะทำด้วยแก้วมากกว่าจะเป็นอาหาร

เมื่อเดือนที่แล้ว ไช่หนาน ได้อัปโหลดวิดีโอชื่อ "ผมอยากทำไก่ทอดให้โปร่งใส แต่ผลลัพธ์กลับออกมาประหลาด" ลงในช่องยูทูบของเขา วิดีโอนี้กลายเป็นไวรัล มียอดวิวเกือบหนึ่งล้านครั้งเฉพาะบนแพลตฟอร์มของกูเกิลเพียงอย่างเดียว

แนวคิดการทำให้ไก่ทอดโปร่งใส หรืออย่างน้อยก็โปร่งแสง ฟังดูเป็นเรื่องที่ยากจะเป็นไปได้ แต่ไช่หนานกลับทำออกมาได้สำเร็จและเขายังบันทึกวิดีโออธิบายถึงเบื้องหลังการทำอาหารจานนี้ไว้อย่างละเอียด

ในคลิปวิดีโอที่เป็นไวรัล ไช่ หนาน อธิบายว่าเขาได้สร้างชิ้นส่วนไก่ทอดขึ้นมาใหม่ทีละชิ้น โดยเริ่มจากการผสมไขกระดูก คอลลาเจน และเจลเย็นเข้าด้วยกัน จากนั้นก็นำไปใส่ในแม่พิมพ์รูปกระดูกไก่และทิ้งไว้ให้เซตตัว

สำหรับส่วนที่เป็นเนื้อ ไช่หนานใช้อุปกรณ์เปลี่ยนเนื้อไก่ให้กลายเป็นของเหลวเหมือนน้ำ จากนั้นจึงฟื้นฟูโครงสร้างของเส้นใยกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่ด้วยเทคนิคการทำของเหลวที่ได้จากอาหารเป็นลูกกลมหรือทรงกลม (Spherification) ซึ่งนิยมใช้กันในการทำอาหารเชิงโมเลกุล และขั้นตอนสุดท้ายคือนำเนื้อและกระดูกที่ดูเหมือนแก้วไปใส่ในแม่พิมพ์อีกครั้งเพื่อให้ชิ้นส่วนเหล่านี้ประกอบกันเป็นชิ้นเดียว

นอกจากนี้ ไช่หนาน ยังสร้างชั้น "แป้งทอดกรอบ" เคลือบด้านนอกให้ดูเหมือนกับไก่ทอดทั่วไปได้อีกด้วย โดยอยู่ในสภาพโปร่งแสงทั้งหมด

ที่มา : odditycentral.com
เครดิตภาพ : Youtube / 菜男

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...