เลิกข้าวฟรีแต่แม่ค้าเจ็บ
แวะเวียนไปแถวสัปปายะสภาสถาน ย่านเกียกกายในช่วงนี้ บรรยากาศมันช่างวังเวงพิกล โดยเฉพาะที่ห้องอาหาร สส.ที่เคยคึกคักไปด้วยสำรับกับข้าวแบบ "จัดเต็ม" กินฟรีไม่อั้นตามสไตล์ผู้แทนปวงชนชาวไทย แต่พอมาถึงยุคปฏิรูปภายใต้เสียงเรียกร้องของประชาชน บรรดาท่านผู้ทรงเกียรติเลยต้องเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงที่ว่า "ของฟรีไม่มีในสภา" อีกต่อไป
เรื่องของเรื่องมันเริ่มมาจากหัวขบวนคนสำคัญอย่าง "หมอวรงค์" นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เจ้าของสโลแกนปราบโกงที่กัดไม่ปล่อย งานนี้เจ้าตัวเดินหน้าเขย่าสวัสดิการ สส.แบบไม่เกรงใจเพื่อนร่วมสภา
ทั้งเรื่องบำนาญและที่แสบไปถึงทรวงคือการเสนอ "ยกเลิกอาหารฟรี" โดยให้เหตุผลสั้นๆ แต่จุกว่า สส.ได้เงินเดือนหลักแสน ควรจะควักกระเป๋าจ่ายค่ากับข้าวเองเหมือนประชาชนคนเดินดินทั่วไปได้แล้ว จนกลายเป็นนโยบายที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ โดยอำนวยความสะดวกให้ร้านค้าขึ้นมาขายบนห้องอาหาร สส.ได้
ล่าสุดหลังจากนโยบายใหม่ออกมาให้ สส.จ่ายเงินซื้อข้าวกินเอง หมอวรงค์ เจ้าเก่าก็ไม่พลาดที่จะลงพื้นที่ไปสำรวจผลงานการปฏิรูปของตัวเอง แต่ภาพที่เห็นคือบรรดาแม่ค้าพ่อค้าในสภาต้องนั่งปาดเหงื่อแทนการตักกับข้าว เพราะบรรยากาศการค้าขายมันช่าง "เงียบเป็นเป่าสาก" เสียเหลือเกิน ยอดขายที่เคยหวังไว้กลับดิ่งเหว ชนิดที่พ่อค้าแม่ค้าออกมาโอดครวญผ่านสื่อว่าของเหลือเต็มหม้อ ยอดขายไม่ถึงเป้าอย่างที่เคยเป็น
งานนี้ หมอวรงค์ ตรวจการบ้านแล้วพบว่า "จุดบอด" มันอยู่ที่การจำกัดสิทธิ์เกินไป เพราะปัจจุบันสภาอนุญาตให้เฉพาะ "ตัว สส." เท่านั้นที่มีสิทธิ์ย่องเข้ามายืดเส้นยืดสายซื้ออาหารในโซนนี้ได้ ส่วนบรรดาผู้ติดตามหรือคณะผู้ช่วย สส.ที่เดินตามกันเป็นพรวน กลับถูกกันให้ออกไปซื้อกินที่โรงอาหารสภาบ้าง หรือสั่งจากข้างนอกบ้าง ทำให้ฐานลูกค้าไม่ตรงตามเป้า จน หมอวรงค์ ต้องรีบออกมาแก้เกมด่วนๆ เรียกร้องให้สภาปลดล็อกให้คณะผู้ช่วย สส.เข้ามาใช้บริการได้ด้วย เพื่อดึงเม็ดเงินให้สะพัดและช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าอยู่รอด
เห็นบรรยากาศแล้วก็น่าเห็นใจคนทำมาค้าขาย เจตนารมณ์นโยบายนั้นดีเลิศในการลดงบประมาณฟุ่มเฟือย แต่พอทำจริงแบบหักดิบโดยไม่มีแผนรองรับที่รัดกุม ผลกระทบเลยย้อนกลับไปตกอยู่ที่ "คนตัวเล็ก" อย่างร้านค้าในสภาที่ต้องแบกรับความเสี่ยงแทน งานนี้โลกโซเชียลแซวกันว่า "หมอวรงค์อยากล้มสิ่งที่มีอยู่ แต่ไม่มีแผนรองรับ ทำเอาพ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อนไปตามๆ กัน"
คงต้องทำการบ้านหนักขึ้นอีกนิด เพราะการปฏิรูปการเมืองนั้นทำได้ แต่ถ้าปฏิรูปจนแม่ค้าหน้าแห้งเพราะขายของไม่ได้แบบนี้ เดี๋ยวจะโดนมองค้อนเอาทั้งสภา.
วอชเชอร์