โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘พิพัฒน์‘ยันแลนด์บริดจ์คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ปูพรมลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชน

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘พิพัฒน์’ปักหมุดลุยลงพื้นที่ ‘ชุมพร–ระนอง’ 8 พ.ค. นี้ สแกนความพร้อมแจ้งเกิดแลนด์บริดจ์ วงเงินลงทุน 1 ล้านล้าน พร้อมปูพรมเดินหน้ารับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่รอบด้าน ย้ำโครงการมีคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ลั่นเปิดทางเอกชนลงทุน เดินหน้าเร่งกฎหมาย SEC ขับเคลื่อนการลงทุน คาดเริ่มก่อสร้างปี 2573

29 เม.ย.2569-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ว่าในส่วนความคืบหน้าโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย–อันดามัน หรือแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโจทย์สำคัญของประเทศในระยะยาว โดยผลการศึกษาของ สนข. ยืนยันว่า มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์และระบบขนส่งของประเทศไทยในภูมิภาค

ทั้งนี้ จากข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมลงพื้นที่อีกครั้ง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการจัดทำประชาพิจารณ์แล้ว โดยเบื้องต้นกำหนดลงพื้นที่ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ เริ่มต้นที่จังหวัดชุมพร ลงพื้นที่อำเภอหลังสวนและอำเภอพะโต๊ะ ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดระนอง เพื่อหารือร่วมกับผู้นำท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ทั้งในมุมที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับโครงการ

“ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะชี้แจงข้อมูลโครงการอย่างครบถ้วน ทั้งข้อดี ข้อจำกัด และผลการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจภาพรวมอย่างชัดเจน รวมถึงนำเสนอแนวทางการสร้างอาชีพและโอกาสทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ อาทิ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมท่าเรือ การให้บริการเรือที่เข้ามาจอดพักหรือทิ้งสมอ ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจของคนในท้องถิ่นได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่จากภายนอกเท่านั้น ”นายพิพัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดกำหนดอาชีพบางประเภทให้เป็นสิทธิของคนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์โดยตรง อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าการสร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ชุมพรและระนองเป็นขั้นตอนสำคัญลำดับแรก ส่วนกระแสคัดค้านโครงการนั้น ไม่ได้มีความกังวล เนื่องจากเป็นเรื่องปกติของโครงการขนาดใหญ่ที่ย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน มองว่าทุกฝ่ายควรพิจารณาบนพื้นฐานของประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนกรณีสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ที่ระบุว่าไม่ได้มีการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์นั้นเป็นคนละประเด็นกับโครงการศึกษาคลองไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องในหลายรูปแบบ ตั้งแต่แนวคิดคอคอดกระจนพัฒนาเป็นคลองไทย ยืนยันว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะเดินหน้าต่อไป และไม่ใช่การแบ่งแยกประเทศออกเป็นสองส่วนตามข้อกังวล โดยประเด็นดังกล่าวเป็นข้อห่วงใยด้านความมั่นคงที่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาในอดีต ส่วนด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการได้มีการศึกษาระบบนิเวศอย่างรอบคอบ และพยายามลดผลกระทบให้น้อยที่สุด แม้อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้าง แต่ถือเป็นการแลกกับประโยชน์ทางเศรษฐกิจและรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ คาดว่าร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) จะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ส่วนการเปิดประมูลโครงการยังต้องรอการพิจารณาของรัฐสภา โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างในขั้นตอนตอกเสาเข็มได้ภายในปี 2573

ด้านนายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า โครงการแลนด์บริดจ์มีกรอบวงเงินลงทุนรวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท โดยผลการศึกษารูปแบบการลงทุนและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ พบว่ามีความเหมาะสมและคุ้มค่า ภายใต้รูปแบบที่เปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนในทุกองค์ประกอบของโครงการ ส่วนความคืบหน้าด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของท่าเรือทั้งสองฝั่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ขณะที่รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการมอเตอร์เวย์และทางรถไฟ อยู่ระหว่างการศึกษาของกรมทางหลวง(ทล.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

ทั้งนี้ในส่วนของการขับเคลื่อนโครงการ ร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง ก่อนที่กระทรวงคมนาคมจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ขณะที่การออกแบบท่าเรือได้แล้วเสร็จ ส่วนการออกแบบโครงข่ายมอเตอร์เวย์และทางรถไฟยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

นอกจากนี้ ในการจัดทำเอกสารสำหรับการเปิดประมูลโครงการอยู่ระหว่างการร่างรายละเอียด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในระยะถัดไป โดยโครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนาดใหญ่ ที่จะเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและทะเลอันดามัน รองรับการค้าและโลจิสติกส์ในอนาคต และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...