โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึก ‘อาร์เทมิส 2’ ภารกิจการกลับไปดวงจันทร์ในรอบ 53 ปีของ NASA

THE STANDARD

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เจาะลึก ‘อาร์เทมิส 2’ ภารกิจการกลับไปดวงจันทร์ในรอบ 53 ปีของ NASA

เช้าวันที่ 2 เมษายน เวลา 5:35 น. จรวด SLS ได้ทะยานขึ้นจากฐานปล่อย 39B ของศูนย์อวกาศเคนเนดี เพื่อพานักบินอวกาศ 4 คน ในภารกิจอาร์เทมิส 2 (Artemis II) ออกเดินทางไปบินผ่านใกล้ดวงจันทร์

การเดินทางครั้งนี้ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ภารกิจอพอลโล 17 เมื่อปลายปี 1972 หรือกว่า 53 ปีที่แล้ว ที่มนุษย์ได้มุ่งหน้าออกสู่อวกาศห้วงลึกอีกครั้ง หลังจากใช้เวลาส่วนมากไปกับการสำรวจในวงโคจร Low Earth Orbit กับโครงการกระสวยอวกาศ และการปฏิบัติงานของสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งอยู่ในวงโคจรที่สูงจากพื้นโลกประมาณ 400 กิโลเมตรเท่านั้น

แต่สำหรับภารกิจอาร์เทมิส 2 ลูกเรือทั้ง 4 คนได้เดินทางไปไกลจากโลกที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยระยะห่างมากกว่า 406,771 กิโลเมตร หรือไกลกว่านักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติถึง 1,000 เท่า และเป็นหมุดหมายสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมให้ภารกิจอาร์เทมิส 4 เดินทางตามไปลงจอดบนพื้นผิวได้อีกครั้ง

ลูกเรือเที่ยวบินนี้ประกอบด้วย ผู้บัญชาการภารกิจ Reid Wiseman นักบิน Victor Glover ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ Christina Koch และ Jeremy Hansen โดยเป็นเที่ยวบินแรกที่มีสุภาพสตรี และชาวแคนาดา ได้ร่วมเดินทางไปดวงจันทร์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีเพียงชายชาวอเมริกันเท่านั้น ที่เคยเดินทางไปสำรวจกับโครงการอพอลโล

การเดินทางไปในเที่ยวบินดังกล่าว ใช้เวลานานทั้งสิ้น 10 วัน โดยใช้วงโคจรแบบ Free-Return Trajectory นั่นคือนักบินอวกาศจะจุดเครื่องยนต์เพียงหนึ่งครั้ง เพื่อเร่งความเร็วให้ยานมุ่งหน้าไปถึงดวงจันทร์ ก่อนอาศัยแรงโน้มถ่วงดวงจันทร์เพื่อเหวี่ยงยานอวกาศกลับโลก โดยแทบไม่ต้องจุดเครื่องยนต์เพื่อปรับทิศทางในระหว่างภารกิจเลย

ด้วยวิถีวงโคจรแบบนี้ ที่ถูกออกแบบมารองรับในกรณีเครื่องยนต์ของยานมีปัญหา ทำให้ภารกิจอาร์เทมิส 2 จะไม่ได้เข้าใกล้ดวงจันทร์เหมือนกับสมัยโครงการอพอลโล ซึ่งเข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ อยู่ห่างจากพื้นผิวไปประมาณ 100 กิโลเมตร แต่อาร์เทมิส 2 นั้นเป็นการบินผ่านดวงจันทร์ ไม่เข้าสู่วงโคจร โดยมีจุดใกล้ดวงจันทร์ที่สุด 6,545 กิโลเมตรจากพื้นผิว

https://www.flickr.com/photos/nasa2explore/55192657082/

ภาพ: NASA

เหตุผลก็เพราะอาร์เทมิส 2 เป็นภารกิจเพื่อทดสอบความพร้อมของยานอวกาศ จรวดนำส่ง และระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อการดำรงชีวิตของนักบินอวกาศ เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่ยานอวกาศโอไรออน ซึ่งถูกใช้โดยสารโดยลูกเรือของโครงการอาร์เทมิสนั้น ได้ถูกทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง ที่มีนักบินอวกาศเดินทางไปด้วย ดังนั้นเป้าหมายหลักจึงเป็นการทดสอบความพร้อม ความปลอดภัย และเก็บข้อมูลกลับมาเพื่อพัฒนายานอวกาศสำหรับภารกิจถัดไป ให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น

ในเวลาเดียวกัน การบินผ่านใกล้ดวงจันทร์ของภารกิจอาร์เทมิส 2 ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการสำรวจของนักบินอวกาศ โดย NASA ได้ส่งลูกเรือทั้ง 4 คน รวมถึงลูกเรือตัวสำรอง (Andre Douglas และ Jenni Gibbons) ไปฝึกธรณีวิทยาภาคสนามที่ประเทศไอซ์แลนด์ ตลอดจนเรียนรู้การเก็บข้อมูล การใช้งานกล้องถ่ายภาพ และการทำความเข้าใจพื้นฐานด้านธรณีวิทยาดวงจันทร์ เพื่อส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้กับนักวิทยาศาสตร์บนโลก สำหรับการศึกษาและทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมของบริวารดวงนี้ได้ดียิ่งขึ้น

https://www.nasa.gov/wp-content/uploads/2024/09/jsc2024e055031.jpg

ภาพ: Robert Markowitz / NASA

สำหรับการเดินทางรอบนี้ นักบินอวกาศภารกิจอาร์เทมิส 2 ได้มีโอกาสมองเห็น ‘ด้านไกลของดวงจันทร์’ อีกฝั่งที่ไม่หันเข้าหาโลก โดยได้มีการศึกษาแอ่ง Orientale ที่อยู่บริเวณชายขอบของด้านใกล้-ด้านไกลอย่างละเอียด เช่นเดียวกับได้พบหลุมอุกกาบาตใหม่ 2 แห่ง ซึ่งลูกเรือได้ตั้งชื่อว่าหลุม ‘Integrity’ ตามชื่อยานอวกาศภารกิจนี้ และหลุม ‘Carroll’ ตามชื่อภรรยาของ Reid Wiseman ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งไปในปี 2020

หลังจากการบินผ่านใกล้ดวงจันทร์ ในช่วงเช้าวันที่ 7 เมษายน อาร์เทมิส 2 ได้เริ่มต้นการเดินทางกลับโลกในทันที โดยมีช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ลูกเรือได้สังเกตการณ์สุริยุปราคาเต็มดวง เนื่องจากยานเข้าไปอยู่ใต้เงามืดของดวงจันทร์พอดี เช่นเดียวกับเป็นครั้งแรกที่ลูกเรือบนสถานีอวกาศนานาชาติ ได้สนทนาทางไกลกับลูกเรือของยานอวกาศที่กำลังเดินทางไปดวงจันทร์อีกด้วย

https://www.flickr.com/photos/nasa2explore/55195952087/

ภาพ: NASA

แต่ใช่ว่าการเดินทางไปดวงจันทร์ครั้งนี้จะราบรื่นเสมอไป เพราะระหว่างภารกิจนั้นมีปัญหาเกิดขึ้นกับห้องน้ำในยาน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งห้องน้ำไปกับยานอวกาศสำรวจดวงจันทร์ (ตอนอพอลโลใช้ท่อต่อตรง กับขับถ่ายใส่ถุง) และได้มีปัญหาการอุดตันเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ซึ่ง NASA เน้นย้ำว่าจะนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุง เพื่อให้ยานในภารกิจถัดไปมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดนี้ ภารกิจอาร์เทมิส 2 ได้เดินทางกลับถึงโลกในเช้าวันที่ 11 เมษายน โดยมีความเร็วเมื่อแตะชั้นบรรยากาศสูงกว่า 39,693 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าความเร็วเสียงถึง 32 เท่า และเร็วกว่ายานอวกาศที่กลับโลกจากสถานีอวกาศนานาชาติ ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงในบรรยากาศโลก จนสามารถกางร่มชูชีพเพื่อลงจอดเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกอย่างปลอดภัย เมื่อเวลา 7:07 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยลูกเรือทั้ง 4 คนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงปลอดภัยดี

https://images.nasa.gov/details/DSC_3398

ภาพ: Josh Valcarcel / NASA

การเดินทางของภารกิจนี้ นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่พร้อมส่งต่อให้อาร์เทมิส 3 ขึ้นบินไปทดสอบความพร้อมของยานลงดวงจันทร์ ที่สร้างโดย SpaceX และ Blue Origin ซึ่งมีกำหนดไว้ในปี 2027 และหากไม่มีอะไรผิดพลาด NASA จะส่งมนุษย์กลับไปลงดวงจันทร์อีกครั้งกับภารกิจอาร์เทมิส 4 ในช่วงต้นปี 2028 เพื่อเริ่มต้นการสร้างฐานบนดวงจันทร์ระยะยาวอย่างเป็นทางการ

นอกจากโครงการอาร์เทมิสของสหรัฐฯ ยังมีโครงการสำรวจดวงจันทร์ของจีน ที่ก็มีแผนจะส่งนักบินอวกาศไปลงสำรวจพื้นผิวดวงจันทร์ภายในปี 2030 และก็มีแผนการสร้างฐานบนดวงจันทร์ ภายใต้โครงการ ILRS หรือ International Lunar Research Station นั่นเอง

อาจเรียกได้ว่าความสำเร็จของอาร์เทมิส 2 ได้เปิดฉากการแข่งขันกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งของมนุษยชาติ ที่รอบนี้จะไม่ใช่แค่การกลับไปปักธงเท่านั้น แต่เป็นการสร้างฐานปฏิบัติการระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมส่งมนุษย์มุ่งหน้าสู่ดาวอังคารในอนาคต

ภาพ: กรทอง วิริยะเศวตกุล

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...