โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มจีน อาวุธสงคราม BHQ วินาศกรรม ความมั่นคงอยู่ไหน?

INN News

อัพเดต 10 พ.ค. เวลา 16.07 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. เวลา 10.00 น. • INN News

เรียกได้ว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญเลยก็ว่าได้ หลังตำรวจจับกุมนายเฉิงเจ้า หวูชายชาวจีนวัย 31 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ ก่อนตรวจค้นพบอาวุธปืนภายในรถ และขยายผลไปยังบ้านพักในซอยห้วยใหญ่ จนพบอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด ดินระเบิด C4 เสื้อเกราะ กระสุนจำนวนมาก รวมถึงคลิปการฝึกใช้อาวุธสงครามและขว้างระเบิดในพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับค่ายรบพิเศษ 911 ของกัมพูชา หรือที่รู้จักในชื่อกลุ่ม BHQ

คดีนี้ไม่ได้เป็นเพียงคดีอาวุธสงครามธรรมดา แต่กำลังกลายเป็น ภาพสะท้อนช่องโหว่ด้านความมั่นคงของประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็นร้อนเรื่องการได้มา ซึ่งเอกสารราชการไทย ของชาวต่างชาติ ที่กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากสังคม

เพราะระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ตำรวจพบว่า ชายชาวจีนรายนี้ ไม่ได้มีเพียงหนังสือเดินทางจีน แต่ยังถือพาสปอร์ตกัมพูชา มีบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย หรือบัตรสีชมพู และยังมีเลขประจำตัวประชาชนขึ้นต้นด้วยเลข 6 พร้อมประวัติย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านในพื้นที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี 2566

นี่ยังไม่รวมการพบข้อมูลบุคคลอีกหนึ่งราย ซึ่งถือ “บัตรประชาชนไทยสีฟ้า” ทั้งที่มีต้นกำเนิดเป็นชาวต่างชาติ และมีประวัติได้รับสัญชาติไทยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ทันทีที่ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผย เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็เกิดขึ้นอย่างรุนแรง เพราะสังคมเริ่มตั้งคำถามว่า กระบวนการทะเบียนราษฎรของไทย กำลังถูกใช้เป็น “ช่องทางฟอกตัวตน” ให้กับคนต่างชาติหรือไม่

โดยเฉพาะ “บัตรสีชมพู” ที่เดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้บริหารจัดการแรงงานต่างด้าวและบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน แต่กลับถูกตั้งข้อสังเกตว่า บางกรณีอาจถูกใช้เป็นบันไดไปสู่การเข้าถึงสิทธิพื้นฐานในประเทศไทย ทั้งการพักอาศัย การเปิดบัญชี การซื้อทรัพย์สิน หรือแม้แต่การสร้างตัวตนใหม่ในระบบราชการ และตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นการสวมสิทธิโดยมีเจ้าหน้าให้การช่วยเหลือหรือไม่?

เช่นเดียวกับนักวิชาการด้านความมั่นคง ที่มองว่า ปัญหาไม่ได้อยู่แค่การออกบัตร แต่คือเครือข่ายนายหน้าและการทุจริตเชิงระบบ ที่อาจมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะหากบุคคลต่างชาติ

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันให้ขยายผลถึงต้นตอของขบวนการทั้งหมด พร้อมย้ำว่า ไม่มีการอนุญาตให้ต่างชาติครอบครองอาวุธสงคราม และหากพบเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลใดเกี่ยวข้อง จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด

ขณะเดียวกัน นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งการให้นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง (DOPA N.I.C.E.) เร่งตรวจสอบความถูกต้องของทะเบียนราษฎร บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ถือบัตรสีชมพู และผู้ถือบัตรประชาชนไทย หากพบการทุจริต จะดำเนินคดีทั้งเจ้าของบัตรและเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมเพิกถอนรายการทะเบียนทั้งหมด

ที่ยังคงต้องติดต่อในคดีนี้ ว่าทางรัฐบาลไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะสามารถขยายผลไปถึงต้นต่อ และชี้แจงต่อสังคมได้หรือไม่ เพราะคดีนี้กำลังลุกลามไปไกลกว่าการจับกุมอาวุธสงคราม แต่กำลังเกิดคำถามสำคัญต่อระบบความมั่นคงของไทยทั้งระบบ ที่ยังมีช่องโหว่เปิดทางให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ใช้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ….

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...