โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดทัศนะ 3 ตัวเต็ง มิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 พ.ค. เวลา 06.21 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. เวลา 05.41 น.

เข้มข้นขึ้นทุกทีสำหรับการประกวดมิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026 ซึ่งปีนี้ได้ 23 สาวงามมาร่วมเวทีการประกวด สาว ๆ ได้ เก็บตัวทำกิจกรรมเก็บคะแนนทุกวันอย่างสนุกสนาน และแม้ทุกนางจะสวยไม่แพ้กัน แต่บางคนกลับโชนแสงอย่างเปล่งประกาย วันนี้ประชาติธุรกิจ จึงจะพามาทำความรู้จักกับ 3 ตัวเต็ง พร้อมฟังทัศนะที่มุ่งมั่นและพร้อมทำโครงการเสียสละเพื่อสังคมของพวกเธอ

เริ่มที่คนแรกหญิงสาวผู้มีใบหน้าคมเข้ม มาพร้อมชื่อเก๋ๆ งามอย่างไทย หมายเลข 12 “มาลัย มาลัยกะ คาร”

เธอเล่าว่า การมาร่วมเวทีประกวดนางงามในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 4 ของเธอแล้ว “ดีใจและภูมิใจมากค่ะ เพราะมาลัยรู้สึกว่าตัวเองกับทีมนครสวรรค์ พี่เลี้ยงทุกคน เต็มที่กับมันมากๆ เราพยายามดึงพลังแล้วก็ศักยภาพของเราออกมาให้ได้สูงสุดค่ะ เราตั้งเป้าหมายไว้สูงสุดคือมงฯ ไม่ใช่มงฯ ในไทย แต่เราต้องการคว้ามงฯ โลกอีกครั้ง การตั้งเป้าหมายไว้สูงจะทำให้เราได้เรียนรู้แล้วก็ปรับปรุงตัวเอง ในทุกๆวัน มาลัยสัญญาว่าจะตั้งใจทำทุกอยากให้ดีที่สุด ในทุก ๆ วัน”

“ครั้งแรกที่มาลัยอยากมาประกวดนางงามเพราะอยากหาเลี้ยงครอบครัว อย่างที่ทุกคนทราบว่าเราดิ้นร้นมาตั้งแต่เด็ก แม่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เรามีพี่น้อง 5 คน แม่ทำงานเยอะมาก ทำงานหนักมาก การที่เราเห็นแบบนั้นทำให้เราอยากช่วยแบ่งเบาภาระ มาลัยชอบเรื่องความสวยความงามอยู่แล้ว พอมาเจอทีมพี่เลี้ยงเขาก็ให้โอกาสเรา อีกอย่างที่ทำให้อยากมาประกวด เพราะเราอยากนำเรื่องราวของเราตั้งแต่อยู่ปากีสถานตั้งแต่เกิดจนถึง 10 ขวบ จึงย้ายมาอยู่ที่ไทยถาวร ที่เราเจอความรุนแรงในชีวิตมาจากที่นั้น เราอยากช่วยเหลือทุกคน เพราะการที่เด็กหรือสตรีต้องต้องเจอความรุนแรงในชีวิตมันพรากความสุข ความปลอดภัย อิสระในชีวิตไปยังไง มาลัยอยากให้พวกเขาทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้มีพื้นที่ปลอดภัย ได้เปล่งเสียงของตัวเองออกมา ได้ใช้สิทธิในชีวิตตัวเองให้ได้ดีที่สุด เพราะทุกคนมีความสามารถเพียงแต่ยังไม่ได้รับโอกาส ยังไม่ได้เรียนรู้ที่จะปกป้องตัวเองหรือปกป้องผู้อื่น”

“มาลัยใช้ความกล้าหาญมากๆ ที่จะพูดเรื่องของความรุนแรง ทุกครั้งที่พูดยังเจ็บอยู่ในใจลึกๆ สิ่งสุดท้ายที่อยากจะพูดคือเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ช่วยเหลือสตรี เยาวชน ที่ยังต้องเผชิญกับความรุนแรง ความไม่เท่าเทียมในสังคมอยู่ มาลัยของขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่เป็นกำลังใจคอมเม้นและติชมกันมา ทุกคอนเม้นท์มีความหมายกับมาลัยมาก อะไรที่เป็นความคิดเห็นบวกมาลัยก็จะรับไว้ อะไรที่เป็นคำติชมมาลัยก็จะนำมาพิจรณา นำมาปรับปรุงตัวเอง”

ต่อมาเป็นสาวใจสู้ หมายเลข 15 “น้ำผึ้ง – กานต์ธีรา เตชะภัทรธนากุล”

น้ำผึ้ง – กานต์ธีรา กล่าวว่า เรามาประกวดเวทีระดับประเทศครั้งนี้เป็นรอบที่ 2 แล้ว เวทีนี้ตรงบริบทของน้ำผึ้งมาก เพราะเราเคยเป็นคนไม่มีสัญชาติ เราเพิ่งได้รับโอกาส มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นในใจเรา คือเราอยากเป็นผู้ให้ ไม่ใช่แค่ให้ผ่านโครงการ แต่น้ำผึ้งอยากให้ทุกคนรู้ว่าการเป็นผู้ให้ของน้ำผึ้งมันสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้จริงๆ และเวทีมิสเวิลด์ไทยแลนด์ก็เป็นเวทีที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงสังคม ด้วยการผลักดันและให้โอกาสทุกคนในสังคมผ่านการประกวด

“เมื่อก่อนน้ำผึ้งเป็นเด็กไร้สัญชาติ เราโตมาแบบมีข้อจำกัดเยอะมากๆ จนวันหนึ่งเราได้รับสัญชาติไทย เราได้เป็นตัวแทนประเทศไทย ไปแข่งขันที่อเมริกา ทำให้ได้รู้ว่าการได้รับโอกาสในสิ่งที่เราอยากจะทำจริงๆ มันมีความสุขมาก โอกาสทางการศึกษาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก วันนี้นอกจากการได้มาประกวดบนเวทีแล้ว น้ำผึ้งยังได้จัดตั้งกองทุนเพื่อเด็กไร้สัญชาติ เป็นทุนการศึกษาให้กับน้องๆ เพราะจะให้น้องๆ ได้รับโอกาส อย่างน้อยๆ ในวันที่น้องๆ ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย น้องๆ ยังได้รับความรู้ในตัวเองสามารถนำไปสร้างอนาคตได้ นี่เป็นโอกาสหนึ่งที่น้ำผึ้งให้ได้”

“น้ำผึ้งได้รับสัญชาติในปี 2019 ที่จริงเราเกิดในประเทศไทย แต่เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่ไร้สัญชาติ เราจึงมีแค่การรับรองการเกิด เราไม่ได้ฐานะดีพอที่จะส่งเรียนพิเศษ หรือเรียนอะไรแพงๆ เราต้องใช้ทุนตัวเองในการเรียน ค่าใช้จ่ายในการศึกษามันสูงมากแต่เราไม่สามารถจะกู้ได้เลยเพราะเราไม่มีสัญชาติ รัฐบาลไทยดีตรงที่เขามีโอกาสให้เด็กเรียนฟรี 15 ปี แต่การที่จะกู้เรียนได้ก็ต้องเป็นเด็กที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น เพราะฉะนั้นเด็กไร้สัญชาติแบบเราก็จะได้เรียนถึงแค่ม.3 พอเราขาดโอกาสทางการเรียน ถ้าเราอยากเป็นหมอ ก็ไม่มีโอกาสแล้ว ต่อให้เราทำคะแนนได้ดีแค่ไหนแค่จะสมัครสอบเราก็ไม่สามารถทำได้เพราะเขามีข้อจำกัดด้านสัญชาติ เป็นข้อจำกัดที่ใหญ่มากของเรา บางคนเกิดมาเขาก็มีสัญชาติไทยแล้ว เราเห็นเขาเรียน พยายามที่จะเป็นหมอ เห็นแล้วก็รู้สึกชื่นชมเขามากๆ แต่เราพยายามมากแค่ไหนก็เป็นแบบเขาไม่ได้อยู่ดี”

“เราใช้เวลาเตรียมตัวกว่า 2 ปี กว่าจะกลับมาประกวดอีกครั้ง และเราตั้งใจว่าจะประกวดมิสเวิลด์ไทยแลนด์ให้ได้ เราไปพัฒนาความรู้ตัวเองด้วยการไปเรียนปริญญาโท รัฐศาสตร์ เพื่อที่จะเอาความรู้นี้มาสานต่อในการช่วยเหลือบุคคลไร้สัญชาติ นอกจากนี้เรายังได้เตรียมในเรื่องการทำโครงการ ที่น้ำผึ้งได้เริ่มด้วยตัวเองตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนนี้ก็เริ่มมีภาคีเครือข่ายต่างๆ มาเข้าร่วม ทั้งทางจ.เชียงใหม่ ทาง UNHCR เราได้ไปมีการประชุมกับเขา เพื่อให้โครงการเราสามารถไปต่อได้จริง น้ำผึ้งมีความฝันที่จะทำให้คนไร้สัญชาติหมดไป นั้นคือความฝันสูงสุดของเรา เพราะเรามองกว่าการไร้สัญชาติเป็นการกดทับศักยภาพของเรา ทุกคนบนโลกใบนี้คือมนุษย์เหมือนกัน ถ้าเราสามารถแก้ปัญหานี่ได้มันคือการพัฒนามนุษย์อย่างหนึ่ง ให้แต่ละประเทศมีทรัพยากรมนุษย์ที่ดีขึ้น”

และสุดท้ายสาวลูกครึ่ง หมายเลข 19 “คิมมี่ คิม โดเชคาโลวา”

คิมมี่ เล่าว่า คิมเคยประกวดมิวยูนิเวิร์สไทยแลนด์มาแล้ว ก่อนจะมาประกวดมิสเวิลด์ไทยแลนด์ในปีนี้ ที่มาลงประกวดในปีนี้มันเป็นเซนต์เหมือนที่เรามาในปีแรก แต่ว่าครั้งนี้เราพร้อมกว่ารอบที่แล้ว เรามีประสบการณ์ชีวิตหลายอย่างที่ทำให้โตขึ้น มีสติมากขึ้น มันอาจจะมีเรื่องที่พัฒนา และน่าจะเป็นปีสุดท้ายของคิมด้วย เพราะคิมอายุ 26 ปี แล้ว เราแทบไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย แค่เอาประสบการณ์ที่ใช้ชีวิตมาทั้งหมด 26 ปีมาใช้ในวันนี้ รอบนี้ถ้าไม่พร้อมก็คงไม่มา เพราะใจมันมาแล้ว เราเลยมา ถ้าไม่มีปีนี้ปีหน้าไม่มีใจมา เพราะก็คงเสียดายในตัวเอง

“ไอดอลในวงการนางงามของเราคงเป็นพี่นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ นางงามผู้ครองตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2561 และตำแหน่ง Continental Queen Asia คนที่ 3 ของประเทศไทย และเป็นรองมิสเวิลด์ คนแรกจากประเทศไทย เพราะตอนที่เจอเรารู้สึกว่าเขาเหมือนพี่น้องที่พลัดพรากกันมาของเรา เป็นตัวอย่างด้านสายสปีด เพราะเขาพูดออกมาจากใจ เป็นตัวของตัวเองมาก เรียลมากๆ ถ้าได้ตำแหน่งขึ้นมา คิมอยากทำเรื่องโครงการผู้ป่วยอัลไซเมอร์ให้เป็นจริง โครงการนี้เกี่ยวโยงกับพ่อคิม ที่อายุ 77 ปีแล้ว มันไม่ใช่แค่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่เขาจะลืม แต่คนแก่ทุกคนจะมาภาวะหลงลืม มันน่าจะเป็นเรื่องดีถ้าเราใส่ใจเรื่องนี้ แม้เขาจะไม่ได้หายขาดเลย และคนในครอบครัวเขาก็จะไม่ต้องเป็นซึมเศร้า จากภาวะความเครียดที่ต้องดูและผู้ป่วยอัลไซเมอร์ เพราะเราค้นพบว่า 1 ใน 3 ผู้ที่ต้องดูแลคนป่วยเป็นซึมเศร้าหมดเลย โครงการเราได้ริเริ่มจากคุณพ่อ มีความคืบหน้าในโครงการคือเราจะได้ไปพูดคุยกับแพทย์เพื่อเดินหน้าต่อโครงการ และอาจจะมีพอดแคสต์ออกมาให้ฟังกันด้วย สุดท้ายอยากฝากเชียร์เป็นกำลังใจให้คิมด้วย อาจจะดูตื่นเวทีแต่จะพัฒนาตัวเองในทุก ๆ วันค่ะ”

การประกวดมิสเวิล์ดไทยแลนด์ 2026 จะมีการประกวดรอบไฟนอลวันที่ 10 พฤษภาคม และผู้ที่คว้ามงกุฎ มิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026 จะได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทย เดินทางไปสู้ศึก มิสเวิลด์ 2026 ณ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 5 กันยายนนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดทัศนะ 3 ตัวเต็ง มิสเวิลด์ไทยแลนด์ 2026

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...