โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบ 2 ผัวเมีย เปิดวงแชร์ตุ๋นเหยื่อ 14 คน เสียหายพุ่ง 5 ล้าน

อีจัน

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 14.49 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 07.49 น. • อีจัน

วันนี้ (14 มี.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม 2 ผู้ต้องหา ตั้งวงแชร์ออนไลน์ฉ้อโกงเหยื่อ 1. นางสาวธิณิดา อายุ 33 ปี และ 2. นายวิระ อายุ 48 ปี โดยสามารถจับกุมได้ บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2566 นางสาวธิณิดา (ท้าวแชร์) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อ “Kanittha Waiyarat” เพื่อชักชวนบุคคลทั่วไป ให้มาร่วมลงทุนในวงแชร์ออนไลน์ โดยมีการดึงผู้ที่สนใจเข้ากลุ่มไลน์ชื่อ “บ้านออมเงินเจ๊ก้อยปากหมา” ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 400 คน

ซึ่งรูปแบบการหลอกลวง เป็นการเปิดวงแชร์แบบ“ขั้นบันได” หลายวงพร้อมกัน โดยนางสาวธิณิดา จะเป็นผู้กำหนดจำนวนมือผู้เล่นและเงินปันผลด้วยตนเอง ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่มักเลือกจองมือท้าย ๆ เพื่อหวังผลกำไรที่สูงขึ้น ในขณะที่ นางสาวธิณิดาฯ จะเป็นผู้รับเงินในมือแรก (มือท้าว) และมี นายวิระ (สามี) ร่วมเป็นนอมินีหรือหน้าม้า ในการจองมือลำดับที่ 2 และ 3 เพื่อรอรับเงินทุนกองกลางจากสมาชิกคนอื่น ๆ ไปก่อน

ต่อมา เมื่อได้เงินไปจำนวนหนึ่ง นางสาวธิณิดา ได้แจ้งกับสมาชิกว่ามีลูกแชร์บางรายไม่ส่งยอด ทำให้ตนแบกรับภาระไม่ไหวจึงประกาศ “วงแชร์ล่ม” ทำให้ผู้เสียหายที่ส่งเงินไปแล้วไม่ได้รับเงินคืน และไม่สามารถติดต่อผู้ต้องหาได้อีก

ภายหลังกลุ่มผู้เสียหาย 14 ราย ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ กก.4 บก.ปอศ. ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวประมาณ 5 ล้านบาท โดยมีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย นอกจากนี้ ยังตรวจพบกระแสเงินหมุนเวียนในเครือข่ายนี้มากกว่า 10 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ จนกระทั่งสามารถวางแผนเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้สำเร็จ

จากการสอบปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การอ้างว่าตนได้ตั้งวงแชร์จริง แต่เนื่องจากมีผู้เล่นบางรายไม่ทำการส่งยอด ตนแบกรับภาระไม่ไหวจึงทำให้วงแชร์ล่ม เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินคดี ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ บิดเบือนหรือปลอม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...