โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กต.เผยตะวันออกกลางยังเดือด เร่งอพยพลูกเรือไทย 20 คน กลับถึงประเทศ 16 มี.ค.

PPTV HD 36

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 05.21 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 05.13 น.
ศบก. เผย 20 ลูกเรือมยุรีนารี กลับถึงไทย 16 มี.ค.นี้ ยัน เดินหน้าค้นหาอีก 3 ชีวิต ยํ้าเตือนคนไทย เร่งออกจากพื้นที่เสี่ยง หลังอิหร่านยกระดับโจมตี

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สถานการณ์โดยรวมในภูมิภาคได้ขยายวงนอกเหนือจากเป้าหมายทางทหาร โดยอิหร่านยกระดับการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเดินเรือ และระบบไซเบอร์ ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ในหลายประเทศของภูมิภาค

ขณะที่กองทัพอิสราเอล กับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ยังมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีกันอย่างรุนแรง นอกจากนี้ สถานการณ์การสู้รบในอิรักยังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น ขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด

นายปาณิดล กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (13 มี.ค.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งจัดขึ้นตามข้อเสนอของไทย โดยที่ประชุมเห็นพ้องว่า สถานการณ์ยังมีความตึงเครียด และเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรง พร้อมกลับสู่แนวทางการทูตโดยเร็ว ทั้งยังย้ำถึงความสำคัญของหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเสรีภาพในการบินและการเดินเรือ

นายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เริ่มจากกรณีเรือบรรทุกสินค้าไทยที่ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉิน และส่งมอบให้กับลูกเรือทั้ง 20 คน เพื่อเดินทางออกจากเมืองคาซับ ไปยังประเทศโอมาน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป แต่เนื่องจากเส้นทางต้องผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จึงได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดการออกวีซ่าผ่านแดน

รวมถึงทางการโอมานได้ยืนยันว่าจะอำนวยความสะดวกในการผ่านแดน เพื่อให้ลูกเรือเดินทางขึ้นเครื่องที่กรุงมัสกัต โดยลูกเรือทั้ง 20 คน มีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมนี้

นายปาณิดล กล่าวต่อว่า ส่วนการช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพเรือ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือต่อไป

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน กลุ่มคนไทยชุดสุดท้ายจำนวน 7 คน ที่เดินทางออกจากอิหร่าน ได้เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ส่วนในประเทศอิสราเอล เนื่องจากการโจมตีที่รุนแรงขึ้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนคนไทยในพื้นที่ภาคเหนือของอิสราเอล ให้เข้าที่หลบภัยภายใน 1 นาที หากได้ยินเสียงไซเรน และขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณชายแดนทางตอนเหนือของอิสราเอล

นายปาณิดล กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ คนไทยได้รับความช่วยเหลือออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางรวม 591 คน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ให้ออกจากพื้นที่อันตรายอย่างปลอดภัย

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สถานการณ์โดยรวมในภูมิภาคได้ขยายวงนอกเหนือจากเป้าหมายทางทหาร โดยอิหร่านยกระดับการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การเดินเรือ และระบบไซเบอร์ ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ในหลายประเทศของภูมิภาค

ขณะที่กองทัพอิสราเอล กับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ยังมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีกันอย่างรุนแรง นอกจากนี้ สถานการณ์การสู้รบในอิรักยังทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น ขอให้คนไทยพิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด

นายปาณิดล กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (13 มี.ค.) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งจัดขึ้นตามข้อเสนอของไทย โดยที่ประชุมเห็นพ้องว่า สถานการณ์ยังมีความตึงเครียด และเรียกร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรง พร้อมกลับสู่แนวทางการทูตโดยเร็ว ทั้งยังย้ำถึงความสำคัญของหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเสรีภาพในการบินและการเดินเรือ

นายปาณิดล กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ เริ่มจากกรณีเรือบรรทุกสินค้าไทยที่ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉิน และส่งมอบให้กับลูกเรือทั้ง 20 คน เพื่อเดินทางออกจากเมืองคาซับ ไปยังประเทศโอมาน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยต่อไป แต่เนื่องจากเส้นทางต้องผ่านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จึงได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดการออกวีซ่าผ่านแดน

รวมถึงทางการโอมานได้ยืนยันว่าจะอำนวยความสะดวกในการผ่านแดน เพื่อให้ลูกเรือเดินทางขึ้นเครื่องที่กรุงมัสกัต โดยลูกเรือทั้ง 20 คน มีกำหนดเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 16 มีนาคมนี้

นายปาณิดล กล่าวต่อว่า ส่วนการช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน ขอให้มั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพเรือ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือต่อไป

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน กลุ่มคนไทยชุดสุดท้ายจำนวน 7 คน ที่เดินทางออกจากอิหร่าน ได้เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้วเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ส่วนในประเทศอิสราเอล เนื่องจากการโจมตีที่รุนแรงขึ้น สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนคนไทยในพื้นที่ภาคเหนือของอิสราเอล ให้เข้าที่หลบภัยภายใน 1 นาที หากได้ยินเสียงไซเรน และขอให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณชายแดนทางตอนเหนือของอิสราเอล

นายปาณิดล กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ คนไทยได้รับความช่วยเหลือออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางรวม 591 คน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ ให้ออกจากพื้นที่อันตรายอย่างปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีเชื่อมั่นทองคำ มี.ค. 69 ขยับขึ้น 76.50 จุด กังวลสงครามตะวันออกกลาง

เปิดกลยุทธ์ ttb ปี 69 ชู ยกระดับ 3+ ดัน SME - AI เจาะกลุ่ม Wealth

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กต.เผยตะวันออกกลางยังเดือด เร่งอพยพลูกเรือไทย 20 คน กลับถึงประเทศ 16 มี.ค.

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...