โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ปรับเส้นทางสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ.

ไทยโพสต์

อัพเดต 14 มี.ค. เวลา 19.17 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 17.02 น.

ขานรับนโยบายรัฐบาลทันที บิ๊กแรก-พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งคำสั่ง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ตำรวจทั่วประเทศปฏิบัติ 5 มาตรการประหยัดพลังงานโดยไม่กระทบประชาชน รับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง 1. มาตรการส่วนบุคคล เช่น การลดการใช้พลังงานในเคหสถาน ยานพาหนะส่วนตัวหรือทางราชการ หากจำเป็นต้องเดินทางให้พิจารณาเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ยานพาหนะส่วนตัว 2.มาตรการในสถานที่ปฏิบัติราชการ เช่น การ

ใช้แสงสว่างและการเปิดเครื่องปรับอากาศในสถานที่ปฏิบัติราชการเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับจำนวนข้าราชการตำรวจที่มาปฏิบัติราชการ, บูรณาการข้าราชการตำรวจภายในหน่วยโดยให้ปฏิบัติราชการในสถานที่เดียว หรือลดจำนวนห้อง ปิดไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น

นอกจากนี้ มาตรการที่ 3 ปฏิบัติราชการในภาพรวมของหน่วย เช่น การงดหรือหลีกเลี่ยงการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม หรือเดินทางไปราชการต่างประเทศ, การงดเว้นหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางไปราชการเพื่อตรวจหน่วย โดยพิจารณาเปลี่ยนเป็นการตรวจหน่วยผ่านระบบออนไลน์เป็นการทดแทน ยกเว้นกรณีที่จำเป็น 4.กรณีสถานศึกษาหรือหน่วยฝึกอบรม ให้ปรับการเรียนการสอน ฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดการใช้พลังงานและการเดินทางของข้าราชการตำรวจแต่ละหน่วย รวมทั้งในการประชุม สัมมนาของแต่ละหน่วยด้วย และ 5.กำหนดการแต่งกายของตำรวจ ที่มาปฏิบัติราชการให้เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางนี้ ประหยัดพลังงานในการใช้ลิฟต์ กระดาษและวัสดุสิ้นเปลืองต่างๆ ๐

ส่อง 5 มาตรการ "กรมปทุมวัน" เคาะออกมา หากทำได้อย่างมีประสิทธิภาพก็น่าจะช่วยประหยัดพลังงานได้อักโข โดยเฉพาะมาตรการแรก มาตรการส่วนบุคคล ทั้งการลดการใช้พลังงานในเคหสถาน ยานพาหนะส่วนตัวหรือทางราชการ หากจำเป็นต้องเดินทางให้พิจารณาเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ยานพาหนะส่วนตัว ถ้าเหล่า "นายพล" ภายในกรมปทุมวันเดินทางมาทำงานย่านพระรามที่ 1 พร้อมใจกันทั้งผบ.ต่าย, รอง ผบ.ตร. และ ผู้ช่วย ผบ.ตร. นั่งรถประจำทางหรือรถไฟฟ้า ที่ผ่านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แทนการนั่งรถประจำตำแหน่งมาทำงาน ก็น่าจะเป็นตัวอย่างให้ลูกน้องได้ทำตามอย่างดี จะได้ไม่มีใครกล้าครหา "นาย" สั่งให้ "ลูกน้อง" ทำ แต่ "นาย" ไม่ยอมทำ แล้วคำสั่งจะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร จริงหรือเปล่าท่าน ผบ.ต่าย ๐

เป็นอีกหนึ่งงานที่จะพิสูจน์ฝีมือ บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี ในการลุ้นชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." ช่วงปลายปีได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อ ผบ.ต่ายมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศส.ตร.) ขับเคลื่อนแผนบริหารและพัฒนางานสอบสวนให้ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการให้บริการประชาชน 2.ด้านระบบปฏิบัติงาน และ 3.ด้านบุคลากรและสวัสดิการ เพื่อรื้อฟื้นแท่งพนักงานสอบสวน รวมทั้งการจัดทำตำแหน่งควบ และเพิ่มเงินพิเศษพนักงานสอบสวน หลังจาก ก.ตร.เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 ที่มี นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะไฟเขียวหลักการในการพัฒนางานสอบสวน หากทำได้ดี ทำเข้าตาผู้บังคับบัญชา รวมทั้งลูกน้อง ที่จะได้มีความเจริญเติบโตในหน้าที่การงานและการดูแลสวัสดิการต่างๆ ปลายปีอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น ๐

ราชกิจจาฯ เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ “โผทหาร” เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตามห้วงเวลาปกติ ภายใต้สถานการณ์ในกองทัพที่ไม่ได้มี "คลื่นใต้น้ำ" หนักเหมือนช่วง 1-2 ปีก่อนหน้านี้ และหลังจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ นั่งในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกมาได้ 1 ปีครึ่ง ทำ “โผทหาร” ทั้งระดับชั้นนายพล ผู้การกรม ผู้บังคับกองพัน มาหลายรอบ ผ่านการบัญชาการศึก "ไทย-กัมพูชา" มา 2 รอบ เลยช่วงเวลาแห่งการพิสูจน์ความเป็นเอกภาพภายในมาพักใหญ่ ไม่ปรากฏว่ามี “กล้ามเนื้อนอกบังคับ” ให้น่าหนักใจ อีกทั้งกองทัพภาคที่ 1-2 ก็มีผลการปฏิบัติที่น่าพอใจ โผที่ออกจึงนับได้ว่า “เข้าที่-เข้าทาง" และต่างเห็นทางเดินของแต่ละคนในการเติบโตว่าจะไปกันทางไหน แม้ในวันข้างหน้าสมการอาจเปลี่ยนจนเข้าสู่โหมดการชิงเข้าฮอสตอนปิดเกมสุดท้าย ก็ต้องถือว่าเป็นไฟต์บังคับที่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะการขับเคี่ยวระหว่างรุ่น ตท.27-28 แต่นั่นคงเป็นช่วงท้ายอำนาจของ ตท.26 ซึ่งเป็นรุ่นของ ผบ.ทบ.จะกุมบังเหียนใน ทบ.แล้ว ๐

แต่ที่ต้องพูดถึงคือการขยับ “แม่ทัพกอล์ฟ” พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ แม่ทัพน้อยที่ 1 เข้ามาเป็นรองเสนาธิการทหารบก เพราะเหลืออายุราชการถึงปี 2573 และถูกจับตามองว่าจะถูกวางตัวเป็น ผบ.ทบ.ในช่วงปลายปี 2571 ดังนั้นการขึ้นมาในตำแหน่งนี้ช่วงกลางปีอาจถูกมองว่าเร็วเกินไป แต่อีกทางหนึ่งก็เพื่อเปิดทางเพื่อน ตท.28 ที่อยู่ในแผงรองแม่ทัพภาคที่ 1 อย่าง "รองแอ้ม" พล.ต.ณัฐเดช จันทรางศุ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เพื่อนรักของ “แม่ทัพไก่พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ขึ้นเป็นพลโท ในตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 1 แทน ในขณะเดียวกันก็ดึง พล.ต.เทพพิทักษ์ นิมิตร รอง ผบ.รร.จปร. น้องรักของ พล.อ.ธรรมนูญ วิถี กลับเข้าแผงรองแม่ทัพภาคที่ 1 ร่วมกับ "รองลาภ" พล.ต.สิทธิพร จุลปานะ และ "รองด้วง” พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์

หากนับนิ้วคำนวณเวลาเกษียณอายุราชการแล้ว ก็มีคำถามตามมาว่าทำไม "แม่ทัพกอล์ฟ" ต้องสไลด์ออกข้าง ข้ามมาเป็นรอง เสธ.ทบ.ก่อน และทำไมไม่รอขึ้นเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 ตามไลน์ เพราะก็นั่งในตำแหน่งแม่ทัพน้อยที่ 1 อยู่แล้ว? นั่นเพราะเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า "แม่ทัพไก่" พล.ท.วรยส ซึ่งทำหน้าที่ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 อาจต้องนั่งทำหน้าที่ยาวไปอีก 3 ปี (แม่ทัพไก่เกษียณปี 71) ซึ่งเป็นภารกิจที่ถูกจัดวางไว้แล้ว อีกทั้งโอกาสที่จะไปแคนดิเดตตำแหน่ง ผบ.ทบ.ในช่วงปลายปี 2570 กับรุ่นพี่อีก 2 คน ก็อาจจะมีเงื่อนไขอื่นที่ถูกกำหนดชะตาชีวิตไว้แล้ว ทำให้การขึ้นตำแหน่งแม่ทัพภาค 1 ของ “แม่ทัพกอล์ฟ” เดินไปแบบปกติไม่ได้ การใช้สูตรข้ามมาเป็นรอง เสธ.ทบ. และซอยเท้าอยู่ 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่งเพื่อเข้า 5 เสือ ทบ. ก็ไม่ได้ทำให้เสียจังหวะแต่อย่างใด ซ้ำยังเป็นการ “วิน-วิน” ระหว่างตัวเอง เพื่อน และพี่ๆ ๐

ทางด้านการโยกย้ายในกองทัพภาค มีการเปลี่ยนแปลงในระดับรองแม่ทัพและ ผบ.กกล.ที่สำคัญ โดยเฉพาะในกองทัพภาคที่ 2 พล.ต.สมภพ ภาระเวช ผบ.พล.ร.6 และ ผบ.กกล.สุรนารี ขึ้นเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 2 และมี "รองเสริม" พ.อ.บุญเสริม บุญบำรุง ขึ้นเป็น ผบ.พล.ร.6 แทน สำหรับ พล.ต.สมภพ ซึ่งถือเป็นสาย พล.ร.6 เนื้อเดียวกับ “แม่ทัพเติ่ง” พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพคนปัจจุบัน ต้องไปชิงแม่ทัพภาคที่ 2 กับพล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงษ์ รองแม่ทัพฯ เพื่อน ตท.29 และเป็นน้องรัก “บิ๊กกุ้ง” ที่ขยับขึ้นมาในช่วงการโยกย้ายเมื่อปลายปีที่แล้ว ส่วนกองทัพภาคที่ 3 มีการส่ง พล.ต.ไมตรี ชูปรีชา ผบ.พล.ร.4 เป็นรองแม่ทัพ ขึ้นไปแคนดิเดตกับ “รองโจ” พล.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ปาณิกบุตร เพื่อน ตท.28 อีกคนที่ขึ้นรองแม่ทัพก่อนหน้านี้ โดยมี พ.อ.ประสาน เห็นประเสริฐ เป็น รอง ผบ.พล.ร.4 มาคุม กกล.นเรศวร ขณะที่กองทัพภาคที่ 4 มีชื่อ "ต่อติณ" พล.ต.นิติ ติณสูลานนท์ รองแม่ทัพน้อยที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อยที่ 4 ด้วยอายุราชการถึงปี 70 จึงมีโอกาสลุ้นแม่ทัพภาคที่ 4 โดยมี "รองคิ้ว” พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ส่งตรงจากรบพิเศษ ลงไป 1 ปีเป็นแคนดิเดตร่วมด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...