โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทรัมป์มีท่าทีอย่างไร หลังพันธมิตร NATO ปฏิเสธเข้าร่วมกองกำลังคุ้มกันเรือบริเวณฮอร์มุซ สิ่งนี้สะท้อนอะไร

THE STANDARD

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 05.04 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 05.04 น. • thestandard.co
ทรัมป์มีท่าทีอย่างไร หลังพันธมิตร NATO ปฏิเสธเข้าร่วมกองกำลังคุ้มกันเรือบริเวณฮอร์มุซ สิ่งนี้สะท้อนอะไร

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกามีท่าทีแข็งกร้าวโดยประกาศว่า สหรัฐฯ ไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ ในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เขายังได้โพสต์ข้อความย้ำว่า สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จทางการทหารมากจนไม่จำเป็นหรือไม่ปรารถนาความช่วยเหลือจากประเทศกลุ่ม NATO และ ‘ไม่เคยต้องการเลย’

ทรัมป์วิจารณ์การปฏิเสธของ NATO ว่าเป็น ‘ความผิดพลาดที่โง่เขลามาก’ (Very Foolish Mistake) เขากล่าวว่า รู้สึกประหลาดใจและตกใจที่ประเทศเหล่านี้ไม่ยอมร่วมมือ ทั้งที่สหรัฐฯ ได้ส่งทหารไปประจำการและให้ความช่วยเหลือพวกเขามาโดยตลอด

หลายฝ่ายมองว่า ทรัมป์อาจกำลังส่งสัญญาณว่า ความมั่นคงปลอดภัยนั้น ‘ไม่ฟรี’ และมีต้นทุนต้องจ่าย เขาจึงรู้สึกผิดหวังกับท่าทีของพันธมิตรทั้งหลาย โดยเฉพาะสมาชิก NATO

แม้ทรัมป์จะให้สัมภาษณ์เตือนว่า NATO อาจต้องเผชิญกับ ‘อนาคตที่เลวร้ายมาก’ หากไม่ยอมให้ความช่วยเหลือ แต่เมื่อถูกนักข่าวถามถึงการตอบโต้ เขากลับระบุว่าตน ‘ยังไม่มีแผนใดๆ ในใจ’ ที่จะลงโทษพันธมิตร และไม่ได้หยิบยกคำขู่เรื่องการถอนตัวออกจาก NATO ขึ้นมาพูดเหมือนในอดีต

เมื่อพันธมิตรชาติตะวันตกปฏิเสธ ทรัมป์ได้เบี่ยงไปชื่นชมว่า ได้รับการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางแทน เช่น กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และอิสราเอล

ทรัมป์พยายามที่จะกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดวิกฤตพลังงานโลก เนื่องจากช่องแคบนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก โดยมีเรือน้ำมันแล่นผ่านถึงวันละประมาณ 21 ล้านบาร์เรล ซึ่งขณะนี้ถูกกองกำลังอิหร่านสั่งปิดและขู่จะโจมตีเรือทุกลำที่แล่นผ่าน โดยเฉพาะเรือที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ

ท่าทีของทรัมป์ต่อ NATO สะท้อนอะไร

นักวิเคราะห์มองว่า การเรียกร้องให้พันธมิตรเข้าช่วยรบในครั้งนี้นั้น เกิดขึ้นโดยไม่มีการปรึกษาหารือกันก่อนล่วงหน้า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ‘การขาดการวางแผนรับมือที่ดีพอ’ ต่อการตอบโต้ของอิหร่านผ่านการโจมตีเรือพาณิชย์ เนื่องจากก่อนเริ่มสงคราม ทรัมป์สนใจแค่การใช้กำลังทหารและต้องการร่วมมือกับอิสราเอลเพียงชาติเดียว ส่งผลให้พันธมิตรอื่นๆ ไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมทางกองทัพเรือไว้เลย

ทรัมป์มองว่าเหตุการณ์นี้คือ ‘บททดสอบครั้งใหญ่’ เพื่อดูว่า พันธมิตร NATO จะยอมยืนเคียงข้างสหรัฐฯ หรือไม่ ซึ่ง ‘สอดคล้อง’ กับมุมมองของนักวิเคราะห์ที่มองว่า นี่คือบททดสอบความสัมพันธ์และการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ อย่างแท้จริง

นักวิเคราะห์ยังระบุว่า คำขู่ของทรัมป์ที่มีต่อ NATO แสดง ‘ความย้อนแย้ง’ ในนโยบายของสหรัฐฯ เอง โดยท่าทีดังกล่าว ขัดแย้งกับหลักการของสนธิสัญญาที่ครอบคลุมการป้องกันเฉพาะในยุโรปและอเมริกาเหนือ นอกจากนี้ยังขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับการที่สหรัฐฯ พยายามกดดันมาตลอดกว่าหนึ่งปี ให้ยุโรปหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันทวีปของตนเอง มากกว่าการไปประจำการในตะวันออกกลางหรืออินโด-แปซิฟิก

ทั้งยังยกตัวอย่างผลกระทบจาก ‘ข้อเรียกร้องที่สับสน’ ของทรัมป์ในอดีต เช่น สหราชอาณาจักรต้องเร่งนำเรือรบออกจากอู่อย่างฉุกเฉินและถูกวิจารณ์ว่า ‘ขาดการเตรียมพร้อม’ แต่สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะกองทัพเรืออังกฤษต้องหันไปโฟกัสกับภารกิจแถบอาร์กติก ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์เคยเรียกร้องไว้เองในช่วงที่เขามีความพยายามจะเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์

แฟ้มภาพ: Chip Somodevilla / Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...