ถามกรมธุรกิจพลังงาน…น้ำมันหายไปไหน
ทำไมน้ำมันหาย แนะกรมธุรกิจพลังงานลุยตรวจสต็อก – เส้นทางการจัดจำหน่ายดีเซล 2 ราคา จากโรงกลั่น-ผู้ค้ามาตรา 7 – จ็อบเบอร์ ใครกักตุน
ปัญหาน้ำมันดีเซลขาดตลาดจนทำให้ประชาชน เกษตรกร แห่กันนำรถยนต์พร้อมแกลลอนไปเข้าคิว รอเติมน้ำมันกันจนแน่นปั๊ม เพราะกลัวว่าน้ำมันจะขาดแคลน สร้างความโกลาหลกันที่หน้าปั๊มจนกลายเป็นกระแสดรามาในโซเชียลมีเดีย ความจริงประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาน้ำมันขาดแคลน จากการคำสัมภาษณ์ของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ยืนยันว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศได้ไม่น้อยกว่า 101 วัน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กำลังดำเนินการจัดหาน้ำมันดิบจากประเทศแองโกลาและสหรัฐอเมริกาเข้ามาเพิ่มเติมอีก 3 ล้านบาร์เรล หรือ ประมาณ 477 ล้านลิตร เพียงพอกับความต้องการใช้ต่อไปได้อีก 4-5 เดือน ไม่ได้มีปัญหาเรื่องน้ำมันขาดแคลน
สำหรับกระบวนการผลิตน้ำมันเริ่มจากการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศประมาณ 90% ส่วนอีก 10% มาจากในประเทศจากจังหวัดกำแพงเพชร จากนั้นเข้าสู่โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง (ไทยออยล์/พีทีทีจีซี/IRPC/บางจาก/บางจากศรีราชา และสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง ) ออกมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูป ส่งไปยัง 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ปั้มน้ำมัน ผู้ค้าตามมาตรา 7 ที่มีแบรนด์อาทิ ปตท.,บางจาก,เชลล์,คาลเท็กซ์/ผู้ค้าตามมาตรา10 เช่น PTและกลุ่มปั๊มน้ำมันที่ไม่มีแบรนด์ เช่น ปั๊มอิสระ หรือ ปั๊มหลอดตามหมู่บ้านในชนบท 2) ผู้ค้าส่ง Jobber ขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรม,สหกรณ์ 3) ขายให้กับภาคอุตสาหกรรมโดยตรง
โดยการขนส่งน้ำมันผ่านทาง 1)ทางท่อ 2) เรือ(ส่วนใหญ่ไปภาคใต้) 3) รถบรรทุก สำหรับการขนส่งปัจจุบันมีการขนส่งทางท่อเพิ่มมากขึ้น ส่วนทางรถบรรทุกส่วนใหญ่ปั้มขนาดใหญ่จะมีรถขนส่งน้ำมันของปั้มเอง ขณะที่ปั้มขนาดเล็ก ทางปั้มที่มีแบรนด์จะเป็นผู้ดูแลจ้างรถขนส่งมีรอบการขนส่งตามยอดขาย มีการทำสัญญาผูกกันยาวๆ เมื่อมีปริมาณขายมากจนเกินภาวะปกติ รอบการขนส่งก็อาจจะส่งไม่ทัน แต่ปัญหาต้องแก้ที่ต้นตอของเรื่องมากกว่า
นอกจากนี้น้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตได้ทั้งหมด ผู้ประกอบการตามมาตรา 7 และโรงกลั่น ต้องสำรองตามกฏหมาย 1-3% ของปริมาณที่จะขายรายไตรมาส (ดูกราฟิกประกอบ)
นี่คือโครงสร้างระบบน้ำมันของไทยที่กำกับดูแลโดยกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ซึ่งมีการรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง หากต้องการรายละเอียดใดๆก็สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ได้ว่าน้ำมันดิบที่เข้ามา โรงกลั่นผลิตแล้วออกไปที่ไหนบ้าง ก็จะทราบว่าจริงๆแล้วน้ำมันมันหายไปไหน
ก่อนที่น้ำมันสำเร็จรูปจะออกจากโรงกลั่นทั้ง 6 โรง เพื่อส่งไปขายให้กับไปขายให้กับผู้ค้ารายใหญ่ หรือผู้ค้ามาตรา 7 ในภาวะปกติราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดต่ำลง โรงกลั่นก็จะทำหน้าที่จัดเก็บเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเตรียมไว้ใช้ในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน แต่ในยามที่เกิดวิกฤติราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวนปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น กองทุนน้ำมันฯก็จะจ่ายเงินชดเชยให้โรงกลั่นน้ำมันลดราคาที่หน้าโรงกลั่นลง ตามนโยบายของรัฐบาล อย่างในช่วง 15 วันที่ผ่านมา รัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท กองทุนน้ำมันฯได้เข้าไปแทรกแซงทำให้ราคาขายปลีกดีเซลคงที่อยู่ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นต้น
แต่ที่เป็นปัญหาคือน้ำมันดีเซลมี 2 ราคา เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความโกลาหลหน้าปั๊มน้ำมัน
หลังจากที่น้ำมันสำเร็จรูปผ่านการปรับปรุงเสถียรภาพด้านราคา (Subsidy) จากกองทุนน้ำมัน ฯ เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนตามนโยบายรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ก็จะถูกส่งไปขายให้กับบริษัทผู้ค้าส่งน้ำมันรายใหญ่ หรือผู้ค้า มาตรา 7 เพื่อส่งน้ำมันไปขายให้กับผู้ค้าปลีกผ่าน 2 ช่องทางตามที่กล่าวข้างต้น แต่ปัญหาก็คือน้ำมันดีเซลที่ถูกส่งไปขายผ่านปั๊มน้ำมันที่มีแบรนด์ถูกกำหนดราคาขายปลีกไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร แต่น้ำมันดีเซลที่ออกจากโรงกลั่นส่งไปขายผ่านช่องทางจ็อบเบอร์ หรือ พ่อค้าคนกลาง ไม่ได้มีการควบคุมราคา จึงฉวยโอกาสปรับราคาเพิ่มขึ้นเป็นลิตรละ 41-45 บาท ในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน
เมื่อมีความแตกต่างของราคาน้ำมันดีเซล 2 ราคา ในส่วนของจ็อบเบอร์จึงไม่ซื้อน้ำมันในราคาแพง มีการตั้งข้อสังเกตว่าจ็อบเบอร์อาจจะมาซื้อที่ปั้มน้ำมันแทน เพราะได้ราคาที่รัฐอุดหนุน ส่งผลให้น้ำมันตามปั้มต่าง ๆขาดตลาด ขณะเดียวกันกลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อจากจ็อบเบอร์ อาทิ สหกรณ์ภาคเกษตร เกษตรกร ประมง ขนส่ง ปั้มหลอด เป็นต้น ที่เคยซื้อจากจ็อบเบอร์ได้ เมื่อจ็อบเบอร์ซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นน้อยลง อาจจะไม่มีน้ำมันมาขายให้กลุ่มเหล่านี้ และกลุ่มเหล่านี้จำเป็นต้องมาซื้อที่ปั้มต่างๆแทน ยิ่งทำให้น้ำมันในปั้มยิ่งขาดแคลนหนักจนเกิดความโกลาหล
แหล่งข่าวจากวงการน้ำมัน กล่าวว่า “ปั้มน้ำมันขนาดใหญ่ สถานการณ์ปกติขายได้ 8,000 ลิตร/วัน แต่ช่วงที่โกลาหล ขยับขึ้นมาเป็น 15,000-16,000 ลิตร/วัน จึงมีคำถามว่าคนซื้อคือใครมาจากไหน คงไม่ใช่แค่ผู้บริโภคที่นำรถมาเติมเต็มถัง หากจะกักตุน ก็คงทำได้ยากที่จะหาถัง หรืออุปกรณ์มารองรับเพื่อกักตุนน้ำมันเป็นจำนวนมากๆ”
ดังนั้น แนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ ก็ควรที่จะเน้นพุ่งเป้าไปที่การตรวจสอบเส้นทางการจัดจำหน่ายผ่านจ็อบเบอร์ ไล่สต็อกน้ำมันกันตั้งแต่โรงกลั่น ส่งต่อไปยังบริษัทผู้ค้าส่งรายใหญ่ หรือ ผู้ค้ามาตรา 7 และจ็อบเบอร์ เพื่อตามหาน้ำดีเซลหายไปไหน ใครกักตุน หรือ มีการนำน้ำมันดีเซลที่ผ่านการอุดหนุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ รวมไปถึงตรวจสอบเส้นทางและสต็อกของน้ำมันที่ส่งออกไปขายในประเทศเพื่อนบ้านด้วย….
อนึ่ง จากข้อมูลโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 18.99 บาท/ลิตร มีเงินจากกองทุนน้ำมันฯมาอุดหนุนน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 74 สตางค์/ลิตร เพื่อตรึงราคาดีเซลให้คงที่อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร ตามนโยบายรัฐบาล ณ วันที่ 4 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 24.52 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 3.51 บาท/ลิตร ณ วันที่ 5 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 27.89 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 6.21 บาท/ลิตร ณ วันที่ 6 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 30.05 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 9.57 บาท/ลิตร ณ วันที่ 9 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 31.05 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 11.73 บาท/ลิตร ณ วันที่ 10 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 35.29 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 12.73 บาท/ลิตร
ณ วันที่ 11 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 33.76 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 16.97 บาท/ลิตร ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลดลงมาอยู่ที่ 32.47 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 15.45 บาท/ลิตร ณ วันที่ 13 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 36.73 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 14.15 บาท/ลิตร ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 38.68 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 18.31 บาท/ลิตร ณ วันที่ 17 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลดลงมาอยู่ที่ 38.67 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 20.36 บาท/ลิตร ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 39.44 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคาลดลงมาเหลือ 19.86 บาท/ลิตร เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศขยายเพดานการตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลจากไม่เกิน 30 บาท/ลิตร เพิ่มเป็นไม่เกิน 33 บาท/ลิตร โดยจะทยอยปรับขึ้นราคาขายผลีกดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร หลังจากฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิ ณ วันที่ 15 มีนาคม 2569 ติดลบไปแล้ว 12,605 ล้านบาท
นอกจากนี้แหล่งข่าวจากวงการน้ำมันตั้งข้อสังเกตว่าอีกประเด็นที่ น้ำมันหาย น่าจะมาจากโรงกลั่น ในช่วงภาวะวิกฤติโรงกลั่นจะมีกำไรสูงมากกล่าวคือราคาขายหน้าโรงกลั่น = ราคาน้ำมันสำเร็จรูปอ้างอิงสิงคโปร์-ราคาน้ำมันดิบ ก่อนหน้านี้ส่วนต่างน้อยมาก แต่ตอนนี้ค่อนข้างสูง จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าโรงกลั่นมีการกักตุนหรือไม่ ซึ่งคนที่จะตอบคำถามนี้ได้คือกรมธุรกิจพลังงานที่มีข้อมูลอยู่แล้วว่า น้ำมันหายไปไหน!!!