โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถามกรมธุรกิจพลังงาน…น้ำมันหายไปไหน

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 17.12 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 16.16 น.

ทำไมน้ำมันหาย แนะกรมธุรกิจพลังงานลุยตรวจสต็อก – เส้นทางการจัดจำหน่ายดีเซล 2 ราคา จากโรงกลั่น-ผู้ค้ามาตรา 7 – จ็อบเบอร์ ใครกักตุน

ปัญหาน้ำมันดีเซลขาดตลาดจนทำให้ประชาชน เกษตรกร แห่กันนำรถยนต์พร้อมแกลลอนไปเข้าคิว รอเติมน้ำมันกันจนแน่นปั๊ม เพราะกลัวว่าน้ำมันจะขาดแคลน สร้างความโกลาหลกันที่หน้าปั๊มจนกลายเป็นกระแสดรามาในโซเชียลมีเดีย ความจริงประเทศไทยไม่ได้มีปัญหาน้ำมันขาดแคลน จากการคำสัมภาษณ์ของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ยืนยันว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศได้ไม่น้อยกว่า 101 วัน และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กำลังดำเนินการจัดหาน้ำมันดิบจากประเทศแองโกลาและสหรัฐอเมริกาเข้ามาเพิ่มเติมอีก 3 ล้านบาร์เรล หรือ ประมาณ 477 ล้านลิตร เพียงพอกับความต้องการใช้ต่อไปได้อีก 4-5 เดือน ไม่ได้มีปัญหาเรื่องน้ำมันขาดแคลน

สำหรับกระบวนการผลิตน้ำมันเริ่มจากการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศประมาณ 90% ส่วนอีก 10% มาจากในประเทศจากจังหวัดกำแพงเพชร จากนั้นเข้าสู่โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่ง (ไทยออยล์/พีทีทีจีซี/IRPC/บางจาก/บางจากศรีราชา และสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง ) ออกมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูป ส่งไปยัง 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ปั้มน้ำมัน ผู้ค้าตามมาตรา 7 ที่มีแบรนด์อาทิ ปตท.,บางจาก,เชลล์,คาลเท็กซ์/ผู้ค้าตามมาตรา10 เช่น PTและกลุ่มปั๊มน้ำมันที่ไม่มีแบรนด์ เช่น ปั๊มอิสระ หรือ ปั๊มหลอดตามหมู่บ้านในชนบท 2) ผู้ค้าส่ง Jobber ขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรม,สหกรณ์ 3) ขายให้กับภาคอุตสาหกรรมโดยตรง

โดยการขนส่งน้ำมันผ่านทาง 1)ทางท่อ 2) เรือ(ส่วนใหญ่ไปภาคใต้) 3) รถบรรทุก สำหรับการขนส่งปัจจุบันมีการขนส่งทางท่อเพิ่มมากขึ้น ส่วนทางรถบรรทุกส่วนใหญ่ปั้มขนาดใหญ่จะมีรถขนส่งน้ำมันของปั้มเอง ขณะที่ปั้มขนาดเล็ก ทางปั้มที่มีแบรนด์จะเป็นผู้ดูแลจ้างรถขนส่งมีรอบการขนส่งตามยอดขาย มีการทำสัญญาผูกกันยาวๆ เมื่อมีปริมาณขายมากจนเกินภาวะปกติ รอบการขนส่งก็อาจจะส่งไม่ทัน แต่ปัญหาต้องแก้ที่ต้นตอของเรื่องมากกว่า

นอกจากนี้น้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตได้ทั้งหมด ผู้ประกอบการตามมาตรา 7 และโรงกลั่น ต้องสำรองตามกฏหมาย 1-3% ของปริมาณที่จะขายรายไตรมาส (ดูกราฟิกประกอบ)

นี่คือโครงสร้างระบบน้ำมันของไทยที่กำกับดูแลโดยกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ซึ่งมีการรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง หากต้องการรายละเอียดใดๆก็สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ได้ว่าน้ำมันดิบที่เข้ามา โรงกลั่นผลิตแล้วออกไปที่ไหนบ้าง ก็จะทราบว่าจริงๆแล้วน้ำมันมันหายไปไหน

ก่อนที่น้ำมันสำเร็จรูปจะออกจากโรงกลั่นทั้ง 6 โรง เพื่อส่งไปขายให้กับไปขายให้กับผู้ค้ารายใหญ่ หรือผู้ค้ามาตรา 7 ในภาวะปกติราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดต่ำลง โรงกลั่นก็จะทำหน้าที่จัดเก็บเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อเตรียมไว้ใช้ในการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงาน แต่ในยามที่เกิดวิกฤติราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีความผันผวนปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น กองทุนน้ำมันฯก็จะจ่ายเงินชดเชยให้โรงกลั่นน้ำมันลดราคาที่หน้าโรงกลั่นลง ตามนโยบายของรัฐบาล อย่างในช่วง 15 วันที่ผ่านมา รัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท กองทุนน้ำมันฯได้เข้าไปแทรกแซงทำให้ราคาขายปลีกดีเซลคงที่อยู่ที่ 29.94 บาทต่อลิตร เป็นต้น

แต่ที่เป็นปัญหาคือน้ำมันดีเซลมี 2 ราคา เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความโกลาหลหน้าปั๊มน้ำมัน

หลังจากที่น้ำมันสำเร็จรูปผ่านการปรับปรุงเสถียรภาพด้านราคา (Subsidy) จากกองทุนน้ำมัน ฯ เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนตามนโยบายรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว ก็จะถูกส่งไปขายให้กับบริษัทผู้ค้าส่งน้ำมันรายใหญ่ หรือผู้ค้า มาตรา 7 เพื่อส่งน้ำมันไปขายให้กับผู้ค้าปลีกผ่าน 2 ช่องทางตามที่กล่าวข้างต้น แต่ปัญหาก็คือน้ำมันดีเซลที่ถูกส่งไปขายผ่านปั๊มน้ำมันที่มีแบรนด์ถูกกำหนดราคาขายปลีกไว้ที่ 29.94 บาทต่อลิตร แต่น้ำมันดีเซลที่ออกจากโรงกลั่นส่งไปขายผ่านช่องทางจ็อบเบอร์ หรือ พ่อค้าคนกลาง ไม่ได้มีการควบคุมราคา จึงฉวยโอกาสปรับราคาเพิ่มขึ้นเป็นลิตรละ 41-45 บาท ในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน

เมื่อมีความแตกต่างของราคาน้ำมันดีเซล 2 ราคา ในส่วนของจ็อบเบอร์จึงไม่ซื้อน้ำมันในราคาแพง มีการตั้งข้อสังเกตว่าจ็อบเบอร์อาจจะมาซื้อที่ปั้มน้ำมันแทน เพราะได้ราคาที่รัฐอุดหนุน ส่งผลให้น้ำมันตามปั้มต่าง ๆขาดตลาด ขณะเดียวกันกลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อจากจ็อบเบอร์ อาทิ สหกรณ์ภาคเกษตร เกษตรกร ประมง ขนส่ง ปั้มหลอด เป็นต้น ที่เคยซื้อจากจ็อบเบอร์ได้ เมื่อจ็อบเบอร์ซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นน้อยลง อาจจะไม่มีน้ำมันมาขายให้กลุ่มเหล่านี้ และกลุ่มเหล่านี้จำเป็นต้องมาซื้อที่ปั้มต่างๆแทน ยิ่งทำให้น้ำมันในปั้มยิ่งขาดแคลนหนักจนเกิดความโกลาหล

แหล่งข่าวจากวงการน้ำมัน กล่าวว่า “ปั้มน้ำมันขนาดใหญ่ สถานการณ์ปกติขายได้ 8,000 ลิตร/วัน แต่ช่วงที่โกลาหล ขยับขึ้นมาเป็น 15,000-16,000 ลิตร/วัน จึงมีคำถามว่าคนซื้อคือใครมาจากไหน คงไม่ใช่แค่ผู้บริโภคที่นำรถมาเติมเต็มถัง หากจะกักตุน ก็คงทำได้ยากที่จะหาถัง หรืออุปกรณ์มารองรับเพื่อกักตุนน้ำมันเป็นจำนวนมากๆ”

ดังนั้น แนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ ก็ควรที่จะเน้นพุ่งเป้าไปที่การตรวจสอบเส้นทางการจัดจำหน่ายผ่านจ็อบเบอร์ ไล่สต็อกน้ำมันกันตั้งแต่โรงกลั่น ส่งต่อไปยังบริษัทผู้ค้าส่งรายใหญ่ หรือ ผู้ค้ามาตรา 7 และจ็อบเบอร์ เพื่อตามหาน้ำดีเซลหายไปไหน ใครกักตุน หรือ มีการนำน้ำมันดีเซลที่ผ่านการอุดหนุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ รวมไปถึงตรวจสอบเส้นทางและสต็อกของน้ำมันที่ส่งออกไปขายในประเทศเพื่อนบ้านด้วย….

อนึ่ง จากข้อมูลโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569 ราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นอยู่ที่ 18.99 บาท/ลิตร มีเงินจากกองทุนน้ำมันฯมาอุดหนุนน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 74 สตางค์/ลิตร เพื่อตรึงราคาดีเซลให้คงที่อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร ตามนโยบายรัฐบาล ณ วันที่ 4 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 24.52 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 3.51 บาท/ลิตร ณ วันที่ 5 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 27.89 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 6.21 บาท/ลิตร ณ วันที่ 6 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 30.05 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 9.57 บาท/ลิตร ณ วันที่ 9 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 31.05 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 11.73 บาท/ลิตร ณ วันที่ 10 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 35.29 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 12.73 บาท/ลิตร

ณ วันที่ 11 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 33.76 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 16.97 บาท/ลิตร ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลดลงมาอยู่ที่ 32.47 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 15.45 บาท/ลิตร ณ วันที่ 13 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 36.73 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 14.15 บาท/ลิตร ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 38.68 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 18.31 บาท/ลิตร ณ วันที่ 17 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นลดลงมาอยู่ที่ 38.67 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคา 20.36 บาท/ลิตร ณ วันที่ 18 มีนาคม 2569 ราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 39.44 บาท/ลิตร กองทุนน้ำมันจัดงบฯมาชดเชยราคาลดลงมาเหลือ 19.86 บาท/ลิตร เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศขยายเพดานการตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลจากไม่เกิน 30 บาท/ลิตร เพิ่มเป็นไม่เกิน 33 บาท/ลิตร โดยจะทยอยปรับขึ้นราคาขายผลีกดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร หลังจากฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสุทธิ ณ วันที่ 15 มีนาคม 2569 ติดลบไปแล้ว 12,605 ล้านบาท

นอกจากนี้แหล่งข่าวจากวงการน้ำมันตั้งข้อสังเกตว่าอีกประเด็นที่ น้ำมันหาย น่าจะมาจากโรงกลั่น ในช่วงภาวะวิกฤติโรงกลั่นจะมีกำไรสูงมากกล่าวคือราคาขายหน้าโรงกลั่น = ราคาน้ำมันสำเร็จรูปอ้างอิงสิงคโปร์-ราคาน้ำมันดิบ ก่อนหน้านี้ส่วนต่างน้อยมาก แต่ตอนนี้ค่อนข้างสูง จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าโรงกลั่นมีการกักตุนหรือไม่ ซึ่งคนที่จะตอบคำถามนี้ได้คือกรมธุรกิจพลังงานที่มีข้อมูลอยู่แล้วว่า น้ำมันหายไปไหน!!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...