โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดาวโจนส์ปิดร่วงกว่า 768.11 จุด หลังเฟดคงดอกเบี้ย-ส่งสัญญาณลดครั้งเดียวปีนี้

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 700 จุดในวันพุธ (18 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด และส่งสัญญาณว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้

อีกทั้งกรรมการเฟดได้ระบุถึงความเสี่ยงทางเศรษฐกิจซึ่งเนื่องมาจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน และสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

  • ดาวโจนส์ปิดที่ 46,225.15 จุด ลดลง 768.11 จุด หรือ -1.63%
  • S&P500 ปิดที่ 6,624.70 จุด ลดลง 91.39 จุด หรือ -1.36%
  • Nasdaq ปิดที่ 22,152.42 จุด ลดลง 327.11 จุด หรือ -1.46%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลง หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันพุธ พร้อมกับเปิดเผยการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ และไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจนว่าจะปรับลดเมื่อใด

ดาวโจนส์ปิดร่วงกว่า 768.11 จุด หลังเฟดคงดอกเบี้ย-ส่งสัญญาณลดครั้งเดียวปีนี้

ทั้งนี้ ตลาดปรับตัวลงอีก หลังจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดระบุว่า ความไม่แน่นอนของสงครามอิหร่านอาจทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

“เฟดกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากต้องรับมือกับความเสี่ยงที่ตลาดแรงงานจะอยู่ในช่วงขาลงและความเสี่ยงเงินเฟ้อจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นเรื่องยาก”

นักวิเคราะห์จาก Angeles Investments ระบุว่า เฟดกำลังรอดูสถานการณ์ ความท้าทายของเฟดคือต้องสร้างสมดุลระหว่างภารกิจการจ้างงานที่เต็มศักยภาพและฉุดเงินเฟ้อให้ลดลงสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อและราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง ก็อาจจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลง แต่การผ่อนคลายนโยบายการเงินในตอนนี้จะกลายเป็นความผิดพลาด เพราะจะยิ่งทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น

ตลาดยังถูกกดดันจากรายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่าดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) พุ่งขึ้น 3.4% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.9% หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนม.ค. โดยดัชนี PPI มีความเสี่ยงที่จะเพิ่มขึ้นอีกเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ต้นทุนการขนส่งและต้นทุนน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง 2.4% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยร่วงลง 2.3%

ส่วนหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Nvidia ปรับตัวลง 0.8% แม้มีรายงานว่าทางบริษัทได้รับอนุมัติจากรัฐบาลจีนให้จำหน่ายชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นอันดับสองในประเทศจีน

หุ้น Macy’s ซึ่งเป็นผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า พุ่งขึ้น 4.7% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรรายไตรมาสที่สูงเกินคาด และคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบจากมาตรการทางภาษีศุลกากรไม่มากนักในช่วงครึ่งหลังของปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...