ออนิกซ์ฯ ดีล LH Bank พร้อมลงทุน 2.8 พันล้าน ปักหมุด ‘EQ Phuket’ รับไฮเอนด์ฟื้นตัว
เดินหน้าพอร์ตลักชัวรีเต็มสูบดึงแบรนด์บูติกชื่อดังจากมาเลเซียเปิดตัวครั้งแรกในไทย LH Bank มั่นใจศักยภาพภูเก็ตหนุนสินเชื่อ 1,800 ล้านบาท ปั้นแลนด์มาร์กใหม่หาดกะตะ ชี้ตัวเลข ADR พุ่งแตะ 5.2 พันบาท สะท้อนดีมานด์กลุ่มกำลังซื้อสูงข้ามชาติไหลเข้าไทยต่อเนื่อง
11 พฤษภาคม 2569 – ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (ONYX Hospitality Group) ยักษ์ใหญ่ด้านการบริหารจัดการโรงแรมระดับภูมิภาค ประกาศความคืบหน้าครั้งสำคัญในโครงการ “อีคิว ภูเก็ต” (EQ Phuket) โรงแรมระดับลักชัวรีแห่งใหม่ ด้วยการลงนามสัญญาสนับสนุนทางการเงินร่วมกับธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank) เพื่อขับเคลื่อนงานก่อสร้างให้เป็นไปตามเป้าหมาย
ดีลครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินที่มีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับบน โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสามฝ่าย ทั้งออนิกซ์ฯ, อีเควทอเรียล กรุ๊ป (Equatorial Group) และ LH Bank ร่วมยืนยันความพร้อมในการยกระดับภูเก็ตสู่จุดหมายปลายทางระดับโลก
กลยุทธ์รุกตลาดบน: ดึงแบรนด์ระดับโลกเสริมทัพ
นายยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ระบุว่าโครงการนี้คือหัวใจสำคัญในการขยายพอร์ตโฟลิโอรีสอร์ตระดับหรู ซึ่งทางกลุ่มมองเห็นศักยภาพการเติบโตระยะยาวของภูเก็ตอย่างชัดเจน การนำแบรนด์ EQ ซึ่งโดดเด่นในด้านบูติกลักชัวรีมาเปิดตัวที่ไทยถือเป็นการสร้างความแข็งแกร่งเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว
"เราเห็นศักยภาพระยะยาวของตลาดภูเก็ตอย่างชัดเจน และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้งด้านการพัฒนาและการเงิน จะช่วยผลักดันโครงการให้ประสบความสำเร็จและสร้างมูลค่าเพิ่มได้" — ยุทธชัย จรณะจิตต์, CEO ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป
ด้านนายโดนัลด์ ลิม CEO อีเควทอเรียล กรุ๊ป เสริมว่าความสำเร็จของโรงแรม EQ ในกัวลาลัมเปอร์ที่ติดอันดับ Top 100 ของโลก เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงเอกลักษณ์และการบริการที่เป็นที่ยอมรับ การขยายตัวเข้าสู่ภูเก็ตจึงเป็นก้าวสำคัญที่จะส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้กับนักเดินทางจากทั่วโลก
LH Bank อัดฉีด 1,800 ล้าน รับอานิสงส์ภูเก็ตบูม
ในส่วนของการสนับสนุนทางการเงิน LH Bank ได้อนุมัติสินเชื่อจำนวน 1,800 ล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาโครงการซึ่งตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพอย่างหาดกะตะ โดยนายฉี ชิง-ฟู่ CEO ของธนาคาร ให้เหตุผลว่าภูเก็ตยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ และโครงการนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับการท่องเที่ยวไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจพบว่า ตลาดโรงแรมในภูเก็ตมีการฟื้นตัวที่โดดเด่น โดยเฉพาะกลุ่มรีสอร์ตระดับบนที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) ขยับขึ้นมาที่ 69% ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 4,717 บาท ในปี 2566 มาอยู่ที่ 5,241 บาท ในปี 2567
โครงการ "อีคิว ภูเก็ต" มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 2,800 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 32 ไร่ บริเวณตอนเหนือของหาดกะตะ โดยมีจุดเด่นคือความเป็นส่วนตัวและการบริการที่ครบวงจร ประกอบด้วย:
- ห้องพักรวม 170 ห้อง: แบ่งเป็นพูลวิลล่า 11 หลัง, ห้องสวีต 27 ห้อง และห้องมาตรฐาน 132 ห้อง
- สิ่งอำนวยความสะดวก: สระว่ายน้ำ 2 แห่ง, สปา, ฟิตเนส และพื้นที่จัดเลี้ยงขนาดใหญ่
- ไฮไลท์สำคัญ: แผนพัฒนาพื้นที่ริมหาดให้เป็น Beach Club และ Sports & Lifestyle Hub เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด
โครงการนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง (High Spenders) จากโซนยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก รวมถึงตลาดหลักอย่างจีน และตลาดดาวรุ่งที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างรัสเซียและอินเดีย โดย "อีคิว ภูเก็ต" มีกำหนดการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2571 ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นหัวหอกหลักในการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มออนิกซ์ฯ ในอนาคตต่อไป