รัฐบาลเดินหน้า คืนสิทธิ์ที่ดินให้ประชาชน “มท.2” ลงพื้นที่มหาสารคาม มอบโฉนด 212 แปลง ยกระดับความมั่นคงในชีวิต – ต่อยอดเศรษฐกิจครัวเรือน
รัฐบาลเดินหน้า คืนสิทธิ์ที่ดินให้ประชาชน “มท.2” ลงพื้นที่มหาสารคาม มอบโฉนด 212 แปลง ยกระดับความมั่นคงในชีวิต – ต่อยอดเศรษฐกิจครัวเรือน
(10 พฤษภาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้าแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความมั่นคงในทรัพย์สิน และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนทั่วประเทศ ผ่านโครงการ “มอบโฉนดที่ดินทั่วไทย นำสุขคลายทุกข์ให้ประชาชน”
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ล่าสุด นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่โรงเรียนพยัคฆภูมิวิทยาคาร อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เพื่อมอบโฉนดที่ดินจำนวน 212 แปลง ให้กับประชาชนในพื้นที่ ตำบลเม็กดำ โดยมีผู้บริหารกรมที่ดิน ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพบปะประชาชนที่ได้รับเอกสารสิทธิ์ในครั้งนี้
ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยและกรมที่ดินให้ความสำคัญกับการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิ์ให้กับประชาชนที่ยังรอรับบริการ โดยปัจจุบันมีการออกโฉนดที่ดินทั่วประเทศเกือบ 80,000 แปลงต่อปี พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบการทำงานและเพิ่มเป้าหมายการออกโฉนดให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิในที่ดินได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
ขณะเดียวกัน กรมที่ดินยังเดินหน้าสำรวจและออกโฉนดอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่รับผิดชอบของศูนย์เดินสำรวจ ขอนแก่น–ชัยภูมิ–มหาสารคาม–กาฬสินธุ์–ร้อยเอ็ด ซึ่งตั้งเป้าการออกโฉนดรวมกว่า 6,368 แปลงต่อปี เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาประชาชนไม่มีเอกสารสิทธิ์ และสร้างหลักประกันด้านอาชีพและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
รัฐบาลเชื่อว่า การมีโฉนดที่ดินไม่เพียงช่วยสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยและทำกิน แต่ยังสามารถต่อยอดเป็นหลักทรัพย์ในการเข้าถึงแหล่งทุน สร้างอาชีพ และพัฒนาเศรษฐกิจครัวเรือนได้อย่างยั่งยืน
“สิ่งที่ประชาชนจะได้รับ คือ ความมั่นคงในสิทธิที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ให้ครอบครัว ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าเร่งรัดการคืนสิทธิ์ที่ดินให้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว