โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"หมอวี" สวนเจ็บ "ใบตองแห้ง" ข้อมูลผิดทุกบรรทัด หลังออกมาเรียกร้อง สปสช. เร่งดูแล รพ.อุ้มผาง หนี้ท่วม 50 ล้าน โดนแซะเป็นแค่แพทย์รพ.เอกชน หยันกลับ Fake news

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 08.53 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 08.53 น. • TOP NEWS

วันที่ 30 มีนาคม 2569 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์เฟซบุ๊ก Veerapun Suvannamai ระบุว่า ขอแก้ข่าวพี่ถึกครับ กังวลว่าพี่อาจปล่อย FAKE NEWS ผมเคยเป็นหมอ รพ.ชุมชนครับ รพ.เสริมงาม รพ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เป็นหมอรพ.ศูนย์ จ.ลำปาง และ รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก ครับ ทำงานผ่าตัดสมองมาตลอดชีวิตการเป็นแพทย์ ส่วน รพ.แพงหูดับที่พี่ถึกพูดถึง หากหมายถีง รพ.บำรุงราษฎร์ ต้องยืนยันว่า รพ.นี้ มาตรฐานสูงและ high end จริง ผมมีชื่ออยู่เพราะเผื่อไปผ่าตัดกับอาจารย์ผม แต่ไม่เคยได้เงินจาก รพ. นี้แม้แต่บาทเดียว เพราะไม่เคยไปผ่าจริงซักครั้งเลยครับ และถ้าอ่านให้ดีผมไม่ได้ว่า สปสช. เลย ตั้งแต่ให้สัมภาษณ์นักข่าวในเรื่องนี้ เพราะผมเข้าใจว่า รพ.อุ้มผาง มีเหตุปัจจัยอื่นอีกมากครับ ที่สำคัญผมไม่เคยคิดแม้แต่น้อยให้ล้มเลิกสวัสดิการ 30 บาทรักษาทุกโรค มีแต่คิดหาวิธีให้ดีขึ้นและยั่งยืนครับ ด้วยความเคารพ ข้อมูลพี่ถึกผิดทุกบรรทัดเลยครับ ท่านผู้ใดเห็นโพสต์ผม กรุณาแชร์ให้พี่ถึกทราบความจริงด้วยครับ

อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า

สืบเนื่องจาก วันที่ 29 มี.ค. 69 นพ.วีระพันธ์ สุวรรณามัย สว. กล่าวถึงกรณีที่โรงพยาบาลอุ้มผาง เจอกับสภาพวิกฤตการเงิน ว่า ตนเพิ่งทราบรู้เมื่อวานนี้ เนื่องจากได้ตามข่าว ซึ่งตอนนี้พบว่า ที่โรงพยาบาลอุ้มผางเจอ 2 ปัญหาหลักๆ ปัญหาแรกคือ เรื่องเงินหมุนโรงพยาบาล (Cash flow) โดยมีปัญหามานานแล้วหลายปี แต่ในช่วงที่ผ่านมาก็ยังพอทนได้อยู่ พอจะหมุนไปหมุนมาได้ แต่พอมาประจวบ กับปัญหาที่สอง คือเรื่องวิกฤตน้ำมัน และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้โรงพยาบาล อาจจะไปต่อไม่ไหว เพราะต้องใช้เงินหมุนเวียนประมาณเดือนละ 12 ล้านบาท แต่โรงพยาบาลอุ้มผางเหลือเงินอยู่ 3 ล้าน การหมุนเงินมันแทบเป็นไปไม่ได้แล้ว ยังไม่นับรวมหนี้อีกประมาณ 50 กว่าล้านบาท มีหนี้หลายส่วนส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องค่ายา ที่ไปเอาเขามา ค่าอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นหนี้ที่คงค้างอยู่ 50 กว่าล้านบาท” นพ.วีระพันธ์ กล่าว ส่วนที่ทำให้เกิดวิกฤตจนไม่มีเงินหมุน เป็นผลมาจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ไม่จ่ายเงินที่ค้างหนี้โรงพยาบาลหรือไม่ นพ.วีระพันธ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจเองว่า น่าจะเกี่ยวด้วย เพราะว่าเงินของโรงพยาบาลโดยส่วนใหญ่ เราก็จะได้มาจากกองทุนหลัก 3 กองทุน ทั้ง สปสช., ประกันสังคม และ สิทธิเบิกจ่ายข้าราชการ ของ โรงพยาบาลอุ้มผาง ผมคิดว่า สิทธิอื่นๆ มันอาจจะไม่เยอะ เพราะฉะนั้น สิทธิที่จะได้มาแน่ๆ เยอะๆ เลยก็คือของ สปสช. พอไม่มีเงินหมุนจาก สปสช. หรือการเบิกจ่ายที่อาจจะล่าช้า ซึ่งผมคิดเอง อาจจะมีทำให้เขามีปัญหาได้ นพ.วีระพันธ์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ ตนได้แชร์ QR Code ที่โรงพยาบาลอุ้มผาง รับบริจาค และได้บริจาคเงินเข้าไปแล้ว ทั้งนี้ เราต้องยอมรับว่า โรงพยาบาลอุ้มผาง เป็นโรงพยาบาลที่มีชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก อาจจะไม่มีสิทธิอะไรที่รัฐจะจ่ายให้ได้ ซึ่งคนไทยโดยส่วนหนึ่ง อาจจะรู้สึกว่า ทำไมเงินของเราไม่เอามาดูแลคนไทยกันเองก่อน ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่อยากให้มองภาพว่า สมมติว่า เราเป็นแพทย์อยู่หน้างาน เขามีใจความเป็นมนุษย์อยู่มาก โรงพยาบาลอุ้มผาง เป็นโรงพยาบาลชายแดน เผชิญกับปัญหาที่เราจำเป็นต้องรักษา โดยเราปฏิเสธการรักษาเพื่อนมนุษย์ไม่ได้ ส่วนจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร ตนคิดว่า เราเจอคนมีปัญหา เราช่วยไปก่อน ให้เขาพอผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ก่อน เพราะฉะนั้น คนที่ไม่เห็นด้วย เราก็ไม่ได้ว่าอะไรกัน ตอนนี้คนไทย ก็ลำบากกันทุกคน เราก็เอาพอไหว ต่อมา อธึกกิต แสวงสุข หรือที่รู้จักกันดีในนาม ใบตองแห้ง คอลัมนิสต์และพิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Atukkit Sawangsuk ระบุว่าสว.หมอเซเลบส์ ไม่เคยอยู่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลจังหวัด เป็นหมอโรงพยาบาลเอกชนแพงหูดับ มีปัญหาอะไรขึ้นมาก็โทษ สปสช.ไว้ก่อนทุกที(หมออุ้มผางบอกแล้วว่า เขาได้เงิน UC น้อยเพราะประชากรน้อย แต่มีประชากรแฝง คนข้ามชาติเยอะ ซึ่งต้องมีมาตรการพิเศษช่วยเขา)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...