โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวบ! อดีตหัวหน้าทะเบียนวังน้อย รับ "ส่วยบัตรชมพู" สวมสิทธิ์ต่างด้าว

PostToday

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 23.03 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 05.50 น.

31 มีนาคม 2569 พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย กรมการปกครอง, สำนักงาน ป.ป.ท., สำนักงาน ป.ป.ช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมแถลงผลปฏิบัติการ “ตัดบัตรกรุงเก่า” เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 รวม 6 ราย

เปิดโปงขบวนการส่วยบัตรชมพูสวมสิทธิต่างด้าว

จุดเริ่มต้นของคดีมาจากการร้องเรียนผ่าน สำนักงาน ป.ป.ท. เขต 1 พบความผิดปกติในการย้ายทะเบียนบ้านของกลุ่มบุคคลต่างด้าวในพื้นที่อำเภอวังน้อย เพื่อขอทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทยในปริมาณที่สูงผิดปกติ โดยมีพฤติการณ์หลักดังนี้

1.นายหน้าจัดหาคน

กลุ่มนายหน้านำรถตู้ขนคนต่างด้าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ครั้งละ 6-20 คน มายังสำนักทะเบียนโดยไม่มีผู้ปกครองจริง

2.ใช้บ้านร้างบังหน้า

มีการแจ้งย้ายชื่อเข้าบ้านเป้าหมาย 3 หลัง รวม 214 ราย (บ้านเลขที่ 51/744 จำนวน 31 ราย, บ้านเลขที่ 3 จำนวน 47 ราย และบ้านเลขที่ 25/4 ซึ่งเป็นบ้านร้างอีก 136 ราย)

3.ทำเสร็จแล้วย้ายออก

เมื่อได้บัตรประจำตัวแล้ว จะมีการแจ้งย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านทันทีในเวลาอันสั้น

4.สินบนเจ้าบ้าน

เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่เป็นคนติดต่อเจ้าบ้านให้ยินยอมลงนาม โดยให้ค่าตอบแทนรายละ 1,000 - 3,000 บาท ต่อหัวคนต่างด้าว

หลักฐานมัดตัว "ปลอมลายพิมพ์นิ้วมือ"

จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า ลายพิมพ์นิ้วมือของมารดาเด็กในเอกสารคำร้องย้ายเข้า (ท.ร.31) ไม่ตรงกับฐานข้อมูลในหนังสือเดินทาง และนายทะเบียนไม่ได้ดำเนินการสอบสวนพยานบุคคลตามระเบียบที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

สรุปการดำเนินคดี

เจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมผู้ต้องหา 6 ราย ประกอบด้วย

- อดีตหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง (หัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร) อำเภอวังน้อย

- ลูกจ้างที่ว่าการอำเภอวังน้อย

- เจ้าบ้านและนายหน้า รวม 4 คน

โดยถูกตั้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร มาตรา 50 (ใช้หลักฐานเท็จ) ทั้งนี้ กรมการปกครองเตรียมเพิกถอนรายการทะเบียนที่ทุจริตทั้งหมด และดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...