ตลาดรับสร้างบ้าน ไตรมาส 1 ทรงตัวที่ 4.7 หมื่นล้าน จ่อปรับราคา 3-5% เซ่นพิษต้นทุนพลังงาน
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านชี้ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ดันราคาวัสดุก่อสร้างพุ่ง เตรียมปรับฐานราคาใหม่หลังเดือนเมษายน เผยกลุ่มเหล็กและปิโตรเคมีรับผลกระทบหนักสุด เร่งผู้บริโภคตัดสินใจล็อกต้นทุนเดิมก่อนงบประมาณบานปลาย รุกขยายฐานสมาชิกสู่ภูมิภาคสำเร็จ ตั้งอนุกรรมการ "อีสาน-ใต้" ยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างทั่วประเทศ
7 เมษายน 2569 - สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) รายงานสภาวะตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 โดยระบุว่า ภาพรวมตลาดยังอยู่ในภาวะ "ทรงตัว" มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 47,000 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มีมูลค่า 46,142 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุน
นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า แม้ความต้องการสร้างที่อยู่อาศัยในตลาดยังคงขยายตัว แต่ผู้ประกอบการต้องแบกรับแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานโลกที่ผันผวน ส่งผลให้ราคาวัสดุก่อสร้างหลัก โดยเฉพาะกลุ่มเหล็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับปิโตรเคมี ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สถานการณ์ดังกล่าวบีบให้บริษัทรับสร้างบ้านที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ จำเป็นต้องปรับราคารับสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 3 – 5% เพื่อให้สะท้อนต้นทุนการก่อสร้างที่แท้จริง โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งแบ่งแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ปรับราคาทันทีหลังเดือนเมษายน และกลุ่มที่ทยอยปรับราคาในช่วงไตรมาสที่ 2
“สำหรับผู้บริโภคที่มีความพร้อม การทำสัญญาในช่วงนี้ถือเป็นการล็อกต้นทุนเดิมเอาไว้ก่อนการปรับราคาครั้งใหญ่จะเริ่มขึ้น หลังจากสิ้นเดือนเมษายนเป็นต้นไป ทำให้มั่นใจได้ว่างบประมาณสร้างบ้านจะไม่บานปลาย แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวนก็ตาม” นายอนันต์กร ระบุ
ในเชิงโครงสร้างการบริหารจัดการ สมาคมฯ ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งคณะกรรมการภูมิภาคในพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ เพื่อรองรับความท้าทายใหม่และสร้างมาตรฐานงานก่อสร้างให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการขยายฐานสมาชิกและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค
แผนการดำเนินงานในลำดับถัดไป สมาคมฯ เตรียมจัดงาน “มหกรรมรับสร้างบ้านภูมิภาค” ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 เพื่อเข้าถึงกำลังซื้อในจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง โดยรวบรวมบริษัทรับสร้างบ้านชั้นนำมาให้บริการแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด "สร้างเร็ว ประหยัดกว่า ล็อกราคาเดิม"
นายกสมาคมฯ เน้นย้ำว่า การตัดสินใจในสภาวะปัจจุบันมีความสำคัญต่อการบริหารงบประมาณของผู้บริโภค เนื่องจากทิศทางของต้นทุนมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“การยังไม่ตัดสินใจเพื่อรอดูสถานการณ์ต่าง ๆ ก่อน อาจทำให้ผู้บริโภคต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งการสร้างบ้านกับบริษัทสมาชิกสมาคมฯ ในช่วงเวลานี้ ถือเป็นจังหวะที่คุ้มค่าที่สุดก่อนเข้าสู่รอบของการปรับต้นทุนครั้งใหม่” นายอนันต์กร กล่าวทิ้งท้าย
การเคลื่อนไหวของตลาดในไตรมาสที่ 2 จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าติดตาม เนื่องจากจะเป็นช่วงเริ่มต้นของการใช้ฐานราคาใหม่ ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อและปริมาณงานก่อสร้างในครึ่งปีหลังอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าสมาคมฯ จะพยายามรักษาระดับราคาให้สมดุลกับกำลังซื้อของผู้บริโภคมากที่สุดก็ตาม