Kempower เผยความน่าเชื่อถือ ความคุ้มค่าโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยหลักหนุน EV โต
เคมพาวเวอร์ย้ำไทยขยับไปสู่เป้าหมาย EV 30@30 ต้องสร้างเครือข่ายชาร์จที่น่าเชื่อถือความคุ้มค่าโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่การสร้างความเชื่อมั่นผู้ใช้ หนุนการเติบโตยานยนต์เป็นรูปธรรมในอนาคต
นายคาร์โล เชคคี ผู้อำนวยการฝ่ายตลาดใหม่ จากเคมพาวเวอร์ (Kempower) ผู้ผลิตเครื่องชาร์จและผู้ให้บริการโซลูชั่นการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศฟินแลนด์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากระบบชาร์จของเคมพาวเวอร์ ทั่วโลก ซึ่งครอบคลุมมากกว่า 43 ล้านครั้งของการชาร์จ ผ่านจุดชาร์จกว่า 33,000 จุด ในมากกว่า 60 ประเทศ โดยมีการจ่ายพลังงานรวมมากกว่า 1.7 เทราวัตต์-ชั่วโมง และมีอัตราความพร้อมใช้งานของเครื่องชาร์จสูงกว่า 99%
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานสามารถติดตาม ตรวจวัด และพัฒนาได้อย่างต่อเนื่องจากข้อมูลการใช้งานจริง และจากข้อมูลเชิงลึกจากฐานข้อมูลการชาร์จ จำนวน 13 ล้านเซสชั่น พบว่า ปัญหาการชาร์จส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากฮาร์ดแวร์ โดย 81% ของความพยายามชาร์จที่ไม่สำเร็จมีสาเหตุมาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งาน ขณะที่มีเพียง 19% เท่านั้นที่เกิดจากข้อขัดข้องทางเทคนิค
สำหรับปัญหาด้านการใช้งานที่พบบ่อย ได้แก่ การยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ หรือผู้ใช้ลืมเสียบสายชาร์จให้ถูกต้อง ส่วนความขัดข้องทางเทคนิคมักเกี่ยวข้องกับปัญหาการสื่อสารระหว่างรถยนต์กับเครื่องชาร์จ หรือกลไกการล็อกหัวชาร์จ ข้อค้นพบเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าการยกระดับความน่าเชื่อถือจำเป็นต้องอาศัยแนวทางแบบองค์รวม ที่ผสานทั้งเทคโนโลยีที่ดียิ่งขึ้น การออกแบบที่ใช้งานง่าย และประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีขึ้นไปพร้อมกัน
ประเทศไทยที่ได้วางตำแหน่งตนเองในฐานะผู้นำระดับภูมิภาคในฐานะฐานการผลิต EV ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้านการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ผ่านนโยบายสำคัญอย่างมาตรการส่งเสริม EV 3.5 และนโยบายระดับชาติ “30@30” ที่ตั้งเป้าให้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มีสัดส่วนอย่างน้อย 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2030
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ จากความผันผวนของตลาดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน และความกังวลด้านความมั่นคงทางพลังงานที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนทิศทางของยุทธศาสตร์การขนส่งทั่วโลก ความสนใจส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่การเร่งการผลิตและการยอมรับ EV
แต่ในระยะยาวของการเดินหน้าสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ยังต้องขึ้นอยู่กับโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จที่รองรับระบบนิเวศ โดยทั่วไปหลายคนมักเน้นไปที่จำนวนหัวชาร์จที่ติดตั้งแล้ว แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้ให้บริการ คือ “การใช้งานได้จริง” และ “ความน่าเชื่อถือ” เพราะหากหัวชาร์จไม่พร้อมใช้งานในเวลาที่ต้องการก็แทบไม่ต่างอะไรจากโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีอยู่จริง สำหรับผู้ขับ EV ความน่าเชื่อถือคือปัจจัยที่ช่วยสร้างความมั่นใจต่อการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
ขณะที่สำหรับผู้ให้บริการสถานีชาร์จและผู้บริหารฟลีท ความน่าเชื่อถือส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและผลตอบแทนจากการลงทุน หรือ ROI และนี่คือจุดที่แนวคิด “Uptime ROI” หรือการวัดผลตอบแทนจาก “ความพร้อมใช้งาน” เข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะแทนที่จะวัดความสำเร็จของโครงสร้างพื้นฐานจากจำนวนการติดตั้งเพียงอย่างเดียว Uptime ROI ให้ความสำคัญกับ “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ที่เกิดจากเครือข่ายการชาร์จที่เชื่อถือได้และพร้อมใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ EV ไม่ได้มีเพียงต้นทุนฮาร์ดแวร์ตั้งต้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าติดตั้ง การใช้พลังงาน ระบบชาร์จอัจฉริยะ และการบำรุงรักษาระยะยาว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กำหนดมูลค่าตลอดอายุการใช้งาน
ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่การเลือกระหว่างการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานหรือการเร่งให้เกิดการใช้ EV เพราะทั้งสองด้านจำเป็นต้องเติบโตไปพร้อมกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ประกอบการจึงต้องการโซลูชั่นการชาร์จที่มีความยืดหยุ่น เชื่อถือได้ และพร้อมขยายตัวตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้เทคโนโลยีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบเร่งด่วนของเคมพาวเวอร์ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้ สถาปัตยกรรมที่ใช้ซิลิคอนคาร์ไบด์ ที่มีประสิทธิภาพสูง ประกอบกับระบบโมดูลาร์และการกระจายพลังงานแบบไดนามิก ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตั้ง ดูแลรักษา และขยายระบบได้ง่ายขึ้นตามที่ความต้องการเพิ่มขึ้น โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพหรือประสบการณ์ของผู้ใช้งาน
เนื่องจากการส่งมอบระบบชาร์จ EV ไม่ได้อาศัยเพียงฮาร์ดแวร์ที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังต้องรวมถึงสถาปัตยกรรมระบบ ปัจจุบันไทยกำลังขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ EV สาธารณะซึ่งมีโอกาสสำคัญในการวาง “ความน่าเชื่อถือ” และ “ความสามารถในการขยายตัว” ให้เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานตั้งแต่ต้น การวางจุดชาร์จอย่างมีกลยุทธ์ตามแนวทางหลวง ศูนย์กลางเมือง และเขตอุตสาหกรรม จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรองรับทั้งผู้ใช้ EV ทั่วไปและฟลีทเชิงพาณิชย์ สามารถสนับสนุนการเดินทางระยะไกล พร้อมเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และแน่นอนว่าเครือข่ายชาร์จที่ประสบความสำเร็จที่สุดในช่วงต่อไปของการเปลี่ยนผ่าน EV จึงอาจไม่ใช่เครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด แต่คือเครือข่ายที่ผู้ขับขี่และผู้ประกอบการ “ไว้วางใจได้” ในทุกวัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Kempower เผยความน่าเชื่อถือ ความคุ้มค่าโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจัยหลักหนุน EV โต
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net