คมนาคมลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ติดตาม “เฟส 3” ชูศักยภาพโลจิสติกส์ไทย รับสงกรานต์-ดันสู่ฮับโลก
ศูนย์ข่าวศรีราชา - ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาระยะที่ 3 ควบคู่ตรวจความพร้อมอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยช่วงสงกรานต์ 2569 เร่งแก้ปัญหาอุปสรรคก่อสร้าง หวังยกระดับขีดความสามารถขนส่งประเทศ
เมื่อเร็วๆนี้ นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 พร้อมติดตามการเตรียมความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ที่ห้องประชุม 1 อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี
โดยมี นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วย มีนางสาวนุชสุพัณ ตัญธนาวิทย์ และนายจักรพันธ์ ยาคู นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ รวมถึงผู้บริหารท่าเรือแหลมฉบัง และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม อาทิ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า บริษัท ขนส่ง จำกัด และการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าร่วมรายงานความคืบหน้า
ทั้งนี้ การตรวจราชการดังกล่าว มุ่งเน้นการบูรณาการแผนรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสำคัญ ครอบคลุมการขนส่งทุกมิติ ทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำ ควบคู่กับการติดตามโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อระบบโลจิสติกส์ของประเทศ
สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 มีการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เป็นเจ้าของโครงการ ร่วมลงทุนกับภาคเอกชน บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด (GPC) ลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 วงเงินลงทุนรวม 110,923 ล้านบาท แบ่งเป็นภาครัฐ 53,490 ล้านบาท และเอกชน 57,433 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาร่วมลงทุน 35 ปี
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าจาก 11 ล้านตู้ต่อปี เป็น 18.1 ล้านตู้ต่อปี เพื่อก้าวสู่การเป็นท่าเรืออันดับ 15 ของโลก พร้อมพัฒนาท่าเทียบเรือ F1 และ F2 รองรับรวม 4 ล้านตู้ต่อปี และนำระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้ในการบริหารจัดการตู้สินค้า
นอกจากนี้ ยังมุ่งเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางเป็น 6 ล้านตู้ต่อปี จากเดิมร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 30 เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศจากร้อยละ 14 ของ GDP เหลือร้อยละ 12 คาดช่วยประหยัดค่าขนส่งได้กว่า 250,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามการก่อสร้างโครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 งานส่วนที่ 1 จะมีความคืบหน้าของโครงการถึง 93% แต่ยังคงติดปัญหาเรื่อง การพิจารณารูปแบบของเขื่อนกันคลื่นหมายเลข 3 และงานส่วนที่ 2 มีความคืบหน้าแค่ 14 % เกิดจากปัญหาอุปสรรคเรื่องการทับซ้อนของการก่อสร้างกับ พื้นที่เช่า และระบบสาธารณูปโภคเดิม
ขณะเดียวกัน การส่งมอบพื้นที่ท่าเทียบเรือ F1 และ F2 ให้แก่เอกชนคู่สัญญา ยังอยู่ระหว่างการหารือแนวทางร่วมกัน โดยการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจาร่วมกับบริษัท GPC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งหาข้อสรุปเสนอผู้มีอำนาจพิจารณาโดยเร็ว
ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผน พร้อมบริหารจัดการอุปสรรคอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพโลจิสติกส์ของประเทศไทยในระยะยาวต่อไป
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO