โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คมนาคมลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ติดตาม “เฟส 3” ชูศักยภาพโลจิสติกส์ไทย รับสงกรานต์-ดันสู่ฮับโลก

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ศูนย์ข่าวศรีราชา - ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาระยะที่ 3 ควบคู่ตรวจความพร้อมอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยช่วงสงกรานต์ 2569 เร่งแก้ปัญหาอุปสรรคก่อสร้าง หวังยกระดับขีดความสามารถขนส่งประเทศ

เมื่อเร็วๆนี้ นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 พร้อมติดตามการเตรียมความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ที่ห้องประชุม 1 อาคารบริหารท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี

โดยมี นางสิริมา กีรตยาคม รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วย มีนางสาวนุชสุพัณ ตัญธนาวิทย์ และนายจักรพันธ์ ยาคู นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ รวมถึงผู้บริหารท่าเรือแหลมฉบัง และผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม อาทิ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า บริษัท ขนส่ง จำกัด และการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าร่วมรายงานความคืบหน้า

ทั้งนี้ การตรวจราชการดังกล่าว มุ่งเน้นการบูรณาการแผนรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสำคัญ ครอบคลุมการขนส่งทุกมิติ ทั้งทางถนน ทางราง และทางน้ำ ควบคู่กับการติดตามโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 มีการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เป็นเจ้าของโครงการ ร่วมลงทุนกับภาคเอกชน บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จำกัด (GPC) ลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 วงเงินลงทุนรวม 110,923 ล้านบาท แบ่งเป็นภาครัฐ 53,490 ล้านบาท และเอกชน 57,433 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาร่วมลงทุน 35 ปี

โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าจาก 11 ล้านตู้ต่อปี เป็น 18.1 ล้านตู้ต่อปี เพื่อก้าวสู่การเป็นท่าเรืออันดับ 15 ของโลก พร้อมพัฒนาท่าเทียบเรือ F1 และ F2 รองรับรวม 4 ล้านตู้ต่อปี และนำระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้ในการบริหารจัดการตู้สินค้า

นอกจากนี้ ยังมุ่งเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางเป็น 6 ล้านตู้ต่อปี จากเดิมร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 30 เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศจากร้อยละ 14 ของ GDP เหลือร้อยละ 12 คาดช่วยประหยัดค่าขนส่งได้กว่า 250,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามการก่อสร้างโครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 งานส่วนที่ 1 จะมีความคืบหน้าของโครงการถึง 93% แต่ยังคงติดปัญหาเรื่อง การพิจารณารูปแบบของเขื่อนกันคลื่นหมายเลข 3 และงานส่วนที่ 2 มีความคืบหน้าแค่ 14 % เกิดจากปัญหาอุปสรรคเรื่องการทับซ้อนของการก่อสร้างกับ พื้นที่เช่า และระบบสาธารณูปโภคเดิม

ขณะเดียวกัน การส่งมอบพื้นที่ท่าเทียบเรือ F1 และ F2 ให้แก่เอกชนคู่สัญญา ยังอยู่ระหว่างการหารือแนวทางร่วมกัน โดยการท่าเรือแห่งประเทศไทยได้ตั้งคณะทำงานเพื่อเจรจาร่วมกับบริษัท GPC และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งหาข้อสรุปเสนอผู้มีอำนาจพิจารณาโดยเร็ว

ทั้งนี้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผน พร้อมบริหารจัดการอุปสรรคอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับศักยภาพโลจิสติกส์ของประเทศไทยในระยะยาวต่อไป

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...