โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘กรณ์’ อัดอนุทินไร้ความจริงใจ เอาจริงเรื่องแก้ ‘สแกมเมอร์’ หลังตั้ง ประเสริฐ-สุริยะ ร่วม ครม.

The Momentum

อัพเดต 10 เมษายน 2569 เวลา 20.33 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

วันนี้ (10 เมษายน 2569) ที่อาคารรัฐสภา กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของ อนุทิน ชาญวีรกูล ตอนหนึ่งกล่าวถึง ‘ปัญหาสแกมเมอร์’ ที่รัฐบาลแสดงความไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหา จากการดำเนินการที่ล่าช้าของหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล ตลอดจนการแต่งตั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสแกมเมอร์ กลับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดปัจจุบัน

กรณ์กล่าวว่า ปัญหาทุนเทา การทุจริต และสแกมเมอร์เป็นเรื่องสำคัญในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ที่ทุกพรรคการเมืองมีจุดยืนที่ชัดเจน ทว่าหลังการเลือกตั้งผ่านไปความจริงจังในการแก้ไขเรื่องนี้กลับหายไป

แม้ว่าเมื่อวานนี้ (9 เมษายน 2569) อนุทินจะไปร่วมแถลงข่าวกับสํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ประกาศยึดทรัพย์เครือข่ายเบน สมิธ เพิ่มเติมอีก 8,000 ล้านบาท แต่กรณ์มองว่า ยังมีบางส่วนที่หลุดไป เช่น หุ้นฟินันเซีย (FSX) ที่บริษัท Beteverse Limited เป็นผู้ซื้อหุ้นนี้โดยตรงจากภรรยาของเบน สมิธ และในส่วนของบริษัท Rapidfire Technologies Limited ที่ซื้อหุ้นโดยตรงมาจากธนาคาร BIC Cambodia

กรณ์ชี้ว่า ยังมีประเด็นสำคัญคือ การทำงานของหน่วยงานภายใต้การกำกับของรัฐบาลที่เป็นไปอย่างล่าช้ามาก เช่น กรณีที่รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศจับกุมผู้บริหารกองทุน Capital Asia Investments (CAI) และยึดทรัพย์ที่อยู่ในบัญชี โดยวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมาเตือนรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้รีบดำเนินการยึดอายัดหลักทรัพย์ที่กองทุนนี้ยังถืออยู่ในตลาดหุ้นไทย แต่ปรากฏว่าไม่มีการดำเนินการใดๆ

“เวลา 1 เดือนที่ผ่านมามีการโยกย้ายถ่ายเท มีการขายหุ้นออกไปมูลค่าอย่างน้อย 500 ล้านบาท แทนที่เมื่อวานจะได้ยึดอายัดได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย และนำเงินส่วนนี้ไปชดเชยให้กับประชาชนที่เสียหายจากสแกมเมอร์ เราได้สูญเสียโอกาสนี้เพราะความล่าช้าของหน่วยงานภายใต้การกำกับของรัฐบาล”

นอกจากนั้นในการแถลงนโยบายของนายกฯ เมื่อวานนี้ได้ประกาศหลักการทำงาน ‘ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม’ กรณ์ระบุว่า อยากเห็นนายกฯ ปฏิบัติเช่นนั้นจริง เพราะตนไม่มั่นใจว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ จากกรณีที่เมื่อวานนี้ ปปง.ได้อายัดทรัพย์ FSX ที่ถือโดยบริษัท PILGRIM โดยบริษัทนี้มีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังสมัยรัฐบาลอนุทิน 1 เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

ดังนั้นคำถามที่กรณ์ฝากไปยังนายกฯ คือ “จะหยุดแค่นี้หรือไม่ หรือจะสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบย้อนกลับไปว่ากลุ่มฟอกเงินที่เข้ามาซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทยได้นั้นมีใครเป็นผู้ให้การช่วยเหลือหรือไม่”

กรณ์ยังอภิปรายด้วยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ได้ขยายเป็นวงกว้าง เป็นที่รู้จักในสังคม ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเคยนั่งอยู่ในทำเนียบรัฐบาล หากไม่สะสางให้ชัดเจนจะไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างประเทศและในประเทศ ตลอดจนขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้

ขณะเดียวกันกรณ์มองว่านโยบายทบทวน Free Visa ของรัฐบาล เพื่อตัดเครือข่ายสแกมเมอร์ รัฐบาลจะต้องตรวจสอบคนไทยเองด้วย

นอกจากนั้นอีกประเด็นที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลอนุทินไม่มีความจริงใจในการปราบปรามสแกมเมอร์ คือกรณี MOU กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ที่ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE เคยเปิดประเด็นในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาสมัยรัฐบาลอนุทิน 1 ว่า มีความพยายามเสนอสินบนจำนวน 40 ล้านบาทต่อเดือน เพื่อขอให้มองข้ามการติดตามปัญหาสแกมเมอร์และการฟอกเงิน

“วันนั้นไชยชนกก็พูดเองชัดเจนว่า รู้สึกกังวลว่าการที่มีคนกล้าเสนอสินบนให้กับผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงถึงรัฐมนตรี มันสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมฝ่ายบริหารกระทรวงนี้ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่ง

“นัยนี้คือไชยชนกกำลังตั้งประเด็นคำถามไปยังประเสริฐ (จันทรรวงทอง) ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวง DE และหลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ไชยชนกเปิดประเด็น MOU ที่ถูกขานนามว่า ‘MOU อัปยศ’ ที่ประเสริฐเป็นผู้อนุมัติและเป็นสักขีพยานในพิธีลงนาม ที่ปรากฏรูปของเบน สมิธ เป็นผู้ร่วมลงนาม”

กรณ์กล่าวว่า ท้ายที่สุดก็มีการร้องเรียนไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ซึ่งได้สืบพยาน และขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นที่เรียบร้อย แต่ถึงอย่างไร เหตุใดรัฐบาลจึงคิดว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสม ที่รัฐบาลจะแต่งตั้งประเสริฐกลับมาเป็นรัฐมนตรีใน ครม.อนุทิน 2

นอกจากนั้นในวันที่มีการลงนาม MOU ของกระทรวง DE ยังปรากฏภาพของ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อดีตปลัดกระทรวง DE ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

“วิศิษฏ์เป็น 1 ใน 6 บุคคลที่ถูกแจ้งความโดย DSI และอยู่ในชั้นการพิจารณา ป.ป.ช.จึงถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า เหมาะสมแล้วหรือไม่ที่บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในการลงนาม MOU ที่เอื้อต่อการฟอกเงินดิจิทัลระดับโลก เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งประธาน ก.ล.ต.” กรณ์ถาม

ส่วนกรณีของ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมร่วมกับเบน สมิธ คือการซื้อเครื่องบินเจ็ตมูลค่า 800 ล้านบาทจากภรรยาของเบน สมิธ โดยอ้างว่าเป็นการผ่อนจ่ายเป็นงวด ผ่านธนาคาร BIC Cambodia

“ก่อนที่จะแต่งตั้งสุริยะกลับมาเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ ท่านได้ตรวจสอบเส้นทางเงินหรือยัง ตรวจสอบหรือยังว่ามีการซื้อจริงหรือไม่ ผมขอบอกว่า เพียงแค่ข้อเท็จจริงวันนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่คุณสุริยะซื้อเครื่องบินนี้จากเบน สมิธ เสมือนซื้อของจากผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นโจร แค่นั้นก็เป็นพฤติกรรมต้องสงสัยแล้ว” สส.พรรคประชาธิปัตย์ชี้

กรณ์ยังทิ้งท้ายด้วยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความจริงใจของอนุทินในการปราบกลุ่มทุนเทา นายกฯ พร้อมหรือไม่ที่จะ ‘ปิดตา ถือพฤติกรรม’ เอาเรื่องกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะหลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ใกล้ตัวนายกฯ เป็นอย่างมาก

“เป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะมีความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจริงใจจริงจังกับการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ และถ้าไม่ตั้งใจแก้ปัญหานี้ ยากที่จะแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศ” กรณ์ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...