โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจาะหุ้น Quick-win โครงการรัฐ CK-BEM-STECON

The Bangkok Insight

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

เจาะหุ้น Quick-win โครงการรัฐ "CK-BEM-STECON" เตรียมทยอยเปิดประมูลได้ในไตรมาส 4 ปี 2569

จากกรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายเร่งผลักดันโครงการรัฐ ระยะเร่งด่วน (Quick-win) ทั้งหมด 3 ด้าน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบด้วย

ด้านที่ 1 เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง เพื่อเปิดให้บริการได้เร็วขึ้น เช่น ถนนพระราม 2 และทางด่วนมอเตอร์เวย์ M6

ด้านที่ 2 เร่งเปิดประมูลโครงการที่ได้รับอนุมัติและมีความพร้อมดำเนินการ เช่น มอเตอร์เวย์ M5, M9 และโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 2

ด้านที่ 3 เร่งเสนอ ครม. อนุมัติโครงการใหม่ รวมถึงผลักดันโครงการขนาดใหญ่เพิ่มเติม เช่น โครงการ Double Deck, มอเตอร์เวย์ M8 และแลนด์บริดจ์ ที่เชื่อมท่าเรือน้ำลึกระหว่างฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย

จะเห็นว่าความคืบหน้าดังกล่าวของกระทรวงคมนาคม ในการผลักดันโครงการ Quick-win กำลังทำให้เมกะโปรเจกต์ที่ค้างอยู่เริ่มกลับมาอยู่ในความสนใจของตลาดอีกครั้ง เพราะเมื่อไทม์ไลน์มีความชัดเจนมากขึ้น น้ำหนักจึงไม่ได้อยู่แค่มูลค่าโครงการ แต่คือเม็ดเงินที่กำลังจะเริ่มไหลเข้าสู่ระบบ และโฟกัสไปที่บริษัทที่มีโอกาสจะเป็นผู้รับงาน สะท้อนตรงไปยังกลุ่มหุ้นที่อยู่ในห่วงโซ่ก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง

โครงการรัฐ

ดาวเด่นหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน

บทวิเคราะห์ บล. ดาโอ มีมุมมองเป็นบวกจากการข่าวข้างต้น โดยระบุว่าการที่รัฐหันกลับมาเดินหน้าผลักดัน โครงการลงทุนขนาดใหญ่ และโครงการส่วนใหญ่ยังเป็นไปตามกรอบโครงการเดิม ขณะที่ยังคงคาดการณ์ว่าโครงการที่จะเร่งผลักดันได้เร็วจะเป็นโครงการในกลุ่ม Quick-win 2 เป็นโครงการที่ผ่าน ครม. ไปแล้ว และมีความพร้อมผลักดันเปิดประมูลอย่างโครงการที่คาดว่า จะทยอยเปิดประมูลได้ในไตรมาส 4 ปี 2569 เช่น รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2

โครงการรัฐ หุ้นที่มีโอกาสได้รับประโยชน์

นอกจากนี้ สำหรับโครงการในกลุ่ม Quick-win 3 มองว่าโครงการที่มีโอกาสสานต่อได้เร็วจะเป็น Double Deck หลังจากที่ได้ข้อสรุปรายละเอียดแล้วและอยู่ระหว่างรอเสนอ ครม. ขณะที่โครงการแลนด์บริดจ์ เชื่อว่าจะต้องใช้เวลาในการพิจารณาโดยละเอียด

ดังนั้น มองว่าหุ้นที่มีโอกาสได้รับประโยชน์มากที่สุด คือ CK: บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน), BEM: บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ STECON: บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยมีคำแนะนำ ดังนี้

ภาพประกอบโดย AI

1. หุ้น CK แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 23.00 บาทต่อหุ้น เนื่องจากมองว่าจะเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์มากสุดจากโอกาสการเติม Backlog ในอนาคต โดยเบื้องต้นประเมินว่าสำหรับงานใหม่ที่ได้รับทุกๆ 1 หมื่นล้านบาท จะเป็น upside ต่อราคาเป้าหมายของ CK ราว 0.1-0.2 บาทต่อหุ้น

2. หุ้น BEM แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 9.00 บาทต่อหุ้น จะได้อานิสงส์จากการกลับมาเดินหน้าโครงการ Double Deck โดยคาดว่าจะเห็นความคืบหน้ามากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 โดยหากอิงจากการเจรจาก่อนหน้านี้ เบื้องต้นประเมินว่าสำหรับโครงการ Double Deck และการขยายสัมปทานทางด่วนให้ BEM ระยะเวลา 22 ปี 5 เดือน และสุทธิกับการลดค่าผ่านทางลงเหลือ 50 บาท จะเป็น upside ต่อราคาเป้าหมายราว 0.5 บาทต่อหุ้น

3. หุ้น STECON แนะนำ “ถือ” ด้วยราคาเป้าหมาย 12.50 บาท โดยเบื้องต้นประเมินว่าสำหรับงานใหม่ที่ได้รับทุกๆ 1 หมื่นล้านบาท จะเป็น upside ต่อราคาเป้าหมายของ STECON ใกล้เคียงกันกับ CK ราว 0.1-0.2 บาทต่อหุ้น

การกลับมาเร่งเครื่องของภาครัฐในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการประกาศนโยบายเชิงภาพใหญ่ แต่กำลังแปลงเป็นเม็ดเงินจริงที่มีโอกาสไหลเข้าสู่ระบบในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโครงการที่ผ่าน ครม. แล้ว และมีความพร้อมเปิดประมูลในระยะถัดไป ซึ่งเป็นตัวเร่ง (Catalyst) ให้หุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานกลับมาอยู่ในเรดาร์อีกครั้ง

ในเชิงกลยุทธ์ ภาพรวมจึงสะท้อนว่า กลุ่มนี้กำลังเข้าสู่ช่วงต้นวัฏจักรใหม่ของการลงทุนภาครัฐ มักเป็นช่วงที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด หากโครงการสามารถเดินหน้าได้ตามไทม์ไลน์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...