โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อิหร่าน” วิกฤตเศรษฐกิจลุกลาม สงครามซ้ำเติม คนตกงานพุ่ง เสี่ยงจนเพิ่ม 4 ล้านคน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 เมษายน 2569 เวลา 22.08 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผลกระทบจากสงครามสหรัฐ–อิสราเอลซ้ำเติมเศรษฐกิจอิหร่านที่เปราะบางอยู่แล้ว ธุรกิจปิดตัว การจ้างงานหดตัว และเงินเฟ้อพุ่ง เตือนประชาชนอาจตกสู่ความยากจนเพิ่มอีกกว่า 4 ล้านคน

วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 14.11 น. สำนักข่าว CNN รายงานว่า สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐและอิสราเอลไม่ได้กระทบเพียงระดับภูมิรัฐศาสตร์หรือพลังงานโลกเท่านั้น แต่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนลึกถึงชีวิตของประชาชนในประเทศ โดยเฉพาะแรงงานและคนทำงานอิสระที่รายได้หายไปแทบในทันที

อาซาล นักออกแบบฟรีแลนซ์ วัย 30 กว่าปี ในกรุงเตหะราน เล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยรับงานจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาดเกือบสองเดือนไม่มีงานใหม่ ไม่มีการตอบกลับ ทุกอย่างเหมือนหยุดลงในชั่วข้ามคืน รายได้ของเธอในปัจจุบันไม่เพียงพอแม้แต่ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน

เธอเป็นเพียงหนึ่งในชาวอิหร่านหลายล้านคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงคราม ซึ่งทำให้ผู้คนจำนวนมากตกงานและเผชิญความเสี่ยงเข้าสู่ความยากจน

ผลกระทบดังกล่าวลุกลามไปในหลายภาคส่วน ทั้งแรงงานโรงกลั่น สิ่งทอ คนขับรถบรรทุก พนักงานสายการบิน ไปจนถึงสื่อมวลชน โดยแทบไม่มีอุตสาหกรรมใดรอดพ้น

ก่อนเกิดสงคราม เศรษฐกิจอิหร่านก็อยู่ในภาวะเปราะบางอยู่แล้ว รายได้เฉลี่ยต่อหัวลดลงจากราว 8,000 ดอลลาร์ในปี 2555 เหลือประมาณ 5,000 ดอลลาร์ในปี 2567 จากผลกระทบของเงินเฟ้อ การคอร์รัปชัน และมาตรการคว่ำบาตร

สถานการณ์ล่าสุดยิ่งเลวร้ายลง โดย United Nations Development Programme ประเมินว่า อาจมีประชาชนเพิ่มอีกถึง 4.1 ล้านคนที่ตกสู่ความยากจนจากผลของสงคราม

ความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศหลายพันครั้งทำให้โรงงานและธุรกิจกว่า 23,000 แห่งได้รับผลกระทบ ส่งผลให้มีการสูญเสียงานโดยตรงประมาณ 1 ล้านตำแหน่ง และอาจมีอีกกว่า 1 ล้านคนตกงานจากผลกระทบทางอ้อม

ขณะเดียวกัน การหยุดชะงักของการขนส่งทางทะเลและการนำเข้าสินค้า ทำให้เศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้วเผชิญแรงกดดันมากขึ้น โดยมีการประเมินว่าแรงงานถึง 50% ของประเทศกำลังเผชิญความเสี่ยง และประชากรอีก 5% อาจตกสู่ความยากจน

เงินเฟ้อในเดือนมีนาคมพุ่งสูงถึง 72% และยิ่งรุนแรงขึ้นในสินค้าจำเป็น ขณะที่หลายธุรกิจต้องหยุดดำเนินงานจากแรงกดดันทั้งสงคราม เงินเฟ้อ และอุปสงค์ที่หดตัว

การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานปิโตรเคมีและเหล็ก ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตรถพ่วง Maral Sanat ต้องเลิกจ้างพนักงาน 1,500 คน ขณะที่โรงงานสิ่งทอ Borujerd ปลดพนักงานอีก 700 คน

ภาคธุรกิจอื่น ๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์นมบางแห่งต้องหยุดการผลิตจากการขาดแคลนบรรจุภัณฑ์ ขณะที่สายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบิน ส่งผลให้พนักงานจำนวนมากไม่ได้รับค่าจ้าง

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า จำนวนผู้ยื่นขอรับประกันการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้สมัครถึง 147,000 คนในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา สูงกว่าปีก่อนถึง 3 เท่า กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือแรงงานนอกระบบ และแรงงานทักษะต่ำถึงปานกลาง ซึ่งมีการคุ้มครองน้อยและอำนาจต่อรองต่ำ นอกจากนี้ ธุรกิจที่พึ่งพาอินเทอร์เน็ต เช่น อีคอมเมิร์ซและงานออนไลน์ กำลังเผชิญความยากลำบาก บริษัทใหญ่ของประเทศอย่าง Digikala เริ่มเลิกจ้างพนักงาน ขณะที่แรงงานจำนวนมากต้องหันไปทำงานชั่วคราวเพื่อความอยู่รอด

ทั้งนี้การขาดอินเทอร์เน็ตยังส่งผลกระทบต่อผู้หญิงที่ทำงานจากบ้านอย่างหนัก โซมาเยห์ ครูสอนภาษาเยอรมันในเมืองอิสฟาฮาน ระบุว่า เธอต้องย้ายไปใช้แพลตฟอร์มภายในประเทศที่ไม่มีเสถียรภาพ ทำให้การสอนแทบเป็นไปไม่ได้ ข้อมูลยังชี้ว่า ผู้หญิงคิดเป็นหนึ่งในสามของผู้ยื่นขอประกันการว่างงานตั้งแต่สงครามเริ่มต้น

สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อระบบประกันสังคมของรัฐที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณอยู่แล้ว ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน เช่น การพักชำระภาษี เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก อาจเกิดคลื่นการว่างงานระลอกใหญ่ตามมา

วิกฤตเศรษฐกิจยังจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาล โดยภาคธุรกิจเรียกร้องให้การรักษาการจ้างงานเป็นวาระเร่งด่วนของประเทศ

แม้รัฐบาลอิหร่านระบุว่า ความยากลำบากทั้งหมดเป็นผลจากสงครามที่ไม่เป็นธรรม แต่ก็มีรายงานว่ากำลังพิจารณาขยายโครงการช่วยเหลือประชาชน เช่น บัตรสวัสดิการรายเดือน

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังคงน่ากังวล โดยสื่อท้องถิ่นระบุว่า อิหร่านกำลังเผชิญวิกฤตซับซ้อนและรุนแรงที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยมาตรการทั่วไป

ท้ายที่สุด ความไม่แน่นอนกลายเป็นปัญหาหลักที่ประชาชนต้องเผชิญ โซมาเยห์กล่าวว่า “รายได้ที่ลดลงมันแย่ แต่สิ่งที่แย่กว่าคือความไม่แน่นอน คุณไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป”

อ้างอิง : edition.cnn.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ–อิสราเอล เปิดฉากโจมตีอิหร่าน เร่งสถานการณ์ตึงเครียดทั่วตะวันออกกลาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...