โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

โรม-ศุภโชติ ร่วมคณะตรวจคลังน้ำมัน 'เสี่ยตือ' ที่เพชรบุรี พบข้อน่าสงสัยตุนน้ำมันมาตั้งแต่ปี'64

MATICHON ONLINE

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘โรม-ศุภโชติ’ ร่วมคณะตรวจคลังน้ำมัน ‘เสี่ยตือ’ ที่เพชรบุรี ลั่น พบข้อน่าสงสัยตุนน้ำมันมาตั้งแต่ปี 2564 ชี้ระบบรัฐมีช่องโหว่ใหญ่ ทำผู้กักตุนน้ำมันเล็ดลอดการตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 ที่คลังน้ำมัน จ.เพชรบุรี นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย นายศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมตรวจสอบหนึ่งในคลังและโรงกลั่นน้ำมัน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “เสี่ยตือ” ที่คาดว่าจะเป็นตัวการใหญ่ที่มีส่วนพัวพันกรณีการกักตุนน้ำมัน ตามคำเชิญของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

นายศุภโชติ กล่าวว่า พื้นที่ที่คณะร่วมกันตรวจสอบ เป็นทั้งโรงกลั่นและคลังน้ำมันที่อยู่ในพื้นที่ติดกัน ถือโดยสองนิติบุคคล แต่ทั้งสองส่วนเคยอยู่ภายใต้นิติบุคคลเดียวกันมาก่อน คือเสี่ยตือ ที่แบ่งคลังน้ำมันออกมาขายให้กับบริษัทบางจากในมูลค่า 9,000 ล้านบาท ขณะที่เสี่ยตือก็ยังคงถือครองในฝั่งโรงกลั่นอยู่ และขายเพียงในส่วนของคลังน้ำมันออกไป 20 ถัง เป็นถังขนาดใหญ่สุดอยู่ที่ราว 64 ล้านลิตร โดยเสี่ยตือยังคงเป็นเจ้าของอยู่ 17 ถัง

นายศุภโชติ กล่าวด้วยว่า ซึ่งสิ่งที่น่าแปลกใจคือโครงการนี้สร้างเสร็จมาตั้งแต่ปี 2562 แต่หยุดการทำงานไปเมื่อปี 2564 โดยยังมีน้ำมันคงค้างอยู่ในโรงกลั่น 5 ล้านลิตร ซึ่งผู้ชี้แจงระบุว่าไม่ได้มีการนำน้ำมันออกมาเลย ค้างอยู่ตั้งแต่ปี 2564-2569 ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมถึงไม่มีความพยายามนำน้ำมันในส่วนนี้ออกมาขายต่อ เพราะหลังจากปี 2564 เป็นต้นมา โลกประสบภาวะวิกฤติราคาน้ำมันถึง 2 ครั้ง คือจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางในปัจจุบัน หากจะอ้างว่าการนำน้ำมันออกมาขายไม่คุ้มต้นทุนก็ไม่ใช่ เพราะราคาค้าปลีกในช่วงเวลานั้นสูงขึ้นมาก ควรที่จะนำออกมาขายได้

นายศุภโชติ กล่าวต่อว่า ประเด็นต่อมาที่มีการตั้งข้อสังเกต คือกรณีของถังที่มีการอ้างว่าไม่ได้ใช้และถูกปิดตายนั้นถูกปิดจริงหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบเรื่องนี้คือกรมศุลกากร เนื่องจากคลังน้ำมันนี้ถูกจดทะเบียนในรูปแบบเขตปลอดภาษี จึงไม่ใช่กรมธุรกิจพลังงานที่เป็นผู้ดูแลโดยตรง ซึ่งทางฝั่งผู้ชี้แจงจากกรมศุลกากรก็อ้างว่ามีการเข้าตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ มีการปิดผนึกไว้ด้วยซีลเป็นอย่างดี ถ้ามีการใช้งานเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรต้องเป็นผู้ดำเนินการตัดซีลด้วยตัวเอง แต่จากการตรวจสอบในพื้นที่จริงวันนี้ กลับพบว่าถังน้ำมันเหล่านั้นกลับถูกปิดผนึกด้วยซีลรูปแบบใหม่ ที่แม้แต่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่ร่วมคณะในวันนี้ ยังไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นซีลของกรมจริงหรือไม่

นายศุภโชติ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบในวันนี้ทำให้เห็นช่องโหว่ของระบบตรวจสอบของภาครัฐ ที่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้ำมันหายไปในช่วงที่ผ่านมา ทั้งหน่วยงานกำกับดูแลที่กระจัดกระจาย เช่น ถ้าเป็นคลังน้ำมันในเขตปลอดภาษี หน่วยงานที่ดูแลคือกรมศุลกากร แต่ถ้าเป็นคลังน้ำมันในประเทศคนที่ดูแลคือกรมสรรพสามิต หรือแม้แต่ระบบการรายงานข้อมูลจากคลังน้ำมันหรือโรงกลั่นไปยังหน่วยงานต่างๆ ล้วนแต่เป็นข้อมูลทางเดียวทั้งสิ้น ทั้งนี้ การตรวจสอบของหน่วยงานภาครัฐเป็นเพียงแค่การสุ่มตรวจเท่านั้น ทำให้อาจเกิดช่องโหว่ของการกระทำความผิดได้ ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องทำต่อในอนาคตคือเร่งหาตัวคนที่ทำความผิดในการกักตุนน้ำมันของประชาชนจากวิกฤตที่เกิดขึ้นมาลงโทษให้ได้ และออกแบบหรือลงทุนในระบบการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลทั้งจากคลังน้ำมันทั่วประเทศใหม่ทั้งระบบ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรม-ศุภโชติ ร่วมคณะตรวจคลังน้ำมัน ‘เสี่ยตือ’ ที่เพชรบุรี พบข้อน่าสงสัยตุนน้ำมันมาตั้งแต่ปี’64

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...