"จัดหนักขั้นสุด!" ทรัมป์ลั่นเตรียมถล่มอิหร่าน 3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนถอนทัพ ดันน้ำมันพุ่งทะลุ $103
“จัดหนักขั้นสุด!” ทรัมป์ลั่นเตรียมถล่มอิหร่าน 3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนถอนทัพ ดันน้ำมันพุ่งทะลุ $103
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงการณ์ต่อชาติเมื่อคืนวันพุธ ยืนยันการเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างหนักต่อเนื่องอีกราว 2-3 สัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งกลับขึ้นเหนือ $100 ต่อบาร์เรล ขณะที่ Bitcoin ร่วงลงแตะบริเวณ $66,904 จากความกังวลของนักลงทุน
ทรัมป์แถลงต่อชาติ — “ภารกิจใกล้เสร็จ แต่จะตีหนักต่ออีก”
ในการแถลงการณ์ต่อชาติจากทำเนียบขาวเมื่อคืนวันพุธ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าปฏิบัติการทางทหาร “Operation Epic Fury” กำลังเข้าใกล้ความสำเร็จ โดยอ้างว่าสหรัฐฯ ได้ทำลายศักยภาพด้านนิวเคลียร์และกองทัพเรือของอิหร่านไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว รวมถึงสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบโดรน ขีปนาวุธ และโรงงานผลิตอาวุธ
ทว่าถ้อยแถลงที่ตลาดโลกจับตาที่สุดคือสัญญาณว่าสงครามยังไม่จบ — ทรัมป์กล่าวชัดเจนว่า “เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักมากในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า”
ทั้งนี้ ทรัมป์ยังระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการเจรจา โดยฝั่งสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์ เปิดเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ และยุติการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค ขณะที่อิหร่านต้องการให้ยุติสงครามอย่างถาวร ได้รับค่าชดเชยความเสียหาย และให้สหรัฐฯ ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่
ช่องแคบฮอร์มุซ — ชนวนสำคัญที่ผลักราคาน้ำมันพุ่ง
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุรุนแรงขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน จนทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz — เส้นทางเดินเรือสำคัญในอ่าวเปอร์เซียที่น้ำมันโลกกว่า 20% ผ่านไปทุกวัน) เพื่อตัดอุปทานน้ำมันให้โลก
แม้ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวลงในวันอังคาร หลังทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสงครามกำลังจะจบ แต่ถ้อยแถลงล่าสุดกลับทำให้ราคาพุ่งกลับขึ้นมาอีกครั้ง ณ ขณะที่รายงานข่าว ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ $103.59 ต่อบาร์เรล สูงกว่าแนว $100 อีกครั้ง
ทรัมป์คาดการณ์ว่าเมื่อความขัดแย้งสิ้นสุด ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเองโดยธรรมชาติ เพราะอิหร่านจำเป็นต้องขายน้ำมันเพื่อฟื้นฟูประเทศ พร้อมทำนายว่าราคาน้ำมันและราคาหุ้นจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังสงครามยุติ
Bitcoin และตลาดคริปโตรับผลกระทบทันที
ผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเกิดขึ้นเกือบพร้อมกับการแถลงการณ์ของทรัมป์ ราคา Bitcoin ร่วงลงประมาณ 1% ในช่วงที่กำลังมีการกล่าวสุนทรพจน์ และยังคงร่วงต่อเนื่อง โดยล่าสุดแตะบริเวณ $66,904 คิดเป็นการปรับตัวลดลงราว 2% โดยรวม
สถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น น้ำมัน และคริปโตมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยทิศทางราคาสินทรัพย์ส่วนใหญ่ยังคงอ่อนไหวต่อทุกความเคลื่อนไหวทางการทูตและการทหาร
อ้างอิงต้นฉบับ: Decrypt / Cointelegraph
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/trump-iran-speech-oil-spike-bitcoin-dip-april
ก.ล.ต. ยกระดับ 5 มาตรการเข้ม! ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ปราบ “ทุนเทา-บัญชีม้า” ราบคาบ
สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศยกระดับ 5 มาตรการสำคัญเพื่อปราบปรามทุนเทา บัญชีม้า และการหลอกลวงลงทุน (Investment Scam) ทั้งในตลาดหลักทรัพย์และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบตัวตนลูกค้า (KYC) ไปจนถึงการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ Blockchain และร่วมมือกับหลายหน่วยงานของรัฐ โดยเลขาธิการ ก.ล.ต. ย้ำว่านี่คือ “วาระแห่งชาติ” ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ทำไม ก.ล.ต. ถึงต้องเดินหน้าครั้งนี้?
ปัญหามิจฉาชีพหลอกลวงการลงทุนในไทยทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลและช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบเฉพาะทรัพย์สินของประชาชนรายบุคคล แต่ยังบั่นทอนความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทยในภาพรวม สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงประกาศมาตรการยกระดับการกำกับดูแลแบบครบวงจร ทั้งด้านการป้องกันก่อนเกิดเหตุ และการปราบปรามเมื่อตรวจพบการกระทำผิด
5 มาตรการที่ ก.ล.ต. ยกระดับ
เข้มงวด KYC/CDD — รู้จักตัวตนลูกค้าให้ลึกกว่าเดิม
ก.ล.ต. จะยกระดับกระบวนการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence หรือ CDD) ให้ครอบคลุมทั้งรายได้และอาชีพ พร้อมติดตามพฤติกรรมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง หากพบความน่าสงสัย บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการตรวจสอบขั้นเข้มข้น (Enhanced CDD) และรายงานธุรกรรมต้องสงสัย (Suspicious Transaction Report หรือ STR) ต่อสำนักงาน ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ทันที
นอกจากนั้น ยังเพิ่มมาตรการควบคุมการฝาก-ถอนเงิน โดยบังคับให้ชื่อบัญชีต้องตรงกับลูกค้าเท่านั้น และสามารถหน่วงธุรกรรมสำหรับกลุ่มความเสี่ยงสูงได้
ตรวจสอบผู้ถือหุ้นใหญ่ให้ถึงต้นตอ
ก.ล.ต. จะปรับปรุงเกณฑ์กำกับดูแลโครงสร้างผู้ถือหุ้นให้ครอบคลุมถึง ผู้ให้แหล่งเงินทุนแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วย เพื่อป้องกันการซ่อนตัวผ่านโครงสร้างที่ซับซ้อน พร้อมขยายลักษณะต้องห้ามให้รวมถึงผู้ที่ทำผิดกฎหมายฟอกเงินและกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายทั้งในและต่างประเทศ
ไล่เส้นทางเงิน — ด้วย Travel Rule และ Blockchain Forensics
นี่คือมาตรการที่เกี่ยวข้องกับโลกสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรงที่สุด ก.ล.ต. วางแผนยกระดับการติดตามเส้นทางการเงินหลายด้าน ได้แก่
- Blockchain Forensic Tool(เครื่องมือตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชน): อัปเกรดให้วิเคราะห์เชิงลึกถึงปลายทาง
- Travel Rule(กฎการส่งต่อข้อมูลผู้โอน): บังคับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลแนบข้อมูลผู้โอนไปพร้อมกับทุกธุรกรรม
- Stablecoin(เหรียญมูลค่าคงที่): กำกับดูแลเทียบเคียงธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (FX) เพื่อปิดช่องโหว่ทุนเทา
- ร่วมมือกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ในการควบคุมวงเงินธุรกรรมข้ามประเทศ
บังคับเปิดเผยข้อมูลให้ครบ โปร่งใส และทันเวลา
บริษัทจดทะเบียนต้องรายงานโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ชัดเจน รายชื่อผู้ถือหุ้น 10 อันดับแรก และแจ้งทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นเมื่อครบทุก 5% ภายใน 3 วันนับจากวันทำธุรกรรม ก.ล.ต. ยังจะพัฒนา Data Analytics ที่เชื่อมโยงข้อมูลข้ามระบบ เพื่อตรวจจับความผิดปกติระหว่างรายชื่อผู้ถือหุ้นกับพฤติกรรมการซื้อขายจริง
ผนึกกำลังหลายหน่วยงาน สกัดทุนเทาครบวงจร
ก.ล.ต. ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ในการปิดกั้นแพลตฟอร์มผิดกฎหมาย และเข้าร่วมคณะทำงาน “Connect the Dots”* ซึ่งยกระดับการกำกับดูแลใน 3 มิติพร้อมกัน ได้แก่ ตัวตน พฤติกรรม และเส้นทางเงิน พร้อมดำเนินการ Joint Operation ร่วมกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง*
เลขาธิการ ก.ล.ต. ย้ำเดินหน้าเต็มสูบ
นางพรอนงค์ บุษราตระกูลเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การยกระดับทั้ง 5 มาตรการจะช่วยให้การสกัดทุนเทาเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยในระยะต่อไปจะเร่งบูรณาการกับคณะทำงาน Connect the Dots เพื่อเชื่อมโยงและวิเคราะห์เส้นทางเงินให้เห็นถึงปลายทาง และยืนยันว่าเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว
อ้างอิงต้นฉบับ:สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ฉบับที่ 68/2569
ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น! Drift Protocol บน Solana โดนเจาะระบบ สูญสินทรัพย์กว่า 200 ล้านดอลลาร์
Drift Protocol แพลตฟอร์มซื้อขาย DeFi ชั้นนำบน Solana ถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ส่งผลให้สูญเสียสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บางแหล่งประเมินว่าอาจสูงถึง 270 ล้านดอลลาร์ ทีมงานออกมายืนยันบน X ว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องตลกวันที่ 1 เมษา” และแนะนำให้ผู้ใช้หยุดฝากเงินในโปรโตคอลทันที
Drift Protocol ถูกแฮ็ก — เหตุการณ์ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Solana DeFi
Drift Protocol (แพลตฟอร์มซื้อขายแบบกระจายศูนย์ โอเพ่นซอร์ส ที่สร้างบนบล็อกเชน Solana) ออกแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมาว่า กำลังตรวจพบ “กิจกรรมผิดปกติ” บนโปรโตคอล พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้ “ระงับการฝากเงินทุกประเภทจนกว่าจะมีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม”
เราตรวจพบกิจกรรมที่ผิดปกติในโปรโตคอล และกำลังเร่งตรวจสอบ โปรดอย่าฝากเงินเข้ามาในขณะนี้ นี่ไม่ใช่มุกเมษาหน้าโง่ โปรดระมัดระวังจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม
ข้อมูลจาก Onchain (ข้อมูลบนบล็อกเชนที่ตรวจสอบได้แบบสาธารณะ) ชี้ว่ามูลค่าความเสียหายอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐบางแหล่งประเมินสูงถึง 270 ล้านดอลลาร์ซึ่งหากยืนยันตัวเลขนี้ได้ การโจมตีครั้งนี้จะติดอันดับ การแฮ็ก Onchain ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์และเป็นการโจมตีบนเครือข่าย Solana ที่ใหญ่ที่สุด รองจากเหตุการณ์ Wormhole Bridge ที่สูญเสียไป 326 ล้านดอลลาร์ในปี 2565
เป้าหมายการโจมตี: หลาย Vault พร้อมกัน
แฮ็กเกอร์โจมตีหลาย Vault (กระเป๋าสินทรัพย์ร่วมที่ผู้ใช้ฝากเพื่อรับผลตอบแทน) พร้อมกัน ได้แก่:
- JLP Delta NeutralVault
- SOL Super StakingVault
- BTC Super StakingVault
การโอนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งเดียวคือ JLP Token (โทเคนสภาพคล่องของ Jupiter Liquidity Pool)จำนวน 41.7 ล้านโทเคน มูลค่าราว 155 ล้านดอลลาร์โดยข้อมูลจาก SolScan ยังพบว่ามีการดูดสินทรัพย์อื่นออกไปด้วย ได้แก่ SOL, USDC, cbBTC และ wBTC
ราคาโทเคน DRIFT ร่วงลงราว 5% อยู่ที่ 0.064 ดอลลาร์**ในช่วงที่มีรายงานข่าวนี้
ติดตามร่องรอยแฮ็กเกอร์
บัญชีวิเคราะห์ Onchain ชื่อดังอย่าง Looksonchain* พบว่าแฮ็กเกอร์เริ่มแปลงสินทรัพย์ที่ขโมยมาเป็น USDC ผ่าน Jupiter (DEX Aggregator หรือตัวรวมตลาดแบบกระจายศูนย์บน Solana) จากนั้นนำ USDC ข้ามเชนไปยังเครือข่าย Ethereum เพื่อซื้อ ETH*
ณ เวลา 17:45 UTC แฮ็กเกอร์ถือครอง ETH อยู่ 19,913 ETH มูลค่าประมาณ 42 ล้านดอลลาร์
ที่อยู่กระเป๋าหลักของผู้โจมตี (ขึ้นต้นด้วย HkGz4Kmo) ถูกสร้างขึ้นเพียง 8 วันก่อน**โดยมีประวัติการสลับสินทรัพย์บน OKX และ Jupiter DEX ก่อนจะหยุดใช้งาน และกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง 18 ชั่วโมงก่อนที่จะมีรายงานเหตุการณ์
Drift Protocol คืออะไร?
Drift Protocol เป็นหนึ่งใน DeFi Protocol ที่ถือเป็น “แกนหลัก”ของระบบนิเวศ Solana โดยเฉพาะในส่วนของการซื้อขาย Perpetual Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีวันหมดอายุ)ก่อนเกิดเหตุ โปรโตคอลมี Total Value Locked (TVL หรือมูลค่าสินทรัพย์รวมที่ถูกล็อกไว้)สูงกว่า 550 ล้านดอลลาร์ตามข้อมูลจาก DeFi Llama
อ้างอิงต้นฉบับ: The Block
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/drift-protocol-solana-exploit-200-million