โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

"จัดหนักขั้นสุด!" ทรัมป์ลั่นเตรียมถล่มอิหร่าน 3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนถอนทัพ ดันน้ำมันพุ่งทะลุ $103

ทันหุ้น

อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 04.06 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. เวลา 04.06 น.

จัดหนักขั้นสุด!” ทรัมป์ลั่นเตรียมถล่มอิหร่าน 3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนถอนทัพ ดันน้ำมันพุ่งทะลุ $103

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงการณ์ต่อชาติเมื่อคืนวันพุธ ยืนยันการเดินหน้าโจมตีอิหร่านอย่างหนักต่อเนื่องอีกราว 2-3 สัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งกลับขึ้นเหนือ $100 ต่อบาร์เรล ขณะที่ Bitcoin ร่วงลงแตะบริเวณ $66,904 จากความกังวลของนักลงทุน

ทรัมป์แถลงต่อชาติ — “ภารกิจใกล้เสร็จ แต่จะตีหนักต่ออีก”

ในการแถลงการณ์ต่อชาติจากทำเนียบขาวเมื่อคืนวันพุธ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าปฏิบัติการทางทหาร “Operation Epic Fury” กำลังเข้าใกล้ความสำเร็จ โดยอ้างว่าสหรัฐฯ ได้ทำลายศักยภาพด้านนิวเคลียร์และกองทัพเรือของอิหร่านไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว รวมถึงสร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อระบบโดรน ขีปนาวุธ และโรงงานผลิตอาวุธ

ทว่าถ้อยแถลงที่ตลาดโลกจับตาที่สุดคือสัญญาณว่าสงครามยังไม่จบ — ทรัมป์กล่าวชัดเจนว่า “เราจะโจมตีพวกเขาอย่างหนักมากในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า”

ทั้งนี้ ทรัมป์ยังระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการเจรจา โดยฝั่งสหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์ เปิดเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ และยุติการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค ขณะที่อิหร่านต้องการให้ยุติสงครามอย่างถาวร ได้รับค่าชดเชยความเสียหาย และให้สหรัฐฯ ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่

ช่องแคบฮอร์มุซ — ชนวนสำคัญที่ผลักราคาน้ำมันพุ่ง

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางปะทุรุนแรงขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน จนทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz — เส้นทางเดินเรือสำคัญในอ่าวเปอร์เซียที่น้ำมันโลกกว่า 20% ผ่านไปทุกวัน) เพื่อตัดอุปทานน้ำมันให้โลก

แม้ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวลงในวันอังคาร หลังทรัมป์ส่งสัญญาณว่าสงครามกำลังจะจบ แต่ถ้อยแถลงล่าสุดกลับทำให้ราคาพุ่งกลับขึ้นมาอีกครั้ง ณ ขณะที่รายงานข่าว ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ $103.59 ต่อบาร์เรล สูงกว่าแนว $100 อีกครั้ง

ทรัมป์คาดการณ์ว่าเมื่อความขัดแย้งสิ้นสุด ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดเองโดยธรรมชาติ เพราะอิหร่านจำเป็นต้องขายน้ำมันเพื่อฟื้นฟูประเทศ พร้อมทำนายว่าราคาน้ำมันและราคาหุ้นจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วหลังสงครามยุติ

Bitcoin และตลาดคริปโตรับผลกระทบทันที

ผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเกิดขึ้นเกือบพร้อมกับการแถลงการณ์ของทรัมป์ ราคา Bitcoin ร่วงลงประมาณ 1% ในช่วงที่กำลังมีการกล่าวสุนทรพจน์ และยังคงร่วงต่อเนื่อง โดยล่าสุดแตะบริเวณ $66,904 คิดเป็นการปรับตัวลดลงราว 2% โดยรวม

สถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น น้ำมัน และคริปโตมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา โดยทิศทางราคาสินทรัพย์ส่วนใหญ่ยังคงอ่อนไหวต่อทุกความเคลื่อนไหวทางการทูตและการทหาร

อ้างอิงต้นฉบับ: Decrypt / Cointelegraph

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/trump-iran-speech-oil-spike-bitcoin-dip-april

ก.ล.ต. ยกระดับ 5 มาตรการเข้ม! ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ปราบ “ทุนเทา-บัญชีม้า” ราบคาบ

สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศยกระดับ 5 มาตรการสำคัญเพื่อปราบปรามทุนเทา บัญชีม้า และการหลอกลวงลงทุน (Investment Scam) ทั้งในตลาดหลักทรัพย์และตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบตัวตนลูกค้า (KYC) ไปจนถึงการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ Blockchain และร่วมมือกับหลายหน่วยงานของรัฐ โดยเลขาธิการ ก.ล.ต. ย้ำว่านี่คือ “วาระแห่งชาติ” ที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ทำไม ก.ล.ต. ถึงต้องเดินหน้าครั้งนี้?

ปัญหามิจฉาชีพหลอกลวงการลงทุนในไทยทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลและช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบเฉพาะทรัพย์สินของประชาชนรายบุคคล แต่ยังบั่นทอนความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทยในภาพรวม สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จึงประกาศมาตรการยกระดับการกำกับดูแลแบบครบวงจร ทั้งด้านการป้องกันก่อนเกิดเหตุ และการปราบปรามเมื่อตรวจพบการกระทำผิด

5 มาตรการที่ ก.ล.ต. ยกระดับ

เข้มงวด KYC/CDD — รู้จักตัวตนลูกค้าให้ลึกกว่าเดิม

ก.ล.ต. จะยกระดับกระบวนการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence หรือ CDD) ให้ครอบคลุมทั้งรายได้และอาชีพ พร้อมติดตามพฤติกรรมการลงทุนอย่างต่อเนื่อง หากพบความน่าสงสัย บริษัทหลักทรัพย์ต้องดำเนินการตรวจสอบขั้นเข้มข้น (Enhanced CDD) และรายงานธุรกรรมต้องสงสัย (Suspicious Transaction Report หรือ STR) ต่อสำนักงาน ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) ทันที

นอกจากนั้น ยังเพิ่มมาตรการควบคุมการฝาก-ถอนเงิน โดยบังคับให้ชื่อบัญชีต้องตรงกับลูกค้าเท่านั้น และสามารถหน่วงธุรกรรมสำหรับกลุ่มความเสี่ยงสูงได้

ตรวจสอบผู้ถือหุ้นใหญ่ให้ถึงต้นตอ

ก.ล.ต. จะปรับปรุงเกณฑ์กำกับดูแลโครงสร้างผู้ถือหุ้นให้ครอบคลุมถึง ผู้ให้แหล่งเงินทุนแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วย เพื่อป้องกันการซ่อนตัวผ่านโครงสร้างที่ซับซ้อน พร้อมขยายลักษณะต้องห้ามให้รวมถึงผู้ที่ทำผิดกฎหมายฟอกเงินและกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายทั้งในและต่างประเทศ

ไล่เส้นทางเงิน — ด้วย Travel Rule และ Blockchain Forensics

นี่คือมาตรการที่เกี่ยวข้องกับโลกสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรงที่สุด ก.ล.ต. วางแผนยกระดับการติดตามเส้นทางการเงินหลายด้าน ได้แก่

  • Blockchain Forensic Tool(เครื่องมือตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชน): อัปเกรดให้วิเคราะห์เชิงลึกถึงปลายทาง
  • Travel Rule(กฎการส่งต่อข้อมูลผู้โอน): บังคับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลแนบข้อมูลผู้โอนไปพร้อมกับทุกธุรกรรม
  • Stablecoin(เหรียญมูลค่าคงที่): กำกับดูแลเทียบเคียงธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (FX) เพื่อปิดช่องโหว่ทุนเทา
  • ร่วมมือกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ในการควบคุมวงเงินธุรกรรมข้ามประเทศ

บังคับเปิดเผยข้อมูลให้ครบ โปร่งใส และทันเวลา

บริษัทจดทะเบียนต้องรายงานโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ชัดเจน รายชื่อผู้ถือหุ้น 10 อันดับแรก และแจ้งทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นเมื่อครบทุก 5% ภายใน 3 วันนับจากวันทำธุรกรรม ก.ล.ต. ยังจะพัฒนา Data Analytics ที่เชื่อมโยงข้อมูลข้ามระบบ เพื่อตรวจจับความผิดปกติระหว่างรายชื่อผู้ถือหุ้นกับพฤติกรรมการซื้อขายจริง

ผนึกกำลังหลายหน่วยงาน สกัดทุนเทาครบวงจร

ก.ล.ต. ร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ในการปิดกั้นแพลตฟอร์มผิดกฎหมาย และเข้าร่วมคณะทำงาน “Connect the Dots”* ซึ่งยกระดับการกำกับดูแลใน 3 มิติพร้อมกัน ได้แก่ ตัวตน พฤติกรรม และเส้นทางเงิน พร้อมดำเนินการ Joint Operation ร่วมกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง*

เลขาธิการ ก.ล.ต. ย้ำเดินหน้าเต็มสูบ

นางพรอนงค์ บุษราตระกูลเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การยกระดับทั้ง 5 มาตรการจะช่วยให้การสกัดทุนเทาเกิดผลเป็นรูปธรรม โดยในระยะต่อไปจะเร่งบูรณาการกับคณะทำงาน Connect the Dots เพื่อเชื่อมโยงและวิเคราะห์เส้นทางเงินให้เห็นถึงปลายทาง และยืนยันว่าเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว

อ้างอิงต้นฉบับ:สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ฉบับที่ 68/2569

ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น! Drift Protocol บน Solana โดนเจาะระบบ สูญสินทรัพย์กว่า 200 ล้านดอลลาร์

Drift Protocol แพลตฟอร์มซื้อขาย DeFi ชั้นนำบน Solana ถูกโจมตีทางไซเบอร์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ส่งผลให้สูญเสียสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บางแหล่งประเมินว่าอาจสูงถึง 270 ล้านดอลลาร์ ทีมงานออกมายืนยันบน X ว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องตลกวันที่ 1 เมษา” และแนะนำให้ผู้ใช้หยุดฝากเงินในโปรโตคอลทันที

Drift Protocol ถูกแฮ็ก — เหตุการณ์ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Solana DeFi

Drift Protocol (แพลตฟอร์มซื้อขายแบบกระจายศูนย์ โอเพ่นซอร์ส ที่สร้างบนบล็อกเชน Solana) ออกแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมาว่า กำลังตรวจพบ “กิจกรรมผิดปกติ” บนโปรโตคอล พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้ “ระงับการฝากเงินทุกประเภทจนกว่าจะมีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม”

เราตรวจพบกิจกรรมที่ผิดปกติในโปรโตคอล และกำลังเร่งตรวจสอบ โปรดอย่าฝากเงินเข้ามาในขณะนี้ นี่ไม่ใช่มุกเมษาหน้าโง่ โปรดระมัดระวังจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม

ข้อมูลจาก Onchain (ข้อมูลบนบล็อกเชนที่ตรวจสอบได้แบบสาธารณะ) ชี้ว่ามูลค่าความเสียหายอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐบางแหล่งประเมินสูงถึง 270 ล้านดอลลาร์ซึ่งหากยืนยันตัวเลขนี้ได้ การโจมตีครั้งนี้จะติดอันดับ การแฮ็ก Onchain ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์และเป็นการโจมตีบนเครือข่าย Solana ที่ใหญ่ที่สุด รองจากเหตุการณ์ Wormhole Bridge ที่สูญเสียไป 326 ล้านดอลลาร์ในปี 2565

เป้าหมายการโจมตี: หลาย Vault พร้อมกัน

แฮ็กเกอร์โจมตีหลาย Vault (กระเป๋าสินทรัพย์ร่วมที่ผู้ใช้ฝากเพื่อรับผลตอบแทน) พร้อมกัน ได้แก่:

  • JLP Delta NeutralVault
  • SOL Super StakingVault
  • BTC Super StakingVault

การโอนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งเดียวคือ JLP Token (โทเคนสภาพคล่องของ Jupiter Liquidity Pool)จำนวน 41.7 ล้านโทเคน มูลค่าราว 155 ล้านดอลลาร์โดยข้อมูลจาก SolScan ยังพบว่ามีการดูดสินทรัพย์อื่นออกไปด้วย ได้แก่ SOL, USDC, cbBTC และ wBTC

ราคาโทเคน DRIFT ร่วงลงราว 5% อยู่ที่ 0.064 ดอลลาร์**ในช่วงที่มีรายงานข่าวนี้

ติดตามร่องรอยแฮ็กเกอร์

บัญชีวิเคราะห์ Onchain ชื่อดังอย่าง Looksonchain* พบว่าแฮ็กเกอร์เริ่มแปลงสินทรัพย์ที่ขโมยมาเป็น USDC ผ่าน Jupiter (DEX Aggregator หรือตัวรวมตลาดแบบกระจายศูนย์บน Solana) จากนั้นนำ USDC ข้ามเชนไปยังเครือข่าย Ethereum เพื่อซื้อ ETH*

ณ เวลา 17:45 UTC แฮ็กเกอร์ถือครอง ETH อยู่ 19,913 ETH มูลค่าประมาณ 42 ล้านดอลลาร์

ที่อยู่กระเป๋าหลักของผู้โจมตี (ขึ้นต้นด้วย HkGz4Kmo) ถูกสร้างขึ้นเพียง 8 วันก่อน**โดยมีประวัติการสลับสินทรัพย์บน OKX และ Jupiter DEX ก่อนจะหยุดใช้งาน และกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง 18 ชั่วโมงก่อนที่จะมีรายงานเหตุการณ์

Drift Protocol คืออะไร?

Drift Protocol เป็นหนึ่งใน DeFi Protocol ที่ถือเป็น แกนหลัก”ของระบบนิเวศ Solana โดยเฉพาะในส่วนของการซื้อขาย Perpetual Futures (สัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีวันหมดอายุ)ก่อนเกิดเหตุ โปรโตคอลมี Total Value Locked (TVL หรือมูลค่าสินทรัพย์รวมที่ถูกล็อกไว้)สูงกว่า 550 ล้านดอลลาร์ตามข้อมูลจาก DeFi Llama

อ้างอิงต้นฉบับ: The Block

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/drift-protocol-solana-exploit-200-million

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...