[Vision Exclusive] ERW โค้งแรกโตดี ชูเม.ย.เข้าพักแตะ 75%
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 02 เม.ย. เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - ERW คาดผลประกอบการไตรมาส 1/2569 เติบโต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ปลายเดือนมีนาคมเริ่มได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เที่ยวบินบางเส้นทางถูกระงับและการจองใหม่ชะลอลง แต่ได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวเดิมที่ขยายระยะเวลาเข้าพัก กลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชียยังเดินทางได้ตามปกติ ส่วนช่วงเดือนเมษายน คาดอัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ 75% สูงกว่าปีก่อน พร้อมประเมินแนวโน้มไตรมาส 2/2569 มีทิศทางเป็นบวก จากฐานที่ต่ำในปีก่อน เล็งเจาะตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ กระตุ้นยอดจอง
นางสาวตวันนา เติมวัฒนากร นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW เปิดเผยกับ “ทีมข่าวหุ้นวิชั่น” ว่า บริษัทฯ คาดแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 ยังมีการเติบโต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลการดำเนินงานในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์อยู่ในระดับที่ดี ขณะที่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคมเริ่มเห็นการชะลอตัวจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นและการจองใหม่ ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม แม้อัตราการจองใหม่ยังชะลอตัว ทั้งจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และพฤติกรรมการจองที่สั้นลง แต่จากฐานที่ไม่สูงในปีก่อน ซึ่งได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวและจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง ทำให้ยังคาดว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะเติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนนี้ คาดว่าอัตราเข้าพัก (Occupancy Rate) จะเฉลี่ยอยู่ที่ 75% สูงกว่าปีก่อน
ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีน ภาพรวมดีขึ้น โดยมีการเติบโตดีกว่าปีที่แล้ว สะท้อนจากตัวเลขของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ได้มีการอัปเดตสถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 29 มี.ค.2569 พบว่าประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 9,174,586 คน ลดลง 2.29 % เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยพบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยอันดับ 1 คือ จีน จำนวน 1,468,333 คน
ส่วนพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พบว่า นักท่องเที่ยวจะเน้นการเดินทางในระยะใกล้หรือโซนเอเชีย (Short-haul) มากขึ้น และหลีกเลี่ยงการไปโซนยุโรปหรือพื้นที่ที่เกิดความขัดแย้ง ขณะที่ตลาดระยะไกล (Long-haul) เริ่มได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
นางสาวตวันนา กล่าวว่า ด้านการดำเนินงาน ธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ Hop Inn ทั้งในประเทศไทย ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ ยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดี โดย HOP INN ประเทศไทยมีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทย และกว่าสองในสามเป็นกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ทำให้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในระดับจำกัด เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์ที่มีลูกค้าท้องถิ่นราว 80% และญี่ปุ่นที่เน้นกลุ่มลูกค้าเอเชียตะวันออก และปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการ HOP INN สาขาแรกในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายเครือข่ายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
*ลุ้น Q2/69 โตต่อ พร้อมจับตาปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 เบื้องต้นบริษัทฯ ประเมินว่าจะมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานที่ไม่สูง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังอยู่ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป และยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทางและต้นทุนการเดินทาง ในระยะสั้น บริษัทฯ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยังไม่ได้มีการปรับสมมติฐานในระยะถัดไปจนกว่าจะเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น
ด้านกลยุทธ์การตลาดในช่วงนี้ ERW จะมุ่งเน้นการทำตลาดไปยังกลุ่มประเทศระยะใกล้ (Short-haul) เช่น จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอาเซียน มากกว่าการใช้กลยุทธ์ลดราคาเชิงรุนแรง เนื่องจากมองว่าอาจไม่ช่วยกระตุ้นดีมานด์ในภาวะตลาดปัจจุบัน และอาจกระทบต่อโครงสร้างราคาในระยะยาว
สำหรับมุมมองต่อมาตรการภาครัฐ ตนเองมองว่า ทิศทางนโยบายของภาครัฐเดินมาถูกทางที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาระดับโครงสร้างใหญ่ เช่น เรื่องพลังงาน และค่าครองชีพ เป็นลำดับแรก เนื่องจาก ภาคการท่องเที่ยวมีความเชื่อมโยงกับภาพรวมเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประชาชนในวงกว้าง หากประชาชนมีความมั่นใจในสถานการณ์เศรษฐกิจและมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ผลบวกจะส่งต่อมายังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเองโดยธรรมชาติ เนื่องจากปัจจุบันคนมีความต้องการเดินทางอยู่แล้ว แต่ยังมีความลังเลในการใช้จ่ายจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์
แผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินงานตามปกติ โดยเฉพาะการเดินหน้าปรับปรุง (Renovate) โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ (Grand Hyatt Erawan Bangkok)
รายงานโดย : พชรธร ภูมิคำ รองบรรณาธิการข่าว Hoonvision