DITP ดัน‘THINK THAILAND’ ปั้น 3 อาหาร ศิลปะแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ ชิงเค้กการค้าโลก
DITP ชูสินค้าอุตสาหกรรมใหญ่กลุ่มอาหาร ศิลปะแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ เป็นหัวเจาะทะลวงตลาดต่างประเทศผ่านกลไกเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม มุ่งยกระดับผู้ประกอบการไทยจาก Local Value สู่ Global Vision รับเม็ดเงินมหาศาลจากเมกะเทรนด์ความยั่งยืนและสุขภาพ เปิดเกมรุกปิดการขายด้วยตราสัญลักษณ์มาตรฐานสากล พร้อมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยยุคใหม่ที่เน้นความคิดสร้างสรรค์
2 เมษายน 2569—กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศผ่านแคมเปญ “THINK THAILAND: Next Level” เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลก โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนภาพจำของสินค้าไทยจากระดับดั้งเดิมสู่ความร่วมสมัยที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่การบ่มเพาะศักยภาพ การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการจับคู่ธุรกิจเพื่อปิดการขายในตลาดต่างประเทศ
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุถึงกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนว่าเป็นการทำงานเชิงรุกใน 3 มิติพร้อมกัน คือ การสร้างภาพลักษณ์ประเทศ การพัฒนาความพร้อมผู้ประกอบการ และการผลักดันสู่การปิดการขายจริง โดยใช้แนวคิด “Thai to Global, From Local Value to Global Vision” เป็นแกนหลักในการสื่อสารสินค้าและบริการไทยให้เป็นระบบสากล
จากการวิเคราะห์ศักยภาพสินค้าไทย DITP ได้จำแนกอุตสาหกรรมเป้าหมายออกเป็น 3 กลุ่มหลักที่มีโอกาสเติบโตสูงในตลาดโลก ได้แก่:
- กลุ่ม Food & Fruit: มุ่งเน้นการชูจุดแข็งในฐานะแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูง ผสานกับนวัตกรรมอาหารเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ผ่านโครงการเชิงปฏิบัติการ อาทิ “Thai Food Thai Farm” ที่นำดิจิทัลเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงการผลิตสู่ตลาดโลก พร้อมใช้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT เป็นเครื่องมือการันตีมาตรฐานรสชาติไทยแท้ในระดับสากล
- กลุ่ม Art & Fashion: เน้นการนำทุนทางวัฒนธรรมและงานฝีมือเชิงช่าง (Craftsmanship) มาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาการออกแบบให้มีความเป็นสากลเพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าแบรนด์ในตลาดระดับบน
- กลุ่ม Lifestyle: ยกระดับสินค้าตกแต่งบ้านและผลิตภัณฑ์ความงามให้เป็น “ประสบการณ์” ที่สะท้อนรสนิยม โดยชูจุดเด่นด้านดีไซน์และวัสดุท้องถิ่นที่ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและความสวยงาม
"การสื่อสารสินค้าและบริการไทยให้เป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้การประชาสัมพันธ์และการผลักดันสู่ตลาดต่างประเทศดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน… จากภาพจำแบบดั้งเดิมไปสู่ความร่วมสมัย สร้างสรรค์ และมีเรื่องเล่า"
นอกจากแผนงานในรายอุตสาหกรรม DITP ยังกำหนดให้การพัฒนาสินค้าต้องสอดคล้องกับ Global Megatrends เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ประกอบด้วย เทรนด์ความยั่งยืน (Sustainability), สุขภาพ (Wellness) และการรองรับสังคมสูงวัย (Aging Consumers) ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ภายใต้มาตรการทางการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวมิได้เป็นเพียงการส่งเสริมการส่งออกในเชิงปริมาณ แต่คือการวางโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าเพื่อให้สินค้าไทยมี “แต้มต่อ” ในเชิงภาพลักษณ์และนวัตกรรม ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของไทยในปี 2569 และในอนาคต