โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ร้องสื่อ จยย.ลูกสาวถูกกระบะเลี้ยวตัดหน้าชนเสียชีวิต ผ่าน100วันคดีไม่คืบหน้า

Khaosod

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

แม่ร้องสื่อ จยย.ที่ลูกสาวนั่งซ้อนท้ายเพื่อน ถูกกระบะเจ้าของร้านค้าส่งเลี้ยวตัดหน้า ก่อนชนจนเสียชีวิต ผ่าน 100 วันคดีไม่คืบหน้า คนขับกระบะยังใช้ชีวิตปกติ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2569 นางดุจเดือน อายุ 36 ปี เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน หลังน้องผักบุ้ง อายุ 15 ปี ลูกสาวของตนเอง ซ้อนรถจักรยานยนต์ ถูกรถกระบะของหญิงสาว เจ้าของร้านค้าส่งรายใหญ่ ในพื้นที่ ตำบลสนามแย้ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี เลี้ยวตัดหน้า จนรถจักรยานยนต์คันที่ลูกสาวนั่งมา ชนอัดเข้าอย่างจัง

จากอุบัติเหตุในครั้งนี้ ส่งผลให้น้องผักบุ้ง ลูกสาวคนโตของตนเสียชีวิต ส่วนลูกสาวคนเล็กได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เพื่อนของลูกสาวอีกคน ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องผ่าตัดสมอง หลังเกิดอุบัติเหตุ เวลาผ่านล่วงเลยมานานกว่า 100 วัน แต่คดีความกลับไม่มีความคืบหน้า จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ กับคนขับรถกระบะคู่กรณี

อีกทั้ง หลังเกิดเหตุ คู่กรณีก็ยังไม่เคยเข้ามาเจรจาหรือเยียวยาความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นทั้งกลับของลูกสาวตนเองและเพื่อนของลูกสาว อีกทั้งคู่กรณี ยังใช้ชีวิตสุขสบาย ไม่รู้ร้อนรู้หนาว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ในส่วนของคดีความนั้น ตนเองพยายามติดตามความคืบหน้ามาตลอด แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ที่ผ่านมาตนเองเดินหน้าไปหาคลิปวีดีโอ จากกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุ เพื่อมายืนยันเป็นหลักฐานพิสูจน์ว่าลูกสาวของตนไม่ได้เป็นฝ่ายผิด

โดยในคลิปกล้องวงจรปิด บันทึกเหตุการณ์เมื่อช่วงเวลาประมาณ 15:00 น.ของวันที่ 27 ธ.ค.68 โดยจะเห็นอย่างชัดเจนว่า รถยนต์กระบะสีเหลืองของคู่กรณี ขับนำหน้ามาก่อน จะเข้าไปอยู่ในเลนซ้ายสุด จากนั้น คู่กรณีได้หักเลี้ยวรถเข้ามาในเลนขวา เพื่อจะข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามอย่างกระทันหัน โดยไม่มีการเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวแต่อย่างใด เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ของลูกสาวตน ซึ่งมีเพื่อนของลูกสาวเป็นคนขับ ลูกสาวของคนโตและลูกสาวคนเล็กนั่งซ้อนท้าย พุ่งชนเข้ากับรถยนต์กระบะอย่างจัง

เป็นเหตุให้ ลูกสาวคนโตของตนได้รับบาดเจ็บสาหัสและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนลูกสาวคนเล็กรอดชีวิตมาได้ เพราะลูกสาวคนโตเสียสละตัวเอง กอดน้องเอาไว้จนได้รับบาดเจ็บสาหัสแทน ส่วนเพื่อนอีกคน ที่เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ ก็จะรับบาดเจ็บสาหัส ถึงขั้นต้องผ่าตัดสมอง

แม้คดีจะผ่านล่วงเลยมาว่าร้อยวันแล้ว แต่กลับยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ คู่กรณีก็ไม่มีความคิดที่จะเข้ามาเจรจา เยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น กับครอบครัวของตน ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ตนเองต้องรับหน้าที่หาเงินค่ารักษาพยาบาลมารักษาดูแลลูกสาวด้วยตนเอง โดยตนต้องไปกู้หนี้นอกระบบ เพื่อมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลของลูกสาว แม้จะจ่ายไปแล้วบางส่วน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังคงติดค้างค่ารักษาพยาบาลกับทางโรงพยาบาลอีกประมาณ 20,000 บาท

ส่วนหนี้ที่กู้ยืมมา ทุกวันนี้ก็ยังคงต้องจ่ายดอกอยู่เป็นประจำ ทำให้ตนเองรู้สึกว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ตนเองเป็นฝ่ายต้องสูญเสียลูกสาว และยังต้องเป็นฝ่ายไปหากู้หนี้ยืมสินเพื่อมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล โดยที่คู่กรณีไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ตนจึงอยากเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เร่งรัดดำเนินคดี ให้แล้วเสร็จ รวมถึงเรียกร้องไปยังคู่กรณี ให้แสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น แม้ชีวิตของลูกสาวตนจะไม่สามารถกลับคืนมาได้ แต่ตนก็อยากเรียกร้องความเป็นธรรม ให้กับลูกสาวเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิต

ขณะเดียวกัน นางดุจเดือน ได้พาผู้สื่อข่าวไปยังบ้านของน้องเปา อายุ 15 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนของน้องผักบุ้ง และเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในวันเกิดเหตุ โดยน้องเปาอยู่ในสภาพที่ได้รับการผ่าตัดสมอง กระดูกแขนข้างขวาหัก ซี่โครงหัก ม้ามฉีกขาด จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทำให้ นายบูรณ ศิริบูรณะเกียรติ อายุ 62 ปี ผู้เป็นปู่ ต้องคอยดูแลหลานชายอย่างใกล้ชิด

ปู่ของน้องเปา ยังได้กล่าวว่า ตลอดช่วงเวลาที่น้องเปาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล คู่กรณีเคยเดินทางมาเยี่ยมพร้อมนม 1 แพ็คเพียงครั้งเดียว จากนั้นก็ไม่เคยเข้ามาดูแลใดๆเลย เรื่องคดี ตนพยายามติดตามกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่มีความคืบหน้า ตำรวจบอกเพียงว่ายังต้องรอใบความเห็นแพทย์เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของน้องเปา จึงจะสามารถดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับคู่กรณีได้

อีกทั้ง เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปดูรถของคู่กรณี ที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่เก็บรักษาของกลางของ สภ.ลูกแก ปรากฏว่ารถยนต์กระบะของคู่กรณีก็ไม่อยู่แล้ว เมื่อถามตำรวจก็ได้รับการชี้แจงว่า ได้ทำการตรวจเก็บหลักฐานทั้งหมดแล้ว จึงอนุญาตให้คู่กรณีเอารถกลับไปได้ ในขณะที่รถจักรยานยนต์ ของฝ่ายหลานตนกลับยังต้องอยู่ที่เก็บรักษาของกลางเช่นเดิม ตนจึงรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม

ขณะที่ย่าของน้องเปา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คดีนี้ ตนรู้สึกว่าฝ่ายครอบครัวของตน ไม่ได้รับความเป็นธรรม คล้ายกับว่าครอบครัวของตนเป็นคนจน ไม่มีปากมีเสียง คู่กรณีจะทำอย่างไรก็ได้ ตนจึงอยากขอร้องให้ผู้มีอำนาจเข้ามาดูแลคดี ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของตน และครอบครัวของน้องผักบุ้งด้วย

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้าของคดีไปยัง ผกก.สภ.ลูกแก ได้รับการชี้แจงว่า จนถึงขณะนี้ ทางพนักงานสอบสวน ยังไม่สามารถดำเนินคดี แจ้งข้อกล่าวหากับทางหญิงสาว ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะได้ เพราะยังต้องรอใบผลการตรวจร่างกายของน้องเปา ซึ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราย ให้เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถดำเนินการได้

ซึ่งตนได้ให้พนักงานสอบสวนเร่งรัดไปทางแพทย์โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว คาดว่าอีกไม่นานจะสามารถเรียกคู่กรณีมารับทราบข้อกล่าวหาได้ ในส่วนเรื่องของรถกระบะคู่กรณี ที่ทางญาติของผู้เสียหายเข้าใจว่า มีการคืนรถให้กับคู่กรณีไปแล้วนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงว่า เนื่องจากรถคันเกิดเหตุเป็นรถที่หลบหนีการจ่ายค่างวดของไฟแนนซ์ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทางไฟแนนซ์เจ้าของรถได้มาติดตาม นำรถกลับคืนไป ไม่ได้เป็นการคืนรถให้กับคู่กรณี อย่างที่ฝ่ายผู้เสียหายเข้าใจแต่อย่างใด และขอยืนยันว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเร่งรัดดำเนินคดีในเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ร้องสื่อ จยย.ลูกสาวถูกกระบะเลี้ยวตัดหน้าชนเสียชีวิต ผ่าน100วันคดีไม่คืบหน้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...