“พรรคประชาชน” ส่ง 20 สส. อภิปรายนโยบายรัฐบาล ครอบคลุมทุกด้าน บอกไม่ชี้เป้ารายตัว
“พรรคประชาชน” ส่ง 20 สส. อภิปรายนโยบายรัฐบาล ครอบคลุมทุกด้าน บอกไม่ชี้เป้ารายตัว มองประชาชนสงสัยมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ชี้ คดี 44 สส. ถ้าไทม์ไลน์ปกติควรพ้นช่วงสงกรานต์ไปก่อน - "พรรคร่วมฝ่ายค้าน" แสดงจุดยืนพ.ร.บ.อากาศสะอาด พร้อมผลักดันเต็มที่ แนะ รัฐแก้ปัญหาระยะสั้น - ยาว ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เตรียมงบประมาณรอบรับ ด้าน ‘การดี’ ย้ำ อากาศสะอาด เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ไม่ควรแก้ตามสมัยประชุม - ฤดูกาล
วันที่ 8 เม.ย. 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรอบเวลาการประชุมร่วมรัฐสภาในการพิจารณาคำแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า การพิจารณาคาดว่าจะสิ้นสุดในเวลา 23:00 น. ของวันที่ 10 เมษายน พรรคประชาชนเตรียมผู้อภิปรายไว้ 20 กว่าคน มีการแบ่งสัดส่วนเนื้อหาเรียบร้อยแล้วเพื่อใช้เวทีสภาทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องวิกฤตน้ำมันและวิกฤตฝุ่น ซึ่งจริง ๆ ยังมีอีกหลายวิกฤตที่ประชาชนกำลังประสบและคาดหวังการทำหน้าที่ของรัฐบาลที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้
ส่วนเรื่องเวลาการอภิปรายอาจมีการปรับแก้ไขได้ที่หน้างาน ผู้อภิปรายที่มีประมาณ 20 คนนั้นจะแบ่งเป็นกลุ่มเศรษฐกิจ และวิกฤตปัญหาด้านอื่น ๆ ซึ่งจะครอบคลุมในทุกด้าน อยากให้รอติดตามการอภิปรายในวันพรุ่งนี้ ซึ่งการอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งแบบเจาะจง
แต่ตอนนี้ที่มองเห็นอยู่เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน ที่รัฐบาลถูกตั้งคำถามในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่านโยบายจะเขียนออกมาสวยหรูยังไงก็ตาม แต่ก่อนหน้านี้พรรคประชาชน และพรรคอื่น ๆ ก็นำเสนอนโยบายที่เป็นทางออกให้กับประเทศมานานแล้ว เพราะฉะนั้นนโยบายหลายข้อที่อยู่ในคำแถลงของรัฐบาล สิ่งที่สำคัญกว่าคือเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องการแก้ไขปัญหาให้กับคนส่วนใหญ่ อย่างตรงไปตรงมาไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน อย่างกรณีวิกฤตพลังงานวิกฤตน้ำมันที่เราเห็นกันอยู่ว่าประชาชนตั้งคำถาม ว่าตกลงแล้วรัฐบาลได้พูดหรือสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่
นายณัฐพงษ์ ยังย้ำถึงธีมการอภิปรายครั้งนี้ ว่า "พอแล้วไม่ไหวแล้ว" กับการเมืองแบบนี้ที่ไม่ได้มีที่มาที่ไปกับการเข้าสู่อำนาจ เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ไม่ไหวแล้วกลับวิกฤตต่าง ๆ ที่ประชาชนประสบอยู่ในทุกด้าน จึงอยากให้ติดตามการอภิปรายในวันพรุ่งนี้
เมื่อถามว่าคำแถลงนโยบายแทบไม่พูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญเลย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการอภิปรายเรื่องการเมืองอยู่แล้ว ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดก็จะต้องทำตามเจตจำนงของประชาชนที่ประชาชนได้ออกเสียงประชามติ ไว้แล้วในการผ่านประชามติครั้งแรก เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นแม้จะอยู่หรือไม่อยู่ในคำแถลงนโยบาย ก็เป็นภารกิจของรัฐบาลที่ต้องทำตามฉันทามติของประชาชน
เมื่อถามถึงกรณีคดี 44 สส. ที่ ป.ป.ช. เตรียมส่งสำนวนวันที่ 9 เมษายนนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเป็นไทม์ไลน์ปกติ ไม่ได้มีการรีบเร่งจนผิดปกติ ก็ควรที่จะต้องพ้นช่วงสงกรานต์ไปก่อน แต่ทั้งนี้จากสถานการณ์การเมืองที่ผ่านมา บางคดีก็ช้าผิดปกติบางคดีก็เร็วผิดปกติ อยู่ที่ว่าคนที่โดนดำเนินคดีอยู่ขั้วการเมืองไหน
" ที่อยากฝากไว้และไม่อยากเห็นคือจุดเริ่มต้นของรัฐบาลในวันที่แถลงนโยบาย ของรัฐบาลต่อรัฐสภาจะกลายเป็นเกิดเหตุการณ์อะไรบางอย่างทางการเมือง ทำให้ประชาชนยิ่งตั้งคำถามว่าตกลงแล้วรัฐบาลชุดนี้ จะเรียกว่ารวบอำนาจแทบทั้งหมด ทั้งสภาบนทั้งสภาล่าง รวมถึงองค์กรอิสระที่มีคนตั้งคำถาม จะใช้อำนาจที่ไม่ชอบหรือไม่ แล้วตกลงว่ากลไกการตรวจสอบถ่วงดุลจะทำให้รัฐบาลถูกตรวจสอบถ่วงดุลจากสภาได้อย่างเต็มที่จริงหรือไม่ " นายณัฐพงษ์กล่าว
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า อะไรที่ทำแล้วไม่ถูกต้องก็เป็นสิ่งที่ประชาชนค้านสายตาทำให้รัฐบาลขาดความเชื่อมั่นมากขึ้น ตนไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า กระบวนการภายในพรรคได้วางแผนไว้ ทุกรูปแบบแล้วไม่ต้องเป็นห่วง อยากให้ความเชื่อมั่นกับทุกคนแต่ไม่ขอลงรายละเอียดในกระบวนการของพรรค ซึ่งช่วงสิ้นเดือนเมษายนนี้จะมีการประชุมใหญ่ประจำปี โดยเป็นการจัดประชุมตามระเบียบ
"พรรคร่วมฝ่ายค้าน" แสดงจุดยืนพ.ร.บ.อากาศสะอาด พร้อมผลักดันเต็มที่ แนะ รัฐแก้ปัญหาระยะสั้น - ยาว ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เตรียมงบประมาณรอบรับ ด้าน ‘การดี’ ย้ำ อากาศสะอาด เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน ไม่ควรแก้ตามสมัยประชุม - ฤดูกาล
พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวภายหลังที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมการวิสามัญแก้ไขปัญหาไฟป่า และฝุ่นพีเอ็ม 2.5
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ (สส.) พรรคประชาชน ในฐานะหัวหน้าพรรค กล่าวว่า สืบเนื่องจากในการประชุมสภา มีมติในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญแก้ไขฝุ่น ตนเองขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียของเจ้าหน้าที่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจที่ จ.แพร่ และก่อนหน้านี้ ก็พบที่จ.เชียงใหม่ และจากการลงพื้นที่ของตนเอง ก็มีเจ้าหน้าที่ที่สูญเสียชีวิตจากการปฎิบัติหน้าที่อยู่เป็นประจำเกือบทุกปี เรื่องนี้หากหน่วยงานภาครัฐ มีการวางแผนการจัดทำงบประมาณ หรือการเตรียมกำลังพล อุปกรณ์การป้องกัน สวัสดิการต่าง ๆ ที่ดีเพียงพอ เราอาจสามารถป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียแบบนี้ทุกปีได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเองมีโอกาสเข้าพื้นที่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในจ.เชียงใหม่ พบว่ากลุ่มเปราะบาง ประชาชนต่าง ๆ ที่อยู่ตามชุมชนหลายคน ยังได้รับผลกระทบจากฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ค่อนข้างสูงโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยติดเตียงตามชุมชนต่าง ๆ
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลสามารถสนับสนุนได้ไม่ยาก อย่างการทำมุ้งสู้ฝุ่น ติดตั้งในชุมชน การทำห้องปลอดฝุ่น ห้องแรงดันบวก ที่พบว่าต้นทุนต่อห้องไม่สูงในการติดตั้ง และมีประสิทธิภาพ ตนเองเคยถือเซ็นเซอร์ตรวจวัดจาก 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เหลือ 30 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นสิ่งที่เราอยากส่งเสียงสะท้อน ว่าหากภาครัฐมีการสนับสนุนที่ดีเพียงพอทั้งท้องถิ่น และสภาผู้แทนราษฎรพร้อมที่จะนำทรัพยากรต่าง ๆ ไปช่วยประชาชนในกลุ่มเปราะบาง สิ่งที่เราจะนำเสนอเหล่านี้ ในฐานะพรรคฝ่ายค้านหลายพรรคไปผลักดันต่อกรรมาธิการวิสามัญ เพื่ออุดช่องว่าง ช่องโหว่ต่าง ๆ รวมถึงพยายามผลักดันพ.ร.บ.อากาศสะอาดให้เต็มที่ที่สุด ซึ่งในส่วนของพรรคประชาชนได้ผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่สภาชุดที่แล้ว และตนเองเชื่อว่าสิ่งนี้ จะผลักดันได้ประสบผลสำเร็จลำพังโดยพรรคประชาชนเพียงพรรคเดียวอาจไม่สามารถผลักดันได้อย่างดีเท่าที่ควร ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคที่วันนี้เห็นตรงกันว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องกฎหมายอากาศสะอาด
ขณะที่ นางการดี เลียวไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอบคุณที่ผลักกันเรื่องนี้มาต่อเนื่อง ตนเองเป็น สส.ครั้งแรก เราทุกคนเห็นตรงกันว่า อากาศสะอาด ควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยทุกคน โดยที่ประชุมสภารับรองว่ามีการตัดจั้ง กมธ. แก้ปัญหา ไม่เฉพาะในภาคเหนือตอนบน แต่หมายถึงองค์รวมบองทั้งประเทศ เพื่อไม่ให้ปัญหานี้เป็นปัญหาตามฤดูกาล
นางการดี กล่าวอีกว่า สิ่งที่เราเห็นตรงกันทั้งประชาชน พรรคกล้าธรรม เราเห็นตรงกันว่า พ.ร.บ.อากาศสะอาด สำคัญ แม้ว่าวันนี้จะมีข้อถกเถียงถึงความเหมาะสม และความเป็นไปได้ถึงการใช้งานจริง แต่ตนเองคิดว่าเราไม่ควรตีตกสิ่งนี้ไป ขอย้ำ และยืนยันว่า รัฐบาลควรนำ พ.ร.บ. อากาศสะอาด ต่อเนื่องไปในระดับวุฒิสภา โดยอาจจะยังไม่ต้องมีการแก้ไข แต่อยากให้มีการรับฟังจากทุกคน และสิ่งที่สำคัญคืออยากให้มองปัญหานี้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ปัญหามลพิษ แต่เรากำลังพูดถึงการเข้าสู่วิกฤตสุขภาพ ความมั่นคงของมนุษย์ และการจัดการทรัพยากรที่เหมาะสมกับประเทศไทยในอนาคต
สิ่งหนึ่งที่เราต้องการที่จะติดตามว่า พ.ร.บ. อากาศสะอาดนี้ จะต้องถูกดำเนินการ ไม่สมควรโดนปัดตก และเริ่มนับหนึ่งใหม่ ควรเริ่มพูดคุยกับทุกฝ่าย และยึดหลักว่า พ.ร.บ. นี้ เป็นเรื่องของสุขภาพความมั่นคงของมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มิใช่เป็นประเด็นเรื่องเศรษฐกิจระยะสั้นเท่านั้น เพราะเราได้ยินข่าวจากว่ารัฐบาลที่อาจจะไม่เห็นด้วยกันหลายเรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามีความกังวลมากที่สุด
ส่วนเรื่องสภาวะอากาศ มลพิษ ไม่ใช่แค่ฝุ่นควันที่เป็นพีเอ็ม 2.5 พีเอ็ม 10 แต่ควรจะลงลึกไปถึงว่าสารพิษที่ในอากาศขณะนี้ ที่จะก่อส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพของเราอยู่ตรงไหนบ้าง สิ่งหนึ่งที่เราต้องการผลักดันผ่านการทำงาน การส่งเสียงร้องของฝ่ายค้าน คือทุกคนเห็นตรงกันว่า เราต้องมีตัวชี้วัดให้ชัดเจนการทำงานของรัฐบาล ไม่ควรเป็นไปตามสมัยประชุม ไม่ควรเป็นไปตามฤดูกาล ที่มีวิกฤต แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ว่าเราต้องมีความยึดมั่นสัญญาว่าภายในปีไหนจะได้สูดอากาศสะอาดตลอดทั้งปี โดยไม่มีสารพิษ เป็นเรื่องสำคัญที่ภาครัฐืและรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการวัดผลที่แท้จริง รวมถึงความสำคัญที่ต้องมีการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงแค่การเยียวยาระยะสั้นเท่านั้น แต่ต้องเป็นการแก้ไขเชิงระบบ เรากำลังพูดถึงการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร ในการใช้พลังงานอื่น หรือองค์รวมอื่นที่ต้องการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่นที่เราไม่อยากทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ร่วมกันผลักดัน และเชื่ออย่างเต็มหัวใจว่า อากาศสะอาดเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคน