โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมาคมดาราศาสตร์ไทย ไขปริศนาดวงจันทร์ 2 หน้า ดูราวกับคนละดวง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

สมาคมดาราศาสตร์ไทย ไขปริศนาดวงจันทร์ 2 หน้า ดูราวกับคนละดวง

วันทที่ 8 เมษายน นายวิมุติ วสะหลาย ฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้(7เมษายน) องค์การบินอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา(นาซา) ได้เปิดเผยภาพถ่ายดวงจันทร์จากภารกิจอาร์เทมิส 2 ซึ่งถ่ายในขณะที่ยานโอไรอันโคจรอ้อมดวงจันทร์

มุมภาพที่ลูกเรือของยานมองเห็นดวงจันทร์จึงต่างจากมุมที่คนบนโลกคุ้นเคย เพราะปรากฏด้านที่เป็นด้านไกลของดวงจันทร์ที่คนบนโลกไม่เคยเห็นอีกด้วย

นายวิมุติ กล่าวว่า หลายคนอาจตั้งข้อสังเกตว่า ลักษณะพื้นผิวดวงจันทร์ที่ด้านไกลต่างจากด้านใกล้มาก ด้านใกล้ของดวงจันทร์เต็มไปด้วยที่ราบสีคล้ำที่เรียกกันว่าทะเลปะปนกับที่สูงที่พรุนไปด้วยหลุมอุกกาบาตน้อยใหญ่ ส่วนด้านไกลมีที่ราบต่ำน้อยมาก ดูราวกับเป็นดาวคนละดวงเลยทีเดียว

นายวิมุติ กล่าวว่า คำถามนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เกิดขึ้นมาเกือบ 70 ปีแล้ว เมื่อยานลูนา 3 ของโซเวียตเผยโฉมดวงจันทร์ด้านไกลให้ชาวโลกได้รับรู้เป็นครั้งแรกในปี 2502 นักวิทยาศาสตร์เสนอทฤษฎีขึ้นมาหลายทฤษฎีเพื่ออธิบายถึงสาเหตุของความแตกต่างดังกล่าว หนึ่งในทฤษฎีนั้นอธิบายไว้ดังนี้

ทฤษฎีนี้อิงกับทฤษฎีการกำเนิดดวงจันทร์แบบพุ่งชน ที่กล่าวว่า มีวัตถุขนาดใหญ่ดวงหนึ่งพุ่งชนโลกในอดีต การชนทำให้เกิดเศษเนื้อดาวของทั้งสองกระจายออกไปโดยรอบ ต่อมาเศษวัตถุเหล่านั้นได้มาเกาะกันเป็นก้อนและพอกพูนใหญ่ขึ้นจนกลายมาเป็นดวงจันทร์ดังที่เห็นในปัจจุบัน

พลังงานจากการชน ทำให้โลกและดวงจันทร์ร้อนขึ้นมาก ต่อมาจึงค่อยเย็นตัวลงอย่างช้า ๆ ดวงจันทร์จะเย็นลงเร็วกว่าเนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า หลังจากที่ดวงจันทร์เย็นลงได้ระดับหนึ่งแล้ว โลกยังคงร้อนอยู่ อาจจะร้อนถึง 2,500 องศาเซลเซียส และดวงจันทร์ก็ยังคงอยู่ใกล้โลก ความร้อนจากโลกจึงแผ่ไปถึงดวงจันทร์ได้จนถึงกับทำให้ด้านใกล้และด้านไกลของดวงจันทร์มีอุณหภูมิต่างกันมาก

เปลือกของดวงจันทร์มีส่วนประกอบของอะลูมินัมและแคลเซียมอยู่มาก ธาตุสองชนิดนี้ระเหยได้ยากมาก ดังนั้นเมื่ออุณหภูมิบนดวงจันทร์เริ่มเย็นลง ธาตุสองชนิดนี้จึงเป็นชนิดแรก ๆ ที่จะตกลงสู่พื้นผิวเหมือนละออง โดยตกที่ด้านไกลของดวงจันทร์มากกว่าเนื่องจากมีอุณหภูมิต่ำกว่า

หลายล้านปีผ่านไป ธาตุสองชนิดนี้ได้รวมกับซิลิเกตในเนื้อของดวงจันทร์กลายเป็นแพลจจิโอเคลสเฟลด์สปาร์ ซึ่งต่อมาก็จะเคลื่อนขึ้นมาสู่พื้นผิว กลายเป็นส่วนหนึ่งของเปลือกดวงจันทร์ ด้านไกลของดวงจันทร์มีแร่ชนิดนี้มากกว่า เปลือกดวงจันทร์ด้านไกลจึงหนากว่า

ฝ่ายวิชาการสมาคมดาราศาสตร์ไทย กล่าวด้วยว่า การที่ด้านใกล้ของดวงจันทร์มีเปลือกบาง เมื่อถูกอุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งชน จึงแตกออกและปล่อยให้ลาวาบะซอลต์ทะลักออกมาท่วมแอ่ง จนกลายเป็น “ทะเล” ดังที่ปรากฏอยู่หลายแห่ง ส่วนด้านไกลของดวงจันทร์มีเปลือกหนา อุกกาบาตเจาะทะลุได้ยาก จึงแทบไม่มีโอกาสที่ลาวาจะผุดขึ้นมาที่พื้นผิวสร้างเป็นทะเล ด้วยเหตุนี้ทางด้านไกลของดวงจันทร์จึงมีลักษณะที่สูงที่พรุนด้วยหลุมอุกกาบาตทั่วทั้งซีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมาคมดาราศาสตร์ไทย ไขปริศนาดวงจันทร์ 2 หน้า ดูราวกับคนละดวง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...