โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.ล.ต. จ่อยกระดับคุมทุนเทา เดินหน้าประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดเริ่มใช้ได้เดือนเม.ย.นี้

efinanceThai

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ก.ล.ต. จ่อยกระดับคุมทุนเทา เดินหน้าประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดเริ่มใช้ได้เดือนเม.ย.นี้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 เม.ย. 69 13:39 น.

ก.ล.ต. เตรียมออกมาตรการยกระดับมาตรฐานการทำความรู้จัก - การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน หวังมุ่งสกัดอาชญากรรมทางการเงิน คาดเริ่มใช้มาตรการได้ภายในเดือนเมษายนนี้

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ทางก.ล.ต. หารือกับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ผู้ประกอบธุรกิจ) ในการยกระดับมาตรฐานการทำความรู้จักลูกค้า และ การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน

โดยปัจจุบันกระบวนการให้บริการลูกค้าของผู้ประกอบธุรกิจมีขั้นตอนการทำความรู้จักลูกค้า (Know Your Customer: KYC) และ การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD) เพื่อให้สามารถรู้จักตัวตนของลูกค้าก่อนการให้บริการอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและพฤติกรรมทางการเงินที่รวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น ก.ล.ต. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชน จึงเห็นความจำเป็นต้องยกระดับมาตรฐานของกระบวนการ KYC/CDD ให้เข้มข้นและครอบคลุมมากขึ้น

ซึ่งในปี 2568 ก.ล.ต. ได้ยกระดับมาตรฐานของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในการทำ KYC/CDD ในครั้งนี้ ก.ล.ต. จึงมีแนวคิดที่จะกำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้มีความสอดคล้องกัน ทั้งยังประสานความร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1.เพิ่มความเข้มในเรื่องการ Enhanced Client Due Diligence (Enhanced CDD) และการติดตามธุรกรรมผิดปกติ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการ ดังนี้

(1)ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น (Enhanced CDD) ในกรณีที่พบข้อมูลอาชีพ แหล่งที่มาของรายได้ หรือ ฐานะการเงินที่ลูกค้าระบุไม่สอดคล้องกัน หรือ ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมหรือธุรกรรม เช่น มีการโอนเงิน หรือ หุ้นเข้ามาในบัญชีในมูลค่าสูงเกินกว่าข้อมูลรายได้ หรือ กรณีที่ลูกค้ากู้ยืมเงินในมูลค่าสูงมาลงทุนทั้งที่มีทุนจดทะเบียนต่ำ หรือ กรณีที่ลูกค้ามีการรับโอนหุ้นจากบัญชีที่มีชื่อเป็นบุคคลเดียวกันจากผู้ประกอบธุรกิจอื่นในมูลค่าสูงเกินกว่าฐานะทางการเงินของลูกค้า

(2)พิจารณารายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report: STR) ไปยัง สำนักงาน ปปง. เช่น เมื่อ บล. พบความผิดปกติในการโอนเงินเข้าบัญชีลูกค้า และ มีการโอนออกภายในวันเดียวกัน โดยไม่ได้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือ มีการซื้อขายหลักทรัพย์ในมูลค่าเพียงเล็กน้อย และ เมื่อทำ Enhanced CDD แล้วไม่พบความสมเหตุสมผลในกรณีดังกล่าว

(3)ติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้ารายที่พบความผิดปกติอย่างต่อเนื่อง หลังจากผ่านการทำ Enhanced CDD แล้ว รวมทั้งให้ตรวจสอบ และ สอบทานการทำ Enhanced CDD ดังกล่าวอีกชั้นหนึ่ง

(4)มีมาตรการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมกับลูกค้าที่มีพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น หน่วงการถอนเงิน ลดวงเงินในบัญชีซื้อขาย หรือ ปฏิเสธการให้บริการ

(5)กำหนดมาตรการหน่วงการถอนเงินกรณีลูกค้าที่ไม่มีหลักฐานที่มาของรายได้ หรือ ฐานะการเงินประกอบการเปิดบัญชี และ อาจพิจารณาทำ enhanced CDD เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

2.กำหนดเงื่อนไขในการฝาก-ถอนเงินเข้มงวดมากขึ้น

ก.ล.ต.จะกำหนดแนวทางการฝากและถอนเงินของลูกค้า ให้มีวิธีการที่ชัดเจน และ รัดกุมยิ่งขึ้น ดังนี้

(1)กำหนดให้รับฝาก และ ถอนเงินได้เฉพาะบัญชีธนาคารที่มีชื่อเดียวกับลูกค้าเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้บัญชีบุคคลอื่น หรือ รับเงินสด

(2)หากพบการฝากเงินสดที่ธนาคารเข้าบัญชีซื้อขาย ต้องยืนยันว่าเป็นการฝากโดยเจ้าของบัญชีซื้อขาย และ หากจำนวนเงินที่ทำธุรกรรมไม่สอดคล้องกับฐานะ ต้องทำ enhanced CDD ลูกค้าโดยการตรวจสอบวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรมและฐานะ หากยังไม่สมเหตุสมผลให้รายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย และ ติดตามธุรกรรมต่อไป

การยกระดับมาตรฐาน KYC/CDD ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการสกัดกั้นทุนเทาที่ ก.ล.ต. ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกัน และยับยั้งไม่ให้ตลาดทุน และ สินทรัพย์ดิจิทัลถูกใช้เป็นช่องทางการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจให้ครอบคลุมถึงผู้มีอำนาจที่แท้จริง รวมถึงการถือหุ้นทางอ้อมและบุคคลที่ร่วมกันใช้อำนาจ เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมและตลาดทุนโดยรวม

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้หารือร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และ ผู้ประกอบธุรกิจ ผ่านการจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) และ อยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติให้สามารถนำไปใช้ได้จริงโดยไม่สร้างภาระเกินสมควร และ คาดว่าจะสามารถประกาศใช้มาตรการได้ภายในเดือนเมษายนนี้

เรียบเรียง โดย กรณัช พลอยสวาท
อีเมล์. koranat@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...