โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เมื่อ ‘เสือ’ และ ‘มังกร’ หยุดแข่งขัน Honda และ Toyota หันมาร่วมมือกัน เพื่อแก้ปัญหาที่ใหญ่กว่าธุรกิจ

The Momentum

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

บนเวทีของงาน ADFEST 2026 ภาพของ ‘เสือ’ และ ‘มังกร’ ถูกยกขึ้นมาเป็นจุดตั้งต้นของบทสนทนา สัตว์ในตำนานเอเชียที่เป็นสัญลักษณ์ของพลังสูงสุด ฝ่ายหนึ่งครองผืนดิน อีกฝ่ายครองท้องฟ้า และโดยปกติแล้วทั้งคู่คือคู่แข่งที่ไม่มีวันอยู่ฝั่งเดียวกันได้ คำถามจึงชวนคิดยิ่งกว่า จะเกิดอะไรขึ้น หากยักษ์ใหญ่เหล่านี้เลิกต่อสู้ แล้วหันมาร่วมมือกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน

คำตอบของคำถามนั้นไม่ได้อยู่ในโลกของตำนาน หากแต่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย เมื่อ Toyota และ Honda แบรนด์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นที่เป็นคู่แข่งกันมาอย่างยาวนาน ตัดสินใจจับมือกันในแคมเปญ ‘ขับดี ได้ดี’ เพื่อรับมือกับหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดของสังคมไทย นั่นคืออุบัติเหตุบนท้องถนนที่ยังคงคร่าชีวิตผู้คนในอัตราสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถจักรยานยนต์และรถยนต์ ซึ่งแม้จะมีความพยายามแก้ไขมาโดยตลอด แต่กลับยังไม่สามารถลดตัวเลขลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ปัญหานี้จึงไม่ใช่เพียงความท้าทายของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แต่เป็นศัตรูร่วมที่ใครก็มิอาจเอาชนะได้เพียงลำพัง และนั่นคือจุดที่การแข่งขันต้องหลีกทางให้กับความร่วมมือ

โดย เคนอิจิ ยากิ (Kenichi Yagi) ตัวแทนจากฝั่ง Toyota และ ฮิเดอากิ ทาคาอิชิ (Hideaki Takaishi) ตัวแทนจากฝั่ง Honda เล่าถึงเบื้องหลังความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ว่า

ความร่วมมือนี้ไม่ได้เริ่มต้นจากห้องประชุมหรือเอกสารทางธุรกิจ แต่เริ่มจากการเดินเข้าไปหาของฝั่ง Honda ที่มองเห็นข้อจำกัดของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา แม้จะมีองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยจำนวนมาก แต่กลับไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์ได้อย่างทั่วถึง

ขณะเดียวกัน Toyota ซึ่งมีฐานผู้ใช้จำนวนมหาศาล กลับต้องการเนื้อหาและเครื่องมือในการสื่อสารที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลชี้ว่า อุบัติเหตุระหว่างรถยนต์กับรถจักรยานยนต์กว่า 40% มีต้นเหตุมาจากฝั่งผู้ขับขี่รถยนต์ ทำให้ทั้ง 2 องค์กรเริ่มมองเห็นช่องว่างที่สามารถเติมเต็มกันได้ และจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผู้บริหารของ Honda ตัดสินใจเดินทางไปยังสถานที่ประชุมภายในของ Toyota ที่ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่โดยปกติแล้วคู่แข่งจะไม่ก้าวเข้าไป

การพบกันครั้งนั้นไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนข้อมูล แต่เป็นการสร้างความเชื่อใจ และวางรากฐานของความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจร่วม มากกว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจ

เมื่อโครงสร้างของความร่วมมือเริ่มชัดเจน ความท้าทายถัดไปคือ ‘จะสื่อสารอย่างไรให้คนเปลี่ยนพฤติกรรม’ เพราะในความเป็นจริง แคมเปญความปลอดภัยจำนวนมากในอดีตมักใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือหลัก แต่เมื่อถูกใช้ซ้ำมากขึ้น ความกลัวก็เริ่มสูญเสียพลัง ผู้คนชินชา และไม่รู้สึกเชื่อมโยงกับสารที่ถูกส่งออกมาอีกต่อไป

ทีมจึงเลือกเปลี่ยนวิธีคิด โดยหันไปมองสิ่งที่ฝังลึกอยู่ในวัฒนธรรมไทย ความเชื่อเรื่อง ‘กรรม’ และการทำความดี จากประโยคที่คุ้นเคยกับคนไทยอย่าง ‘ทำดี ได้ดี’ ถูกตีความใหม่เป็นแคมเปญ ‘KUB DEE DAI DEE’ หรือ ‘ขับดี ได้ดี’ การเปลี่ยนเพียงคำเดียวนี้ กลับเปลี่ยนกรอบความคิดของผู้คนจากการทำบุญในเชิงพิธีกรรม ไปสู่การทำบุญผ่านพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการใช้ถนน ซึ่งกลายเป็นพื้นที่ใหม่ของการสร้างความดีที่จับต้องได้จริง

แนวคิดดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่แค่สาร แต่ถูกต่อยอดไปสู่การออกแบบงานสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ไทย ทีมต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการสื่อสารแบบดั้งเดิมที่เคร่งขรึมกับแนวทาง Neo-traditional ที่ผสมผสานความเชื่อดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัย และสุดท้ายพวกเขาเลือกอย่างหลัง เพราะพบว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้ละทิ้งความเชื่อ แต่เลือกจะตีความและใช้มันในแบบของตัวเอง การสื่อสารที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การสั่งสอน แต่เป็นการเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรม ความเชื่อ และพฤติกรรมจริงของผู้คน

กรณีของขับดี ได้ดีจึงไม่ได้เป็นเพียงตัวอย่างของแคมเปญโฆษณาที่ประสบความสำเร็จ แต่สะท้อนบทเรียนสำคัญของโลกธุรกิจในปัจจุบัน ในบางสถานการณ์ คู่แข่งอาจไม่ใช่ศัตรูที่แท้จริง แต่เป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าที่ทุกฝ่ายต้องเผชิญร่วมกัน

และการจะรับมือกับปัญหานั้นได้ อาจต้องอาศัยพลังของยักษ์ใหญ่ที่เคยยืนอยู่คนละฝั่ง ให้หันมายืนเคียงข้างกัน เพราะในท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การเอาชนะกันเอง แต่คือการเอาชนะปัญหาที่กระทบต่อผู้คนทั้งสังคมร่วมกัน

ผลลัพธ์ของแคมเปญนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างบทสนทนา แต่สะท้อนออกมาเป็นตัวเลขที่จับต้องได้ แคมเปญนี้สามารถลดอุบัติเหตุลงได้ถึง 12.1% ภายในเวลาเพียง 1 เดือน

ขณะที่ 89% ของผู้ขับขี่มีพฤติกรรมการขับขี่ที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น และมีการส่งต่อองค์ความรู้ด้านความปลอดภัยมากกว่า 61 ล้านครั้งทั่วประเทศ ที่น่าสนใจคือ ไม่เพียงแต่พฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนไป แต่ภาพลักษณ์ของทั้ง Toyota และ Honda ก็ถูกยกระดับขึ้นพร้อมกัน โดยมากกว่า 90% ของผู้บริโภครับรู้ทั้ง 2 แบรนด์ในเชิงบวกมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่ได้เพียงสร้างผลกระทบต่อสังคม แต่ยังสร้างคุณค่าใหม่ให้กับแบรนด์ในระยะยาว

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ยังชี้ให้เห็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การสื่อสารที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งใหม่เสมอไป แต่สามารถเริ่มจากสิ่งที่ผู้คนเชื่ออยู่แล้ว แล้วตีความมันใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน

แคมเปญนี้ไม่ได้สร้างความเชื่อใหม่ขึ้นมา แต่หยิบยืมแนวคิดเรื่องทำดี ได้ดี ที่ฝังรากลึกในสังคมไทยมาปรับเพียงเล็กน้อย จนกลายเป็นพลังที่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนได้จริง ในโลกที่ผู้คนเต็มไปด้วยข้อมูลและโฆษณามากมาย การจะทำให้ใครสักคนรู้สึก และอยากเปลี่ยน อาจไม่ใช่เรื่องของการพูดให้ดังขึ้น แต่คือการพูดในสิ่งที่เขาเชื่ออยู่แล้วให้ชัดขึ้น

และบางทีนี่อาจเป็นบทสรุปที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ เมื่อความคิดสร้างสรรค์ จับมือกับความเข้าใจมนุษย์ และเมื่อคู่แข่งเลือกจะร่วมมือกันเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่แคมเปญที่ประสบความสำเร็จ แต่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงบนท้องถนน และในวิธีคิดของผู้คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...