พาณิชย์ เผย ส่งออก ก.พ. โต 9.9% จับตาสงครามตะวันออกกลาง ฉุดติดลบ 3% ในปี 69
พาณิชย์ เผย ส่งออกไทย ก.พ. 2569 โต 9.9% ชะลอจากเดือน ม.ค. 69 จากกลุ่มสินค้าเกษตร-อุตสาหกรรมเกษตรเป็นหลัก เปิด 3 ฉากทัศน์สงครามตะวันออกกลางต่อส่งออกไทย เลวร้ายสุดอาจติดลบ 3% เตรียมปรับเป้าใหม่เดือน เม.ย. 69
24 มี.ค. 2569 - น.ส. ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (912,567 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ที่% 9.9 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 11.0% แรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุค AI และการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อเนื่อง
ในขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด เงาะสด ลำไยสด สับปะรดสด ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป เป็นต้น ทั้งนี้ การส่งออก 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่% 17.0 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 15.8%
โดยมูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 การส่งออก มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 9.9% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 31.8% ดุลการค้า ขาดดุล 2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 61,012.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 67,149.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 30.5% ดุลการค้า ขาดดุล 6,137.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนกุมภาพันธ์ 2569 การส่งออก มีมูลค่า 912,567 ล้านบาท ขยายตัว 0.3% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1,013,733 ล้านบาท ขยายตัว 20.6% ดุลการค้า ขาดดุล 101,166 ล้านบาท ภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 1,893,312 ล้านบาท ขยายตัว% 6.7 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 2,111,178 ล้านบาท ขยายตัว 19.1% ดุลการค้า ขาดดุล 217,866 ล้านบาท
“แม้การส่งออกสินค้าในเดือนก.พ.2569 จะเติบโตชะลอลงจากเดือน ม.ค.ที่ขยายตัวได้ถึง 24.4% คิดเป็นมูลค่า 31,573 ล้านดอลลาร์ แต่ในเดือนก.พ. ยังมีปัจจัยหนุนสำคัญต่อการส่งออกของไทย ได้แก่ ความต้องการสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT ที่ขยายตัวต่อเนื่อง การเติบโตต่อเนื่องของภาคการผลิตอุตสาหกรรมของโลก และ การขยยตัวของสินค้าเกษตรศักยภาพ จากอุปสงค์เฉพาะกลุ่ม และปัจจัยฤดูกาล”
การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 5.7% (YoY) หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัว 3.6% หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 7.7% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 4.7% ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัว 62.3% ไก่แปรรูป ขยายตัว 9.4% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ยางพารา หดตัว 26.2% ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ หดตัว 13.5% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว 19.1% ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 3.8%
การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม
มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 13.3% (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 49.8% รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 6.3% เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 217.7% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัว 28.4% ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) หดตัว 30.0% เม็ดพลาสติก หดตัว 4.4% เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว หดตัว 23.9% ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 21.3%
ตลาดส่งออกสำคัญ
การส่งออกยังคงขยายตัวได้ดีในหลายตลาดสำคัญ โดยมีกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสาร เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในตลาดสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และอาเซียน(5) ขณะที่ตลาดจีนได้รับแรงหนุนจากสินค้าเกษตร อาทิ ผลไม้สดและผลิตภัณฑ์ยาง ขณะเดียวกันท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังหนุนความต้องการสินค้าอาหารในตลาดตะวันออกลาง
โดยภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้
- ตลาดหลัก ขยายตัว 16.6% โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ 40.5% จีน 0.4% ญี่ปุ่น 9.7 %สหภาพยุโรป (27) 20.6 %และอาเซียน (5) 17.8% ขณะที่หดตัวในตลาด CLMV 11.4%
- ตลาดรอง ขยายตัว 3.3% โดยขยายตัวในตลาดทวีปออสเตรเลีย 8.6% ตะวันออกกลาง 19.4% ลาตินอเมริกา 25.6 %ทวีปแอฟริกา 20.4% และสหราชอาณาจักร 27.2% ขณะที่หดตัวในตลาดรัสเซียและ CIS 30.1 %และเอเชียใต้ 26.1%
- ตลาดอื่น ๆ หดตัว 60.6%
น.ส. ณัฐิยา แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก หลังจากที่สหรัฐฯ ปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน สำหรับการเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 มีกรอบดำเนินการถึงกลางปี ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตและการขนส่ง กระทบกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า เป็นความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต
อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.2569 และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยตั้งแต่เดือนมี.ค. 2569 ทาง สนค.ได้ประเมินผลกระทบดังกล่าว ที่จะมีต่อภาพรวมการส่งออกของไทยทั้งปี 69 โดยแบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่
- กรณีดีสุด คาดว่าการส่งออกไทยปี 2569 จะขยายตัวได้ 1%
- กรณีฐาน คาดว่าการส่งออกไทยปี 2569 จะหดตัว -1%
- กรณีเลวร้ายสุด คาดว่าการส่งออกไทยปี 2569 จะหดตัว -3%
ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์จะมีการปรับคาดการณ์ส่งออกไทยทั้งปี 2569 อีกครั้งในเดือน เม.ย. 2569
“กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด และได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ ผลักดันการส่งออกอาหารท่ามกลางวิกฤต พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง”