โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์ เผย ส่งออก ก.พ. โต 9.9% จับตาสงครามตะวันออกกลาง ฉุดติดลบ 3% ในปี 69

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 มี.ค. เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. เวลา 04.30 น.

พาณิชย์ เผย ส่งออกไทย ก.พ. 2569 โต 9.9% ชะลอจากเดือน ม.ค. 69 จากกลุ่มสินค้าเกษตร-อุตสาหกรรมเกษตรเป็นหลัก เปิด 3 ฉากทัศน์สงครามตะวันออกกลางต่อส่งออกไทย เลวร้ายสุดอาจติดลบ 3% เตรียมปรับเป้าใหม่เดือน เม.ย. 69

24 มี.ค. 2569 - น.ส. ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (912,567 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ที่% 9.9 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 11.0% แรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุค AI และการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อเนื่อง

ในขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด เงาะสด ลำไยสด สับปะรดสด ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป เป็นต้น ทั้งนี้ การส่งออก 2 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่% 17.0 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 15.8%

โดยมูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 การส่งออก มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 9.9% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 31.8% ดุลการค้า ขาดดุล 2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 61,012.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 17.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 67,149.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 30.5% ดุลการค้า ขาดดุล 6,137.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนกุมภาพันธ์ 2569 การส่งออก มีมูลค่า 912,567 ล้านบาท ขยายตัว 0.3% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1,013,733 ล้านบาท ขยายตัว 20.6% ดุลการค้า ขาดดุล 101,166 ล้านบาท ภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 1,893,312 ล้านบาท ขยายตัว% 6.7 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 2,111,178 ล้านบาท ขยายตัว 19.1% ดุลการค้า ขาดดุล 217,866 ล้านบาท

“แม้การส่งออกสินค้าในเดือนก.พ.2569 จะเติบโตชะลอลงจากเดือน ม.ค.ที่ขยายตัวได้ถึง 24.4% คิดเป็นมูลค่า 31,573 ล้านดอลลาร์ แต่ในเดือนก.พ. ยังมีปัจจัยหนุนสำคัญต่อการส่งออกของไทย ได้แก่ ความต้องการสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT ที่ขยายตัวต่อเนื่อง การเติบโตต่อเนื่องของภาคการผลิตอุตสาหกรรมของโลก และ การขยยตัวของสินค้าเกษตรศักยภาพ จากอุปสงค์เฉพาะกลุ่ม และปัจจัยฤดูกาล”

การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 5.7% (YoY) หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัว 3.6% หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 7.7% หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัว 4.7% ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัว 62.3% ไก่แปรรูป ขยายตัว 9.4% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ยางพารา หดตัว 26.2% ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่นๆ หดตัว 13.5% ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัว 19.1% ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 3.8%

การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม

มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 13.3% (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัว 49.8% รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 6.3% เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัว 217.7% เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัว 28.4% ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) หดตัว 30.0% เม็ดพลาสติก หดตัว 4.4% เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว หดตัว 23.9% ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 21.3%

ตลาดส่งออกสำคัญ

การส่งออกยังคงขยายตัวได้ดีในหลายตลาดสำคัญ โดยมีกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสาร เป็นแรงขับเคลื่อนหลักในตลาดสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และอาเซียน(5) ขณะที่ตลาดจีนได้รับแรงหนุนจากสินค้าเกษตร อาทิ ผลไม้สดและผลิตภัณฑ์ยาง ขณะเดียวกันท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังหนุนความต้องการสินค้าอาหารในตลาดตะวันออกลาง

โดยภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้

  • ตลาดหลัก ขยายตัว 16.6% โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ 40.5% จีน 0.4% ญี่ปุ่น 9.7 %สหภาพยุโรป (27) 20.6 %และอาเซียน (5) 17.8% ขณะที่หดตัวในตลาด CLMV 11.4%
  • ตลาดรอง ขยายตัว 3.3% โดยขยายตัวในตลาดทวีปออสเตรเลีย 8.6% ตะวันออกกลาง 19.4% ลาตินอเมริกา 25.6 %ทวีปแอฟริกา 20.4% และสหราชอาณาจักร 27.2% ขณะที่หดตัวในตลาดรัสเซียและ CIS 30.1 %และเอเชียใต้ 26.1%
  • ตลาดอื่น ๆ หดตัว 60.6%

น.ส. ณัฐิยา แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก หลังจากที่สหรัฐฯ ปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน สำหรับการเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 มีกรอบดำเนินการถึงกลางปี ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตและการขนส่ง กระทบกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า เป็นความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.2569 และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยตั้งแต่เดือนมี.ค. 2569 ทาง สนค.ได้ประเมินผลกระทบดังกล่าว ที่จะมีต่อภาพรวมการส่งออกของไทยทั้งปี 69 โดยแบ่งเป็น 3 กรณี ได้แก่

  • กรณีดีสุด คาดว่าการส่งออกไทยปี 2569 จะขยายตัวได้ 1%
  • กรณีฐาน คาดว่าการส่งออกไทยปี 2569 จะหดตัว -1%
  • กรณีเลวร้ายสุด คาดว่าการส่งออกไทยปี 2569 จะหดตัว -3%

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์จะมีการปรับคาดการณ์ส่งออกไทยทั้งปี 2569 อีกครั้งในเดือน เม.ย. 2569

“กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด และได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ ผลักดันการส่งออกอาหารท่ามกลางวิกฤต พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...