บลจ.ยูโอบี กางแผนปี 69 ดัน AUM แตะ 3.2 แสนล้านบาท ให้เป้าหุ้นไทยสูงสุด 1,600 จุด
บลจ.ยูโอบี ตั้งเป้า AUM ปี 2569 โต 10% แตะ 3.2 แสนล้านบาท เดินหน้าชู 3 กลยุทธ์ลงทุนครบวงจร ดันกองทุนสกุลเงินดอลลาร์ รวมถึงกองทุนหุ้นปันผลไทยสูง 6-8% คาดหุ้นไทยปีนี้กรอบ 1,300 - 1,600 จุด
นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) หรือ UOBAM เปิดแผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้ามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เติบโต 10% แตะระดับ 320,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่อยู่ราว 304,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนที่ทำได้ 290,000 ล้านบาท
โดยการเติบโตในปีนี้จะขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ลงทุนที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล (Customized Investment Solutions)
2. การผสานข้อมูลเชิงลึกและปัจจัย ESG เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาว (Sustainability Focusing) และ
3. การแสวงหาโอกาสลงทุนใหม่ (New S-Curve Opportunities) โดยเฉพาะกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่กำลังได้รับความนิยม
สำหรับมุมมองเศรษฐกิจโลกปี 2569 คาดว่าจะเติบโต 3.3% โดยมีแรงหนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐที่ยังแข็งแกร่ง ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้ง ส่วนยุโรปเริ่มฟื้นตัวหลังลดดอกเบี้ย ด้านญี่ปุ่นมีเสถียรภาพดีขึ้น ขณะที่จีนยังเผชิญแรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์
ทั้งนี้กลยุทธ์การลงทุนยังคงเน้นหุ้นคุณภาพและหุ้นปันผลในตลาดหลัก เช่น สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น รวมถึงมองหาโอกาสในเอเชีย ขณะที่ตราสารหนี้คุณภาพสูงยังน่าสนใจจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง
ด้านราคาทองคำประเมินแนวต้านที่ 4,500-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
สำหรับตลาดหุ้นไทย ประเมินดัชนีทั้งปีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,300-1,600 จุด โดยมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง แม้ระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนุนยังมาจากเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัว เงินทุนต่างชาติไหลกลับ และทิศทางดอกเบี้ยขาลง ซึ่งคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจลดลงสู่ระดับ 0.75%
ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าผลักดันกองทุนเรือธงต่อเนื่อง ได้แก่ กองทุนตลาดเงิน “TCMF” ซึ่งตั้งเป้า AUM ปีนี้แตะ 36,000 ล้านบาท และกองทุนตราสารหนี้ “UIDPLUS” ที่ตั้งเป้า AUM 20,000 ล้านบาท หลังจากสร้างผลตอบแทนอยู่ในระดับชั้นนำของกลุ่ม
นอกจากนี้ บริษัทยังรุกขยายกองทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐต่อเนื่อง หลังครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ที่ 53% ในปีที่ผ่านมา พร้อมตั้งเป้ารักษาความเป็นผู้นำ โดยมองว่ากองทุน USD จะยังเติบโตจากบทบาทในการกระจายความเสี่ยงค่าเงินและโอกาสรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยสหรัฐที่สูงกว่าไทย
ทั้งนี้ บลจ.ยูโอบี ยังเป็นผู้บุกเบิกกองทุนตราสารหนี้สกุลเงินดอลลาร์แบบขายคืนรายวัน “USDAILY” ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสภาพคล่องให้กับนักลงทุน
“ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของ AUM ในปีนี้จะมาจากกองทุนเรือธงเดิม กองทุน USD ที่เติบโตโดดเด่น และกองทุนหุ้นปันผลไทย ซึ่งจะช่วยผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตตามแผนในปี 2569” นาย วนากล่าว