แกร็บ Grab ชู Barbell Strategy - 3 มิติหลักดันธุรกิจ เติบโต ยั่งยืน หนุนนโยบายรัฐ
Barbell Strategy: กลยุทธ์รักษาสมดุลในยุคเศรษฐกิจท้าทาย
ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน กำลังซื้อที่ชะลอตัว และวิกฤตพลังงาน แกร็บ ประเทศไทย (Grab) ได้หยิบยกเอา "Barbell Strategy" (กลยุทธ์บาร์เบล) มาเป็นประเด็นนำและแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยเน้นสร้างความสมดุลระหว่างสองขั้วตลาดอย่างชัดเจน สอดคล้องกับรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในปี 2568 ที่มีมูลค่าสูงถึง 5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท) โดยเฉพาะกลุ่มแอปเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรีที่เติบโตสูงกว่า 15% ขณะที่ Momentum Works ระบุว่าตลาดฟู้ดเดลิเวอรีไทยใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาค ด้วยมูลค่า 5.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.62 แสนล้านบาท) และเติบโตกว่า 22%
แกร็บ ตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่มแบบไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ได้แก่:
เจาะตลาดแมส (Mass Market): นำเสนอบริการราคาประหยัดอย่างรถ SAVER และ SAVER Delivery ซึ่งตอบโจทย์ยุครัดเข็มขัดได้อย่างตรงจุด ดันอัตราการใช้บริการเติบโตสูงกว่า 250%
รักษาตลาดพรีเมียม (Premium Market): จับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผ่านบริการใหม่อย่าง GrabExecutive และรักษาร้านอาหารคุณภาพผ่านแฟลกชิปแบรนด์ GrabThumbsUp
เพื่อเสริมทัพกลยุทธ์ แกร็บเดินหน้าขยายฐานลูกค้าสู่เซกเมนต์ใหม่ ทั้งกลุ่มคนนอนดึกผ่านแคมเปญร่วมกับ Antihero Thailand กลุ่มนักศึกษาผ่าน GrabForStudent รวมถึงนวัตกรรมฟีเจอร์ Group Ride และ Basket Builder ที่สำคัญยังรุกตลาดการเงินด้วยการทดลองปล่อย "Grab Quick Cash" สินเชื่อเงินสดสำหรับบุคคลทั่วไปวงเงินสูงสุด 20,000 บาท เพื่อใช้เป็นทุนประกอบอาชีพ
3 มิติหลัก ขับเคลื่อนไทยฝ่าวิกฤตโลก
เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน แกร็บประกาศวิสัยทัศน์ "Winning with Purpose Together" ประจำปี 2569 ต่อยอดจาก Barbell Strategy สู่ 3 มิติหลักที่จะร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า ในภาวะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย โดย จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย ระบุว่า 3 มิติหลักดังกล่าวประกอบด้วย:
1. การสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง (Winning Business Growth)
สอดรับกับรายงาน e-Conomy SEA 2025 ที่ระบุว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะมีมูลค่า 1.78 ล้านล้านบาท แกร็บมุ่งพัฒนานวัตกรรมและโปรโมชันที่คุ้มค่า (เช่น แคมเปญ Mega Sale ที่ช่วยผู้ใช้ประหยัดไปกว่า 6.9 พันล้านบาท) เพื่อรักษาแชมป์ทั้งในตลาดแอปเรียกรถและฟู้ดเดลิเวอรีระดับประเทศ
2. การส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม (Winning Sustainable Impact)
ยึดมั่นในพันธกิจ GrabForGood โดยเน้นอัปสกิลคนขับและพาร์ทเนอร์ร้านค้าด้วยเทคโนโลยี AI ผ่าน GrabAcademy พร้อมลุยโปรเจกต์รักษ์โลก ทั้งการดันคนขับสู่ตลาดยานยนต์ไฟฟ้า (Grab EV) เพื่อสู้ค่าน้ำมัน การซื้อคาร์บอนเครดิตชดเชย และล่าสุดคือแคมเปญ "GrabFood ร้านรักษ์โลกพร้อมคัดแยก" ที่จับมือกับ Trash Lucky เพื่อรีไซเคิลขยะอย่างเป็นระบบ
3. การสนับสนุนนโยบายระดับชาติ (Winning with National Priorities)
แกร็บพร้อมเป็นฟันเฟืองหนุนเศรษฐกิจชาติ โดยผนึกกำลังกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ ทอท. กระตุ้นการท่องเที่ยวตลอดปี ควบคู่ไปกับการใช้จุดแข็งด้านบิ๊กดาต้าและเครือข่ายธุรกิจ ผลักดัน "ซอฟต์พาวเวอร์" อาหารไทยให้เป็นที่รู้จักทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านแบรนด์ GrabThumbsUp
ข่าวที่เกี่ยวข้อง