โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฮอร์มุซ เดือดซ้ำ! สหรัฐ-อิหร่านปะทะหนัก เสี่ยงลากโลกสู่สงครามรอบใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ฮอร์มุซ ปั่นป่วนอีกระลอก กระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันโลก ดันราคาพลังงานพุ่ง-ตลาดผันผวน ขณะความหวังหยุดยิงยังเปราะบาง และความเสี่ยงความขัดแย้งยืดเยื้อยังคงกดดันเศรษฐกิจโลก

วันที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 12.56 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หลังผ่านไป 50 วันของสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ความตึงเครียดกลับมาปะทุอีกครั้ง หลังเกิดการปะทะในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้การขนส่งทางเรือหยุดชะงักต่อเนื่อง และทำให้ความหวังต่อข้อตกลงหยุดยิงที่ใกล้หมดอายุในสัปดาห์นี้ยิ่งสั่นคลอน

ในวันศุกร์อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านได้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิ่งลงกว่า 10% แต่เพียงวันถัดมา อิหร่านกลับมาปิดเส้นทางอีกครั้ง หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธยุติการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐ

สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเมื่อเรือหลายลำถูกยิงระหว่างผ่านช่องแคบและต้องถอนตัว ขณะที่ในวันอาทิตย์ กองทัพเรือสหรัฐยิงและยึดเรือสินค้าของอิหร่านในอ่าวโอมาน โดย ทรัมป์ ระบุว่า การกระทำของอิหร่านเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างสิ้นเชิง และขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ หากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลง

ตลาดการเงินตอบสนองทันที โดยฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐปรับตัวลง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอีกครั้ง โดยน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้นกว่า 6% แตะราว 89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Brent เพิ่มขึ้น 5.6% สู่ระดับประมาณ 95.5 ดอลลาร์

นักวิเคราะห์ ชี้ว่า เหตุการณ์ล่าสุดสะท้อนความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงระยะสั้น และโอกาสที่จะเกิดข้อตกลงสันติภาพถาวรยังอยู่ห่างไกล โดยยังต้องจับตาว่าสหรัฐและอิหร่านจะกลับมาเจรจารอบใหม่ในปากีสถานหรือไม่ ซึ่งอิหร่านได้ปฏิเสธเข้าร่วม โดยอ้างข้อเรียกร้องของสหรัฐที่เกินจริง

ด้าน ผู้เชี่ยวชาญ มองว่า ความขัดแย้งอาจยกระดับอีกครั้ง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีจุดยืนที่แตกต่างกันอย่างลึกซึ้ง และมีความเสี่ยงกลับเข้าสู่การสู้รบเต็มรูปแบบ

ในเชิงเศรษฐกิจ ผลกระทบเริ่มชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก ถูกปิดเกือบ 2 เดือน ส่งผลให้ซัพพลายหายไปวันละประมาณ 13 ล้านบาร์เรล และรวมแล้วมากกว่า 500 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการหยุดชะงักด้านพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

แม้หากมีข้อตกลงเกิดขึ้น นักวิเคราะห์เตือนว่าอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าการผลิตและการขนส่งจะกลับสู่ภาวะปกติ ทำให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อไป

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ International Monetary Fund เตือนว่า แม้จะมีการหยุดยิง เศรษฐกิจโลกก็ยังได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านพลังงาน ซึ่งจะกดดันต้นทุนและเงินเฟ้อ ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายมองว่าโลกอาจไม่กลับสู่ภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตมั่นคงและเงินเฟ้อต่ำได้ในเร็ววัน

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...