โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดัน ‘หมอนทองจันท์’ ขึ้นทะเบียน GI เสริมแกร่ง ‘ราชาผลไม้’ เพิ่มมูลค่า สกัดสวมสิทธิ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 เม.ย. เวลา 05.35 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. เวลา 02.29 น.

ภายหลังกรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าหนุนยกระดับ GI “หมอนทองจันท์” หวังสร้างมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นและโอกาสการค้าทุเรียนตลาดโลก หลังจากปี 2568 กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจชุมชนผ่านการขึ้นทะเบียนและคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะ “ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นแตกต่างกันตามแหล่งกำเนิด

โดยปัจจุบันมีทุเรียนไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น GI 19 รายการ จาก 17 จังหวัดทั่วไทย สร้างมูลค่าการตลาดสูงถึง 68,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อคุณภาพและมาตรฐานสินค้า GI ไทย

ส่งออกเกือบ 10 ปี ไม่ได้จด GI

ผศ.ดร.เดือนรุ่ง เบญจมาศ ที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าเกษตรและอาหารภาคตะวันออก คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ในฐานะผู้จัดทำโครงการจัดทำคำขอสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (GI) สินค้าทุเรียน “หมอนทองจันท์” กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี สำนักงานเกษตรจังหวัดจันทบุรี ตัวแทนภาครัฐและเอกชน ตลอดจนเกษตรกรเจ้าของสวนทุเรียนหมอนทองทั้ง 10 อำเภอ ร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) ทุเรียน GI

และร่วมแสดงความคิดเห็นให้ข้อมูลอัตลักษณ์หมอนทองจันท์ เพื่อให้เกิดการจดทะเบียนภายในปี 2569 ซึ่งชาวจันทบุรีทั้ง 10 อำเภอมีความเห็นตรงกันว่าให้การจดทะเบียน GI ใช้ชื่อ “หมอนทองจันท์”

หากย้อนกลับไปในปี 2562 จ.จันทบุรีได้จดทะเบียนทุเรียน GI ทุเรียนจันท์ 15 สายพันธุ์ แบ่งเป็น สายพันธุ์พื้นเมือง 5 สายพันธุ์ ได้แก่ พวงมณี นกหยิบ ทองลินจง นวลทองจันทร์ และพันธุ์กบสุวรรณ ส่วนสายพันธุ์ทางการค้า ได้แก่ จันทบุรี 1-10 แต่สายพันธุ์หมอนทองยังไม่ได้รับการจดทะเบียน เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ปลูกกันทั่วไป แต่ปัจจุบันสถานการณ์ตลาดทุเรียนเปลี่ยนไป เกิดการแข่งขันเพื่อช่วงชิงตลาดผู้บริโภคสูงขึ้น จนล่าสุดปี 2569 ประเทศมาเลเซียได้จดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ทุเรียนมูซังคิง ทำให้มาเลเซียมีสิทธิใช้ชื่อ “ทุเรียนมูซังคิง” ส่งออกแต่เพียงผู้เดียว

เสมือนเป็นแรงกระตุ้นให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรเจ้าของสวนจันทบุรี เห็นความสำคัญของทุเรียนหมอนทองและผลักดันการจดทะเบียน GI เพื่อปกป้องกรรมสิทธิ์ทุเรียนหมอนทองไทย เพราะเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมจากตลาดในประเทศและต่างประเทศกว่า 80% สร้างรายได้ให้ประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาท และคาดว่าในปีนี้จะมีผลผลิตมากถึง 683,027 ตัน

กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้สนับสนุนโครงการจดทะเบียนเพื่อปกป้องทุเรียนไทย หวังยกระดับมูลค่าและสร้างรายได้ให้กับชุมชน สร้างความยั่งยืนกับวงการทุเรียนไทย ทั้งนี้ภายหลังการจดทะเบียนในไทยเรียบร้อยจะเตรียมแผนการจดทะเบียนในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของไทยถึง 90% คาดว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อทุเรียนไทยในฐานะ ‘ราชาผลไม้’ และเพิ่มช่องทางการทำตลาดในประเทศและต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น อาทิ สหรัฐอเมริกา ยุโรป เป็นต้น

หมอนทองจันท์

อัตลักษณ์หมอนทองจันท์

ผศ.ดร.เดือนรุ่งกล่าวต่อว่า ยิ่งลงพื้นที่ศึกษายิ่งค้นพบเสน่ห์ของทุเรียนหมอนทองจันท์ เพราะลักษณะทางกายภาพที่เรียกว่า “ทรงสวย” คือ ทรงผลค่อนข้างกลมหรือทรงรี เปลือกสีเขียวอมน้ำตาลหรือสีน้ำตาลแห้ง พูเด่นชัด ปลายหนามคมแข็ง ลักษณะเนื้อมีความละเอียด เนียนนุ่ม เส้นใยน้อย เมื่อสัมผัสแล้วไม่แห้งหรือไม่แฉะติดมือแม้ในระยะสุกจัด สีของเนื้อจะต้องสีเหลืองเข้มสม่ำเสมอทั้งผล รสชาติหวานมันเข้มข้น มีค่าความหวานคงที่ระดับ 25-28% บริกซ์ (Brix) ที่สำคัญมีกลิ่นหอมละมุนไม่ฉุนจัด

เนื่องจากสภาพดินในจังหวัดมีลักษณะพิเศษ เพราะมีแร่บะซอลต์ ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่่ช่วยให้ผลไม้มีรสชาติดีกว่า นอกจากนี้ยังมีแร่รัตนชาติ แร่ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมสูง

และอยู่ในพื้นที่แนวเขาสำคัญ 4 ลูกล้อมรอบและกระจายออกมาครอบคลุมจังหวัด (เขาสระบาป เขาชะเมา เขาคิชฌกูฏ เขาสอยดาว) ทำให้แร่ธาตุในดินไหลมารวมกันก่อนลงทะเล จึงทำให้จันทบุรีถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่อุดมสมบูรณ์

ขณะที่สภาพอากาศจังหวัดมีความชื้นสัมพัทธ์สูง มีลมมรสุมสลับกับช่วงแล้งช่วยกระตุ้นการสะสมแป้งและน้ำตาลในระดับที่พอเหมาะ และที่สำคัญเกษตรกรจันทบุรีมีภูมิปัญญาในการคัดเลือกและดูแลทุเรียนอย่างประณีต ทำให้รักษามาตรฐานและคุณภาพได้สม่ำเสมอทุกฤดูกาล

ตั้งเป้าขึ้นทะเบียนในจีน

ผศ.ดร.เดือนรุ่งกล่าวอีกว่า เมื่อจัดทำข้อมูลคำขอขึ้นทะเบียนทุเรียน GI หมอนทองจันท์และคู่มือการปฏิบัติของสมาชิกเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นอีกรอบ เพื่อยื่นจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา คาดว่าปลายปี 2569 จะดำเนินการจดทะเบียนเสร็จสิ้น พร้อมยื่นรายชื่อเกษตรกรหรือกลุ่มที่สามารถรักษาคุณภาพสินค้า GI ประมาณ 60 ราย อย่างไรก็ตามคาดว่าในปีถัดไปจะมีสมาชิกยื่นรายชื่อเพิ่มเติมอีกกว่า 200 ราย

ในอนาคตกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะยกระดับทุเรียน GI หมอนทองจันท์สู่ทุเรียนสากล โดยจะยื่นขอจดทะเบียน GI เฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อให้เกิดการคุ้มครองป้องกันการสวมสิทธิจากทุเรียนเพื่อนบ้าน รวมถึงให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่วัตถุดิบ แหล่งภูมิศาสตร์ กระบวนการผลิต และผู้ผลิตสินค้า ซึ่งในการตรวจประเมินจะต้องผ่านการวิเคราะห์มาตรฐานทางเคมีตามกำหนดมาตรฐานของต่างประเทศด้วย

ทางด้านนายนนทพจน์ อิสสริยะกุล นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ กรมทรัพสินทางปัญญา กล่าวว่า ทางด้านกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้าชุมชนผ่านระบบ GI จะร่วมมือกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนแผนการยื่นจดทะเบียนทุเรียน “GI หมอนทองจันท์” สำหรับระยะเวลาขึ้นทะเบียนต้องใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 4 เดือน หรือ 120 วัน และจัดทำประกาศให้คัดค้านภายใน 90 วัน จากนั้นจึงจะประกาศใช้ได้อย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้การยื่นขอจดทะเบียนจะต้องมีการจัดทำระบบควบคุมสำหรับสินค้า GI เช่น คู่มือปฏิบัติงาน ทะเบียนผู้ผลิต การอนุญาตให้ใช้ โดยเฉพาะระบบการควบคุมภายใน (เกษตรกรผู้ผลิตจะถูกตรวจสอบ 2 ครั้งต่อปี ผู้ประกอบการแปรรูป 3-5 ครั้งต่อปี) และระบบการควบคุมภายนอก หรือผู้รับผิดชอบออกใบรับรอง (Certification Body : CB) (กลุ่มผู้ขอ 4 ครั้งต่อปี เกษตรกรผู้ผลิต 10% ต่อปี และผู้ประกอบการแปรรูป 1 ครั้งต่อปี)

ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ (วันที่ 31 มีนาคม 2569) ระบุว่า ปี 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าผลักดันสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยเข้าสู่ระบบคุ้มครอง GI อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนขึ้นทะเบียน GI ไทยเพิ่มอีก 18 รายการ อาทิ ปลาสลิดบ้านแพ้ว (สมุทรสาคร) น้ำช่อดอกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว (สมุทรสาคร) น้ำตาลมะพร้าวแม่กลอง (สมุทรสงคราม) ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลก เนื้อครามสกลนคร นมวาริช (สกลนคร) เป็นต้น และคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท ทั้งนี้คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2569 นี้จะสามารถขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยรวม 272 รายการ และสร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 117,000 ล้านบาท

ทุเรียน “หมอนทองจันท์” นับเป็นสินค้าเกษตรกรรมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และมีชื่อเสียงทั้งในตลาดระดับประเทศและต่างประเทศ การผลักดันระบบ GI ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการช่วยคุ้มครองสิทธิและภูมิปัญญาของชุมชน แต่ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเกษตรกร ซึ่งสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันสินค้าเกษตรไทยให้เติบโตต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดัน ‘หมอนทองจันท์’ ขึ้นทะเบียน GI เสริมแกร่ง ‘ราชาผลไม้’ เพิ่มมูลค่า สกัดสวมสิทธิ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...