โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระแส K-Wave ยังไม่ซา ‘No Brand’ เปิดไทยสาขาแรก รับตลาดโต 2.7 ล้านล้านบาท

TODAY

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 02.53 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 02.53 น. • TODAY

หลายคนอาจสงสัยว่ากระแสเกาหลีถึงจุดอิ่มตัวหรือยัง? แต่ตัวเลขชี้ว่า K-Wave ไม่ใช่แค่แฟชั่นที่มาแล้วไป แต่กลายเป็นจักรวาลเศรษฐกิจที่ยังทรงพลังในปัจจุบัน จากมูลค่าตลาด 2.7 ล้านล้านบาทในปี 2567 กำลังเพิ่มขึ้นรื่อยๆ สู่ 5.1 ล้านล้านบาทภายในปี 2573 นี่ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่คือโอกาสทางธุรกิจที่ใหญ่กว่าเดิม และ CRC (บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มองเห็นโอกาสนี้

ธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการจาก CRC เปิดตัวเลขชวนคิดว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาค่าเฉลี่ยของการนำเข้าสินค้าเกาหลีใต้ในประเทศไทยสูงถึง 8.3% ต่อปี

ขณะเดียวกัน สินค้าที่มาจาก ‘No Brand’ ซึ่งเป็น house brand ของ Emart ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของเกาหลีใต้ มีการนำเข้ามาในไทยและวางขายสินค้าบางตัวใน Tops อยู่ก่อนแล้วเพื่อทดลองตลาดตั้งแต่ปี 2565

โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าสุขภาพ, ความงาม, เครื่องสำอาง และขนมขบเคี้ยวซึ่งยอดขายที่ผ่านมาเติบโตถึง 1.5 เท่าในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2566

CRC มองว่า สินค้าเกาหลียังมีโอกาสโต แม้ว่าตอนนี้จะมีกระแสใหม่ๆ เข้ามา ทั้งจีน ญี่ปุ่น และอื่นๆ แต่ความเป็น K-Content ยังมีกลุ่มใหญ่ที่สนใจ วัดจากสถิติการนำเข้าสินค้าและผลตอบรับจากสินค้าที่วางขายใน Tops ก่อนหน้านี้

[ ทำไมต้องเซ็นทรัล บางนา? ]

การที่ CRC เลือกเซ็นทรัล บางนา เป็นสาขาแรกของ No Brand โมเดล stand alone เพราะกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการตรงกับทาร์เก็ตของแบรนด์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้ากลุ่มครอบครัว, กลุ่มที่ชอบอะไรใหม่ๆ เน้นประสบการณ์ใหม่

นอกจากนี้ Tops สาขานี้ยังเป็น 1 ใน 5 สาขาที่ทำยอดขายสูงสุด ซึ่งมีสินค้าจาก No Brand รวมอยู่ด้วย

ความตั้งใจของ CRC คืออยากให้ No Brand สาขานี้เป็น‘Thailand’s Daily K-Flavour Destination’ ลูกค้าสามารถมาได้ทุกวัน ด้วยสินค้าที่หลากหลายกว่า 2,200 รายการ โดยแบ่งเป็นสินค้าเกาหลีแท้ๆ 70% และอีก 30% เป็นสินค้าโลคอลประเภทสินค้าเกาหลี

ทั้งยังมี สินค้าที่เป็นเอ็กซ์คลูซีพจาก No Brand โดยเฉพาะประมาณ 390 รายการ เพื่อทำให้เกิดมิติของสินค้าที่น่าสนใจขึ้น รวมถึงการเพิ่มไลน์อาหารเกาหลีสตรีทฟู้ด เป็นโมเดลที่มีเฉพาะสาขาในไทยเท่านั้น

ส่วนราคาไม่สูงอย่างที่คิด เพราะประมาณ 45% ของสินค้าในร้านราคาต่ำกว่า 100 บาท และราคาสินค้าที่แพงที่สุดจะอยู่ที่ราวๆ 1,000 บาทนิดๆ ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าขนาดใหญ่ หรือหมวดบิวตี้, ความงาม

[ จุดแข็ง No Brand เสริมพอร์ตธุรกิจ Tops อย่างไร? ]

สองแบรนด์ไทย-เกาหลีใต้ต่างก็รวมกันเพื่อสร้าง circle ในการทำธุรกิจที่ดีและน่าสนใจขึ้น โดย No Brand มีจุดเด่นในเรื่อง การพัฒนาสินค้าที่เน้น smart value คือแพ็คเกจมินิมัลแต่คุณภาพมาเต็ม หรือจะเป็นเรื่องของซัพพลายเออร์และการเซพต้นทุนให้ลดลงได้

โดยในแต่ละปี No Brand จะออกสินค้าใหม่กว่า 300 รายการตามกระแสที่เข้ามา และตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ

ส่วน Tops จุดเด่นก็คือ เครือข่ายสาขาในตลาดไทย และความเข้าใจพฤติกรรมคนไทยว่าต้องการอะไร หรือโปรโมชั่นแบบไหนที่ดึงดูดลูกค้า

CRC มองว่าการเข้ามาของ No Brand จะทำให้พอร์ตธุรกิจสมบูรณ์ขึ้น หลากหลาย เพราะฐานลูกค้าระหว่าง Tops กับ No Brand เป็นคนละกลุ่มกัน

ปัจจุบันมีคนไทยถึง 91% ที่พร้อมจ่ายแพงขึ้น เพื่อแลกกับของที่มีคุณภาพขึ้น อย่างไรก็ตาม แต่ 79% มีความอ่อนไหวเรื่องราคาสูง และ 69% ของคนไทยชอบเปิดประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ รวมถึงร้านค้าใหม่ๆ ด้วย

ธนวัตร เผยทิ้งท้ายว่า ช่วงไตรมาส 3/2569 ร้าน No Brand เตรียมที่จะเปิดสาขาที่ 2 ส่วนแผนระยะสั้น 3 ปีตั้งใจที่จะเปิด No Brand ให้ครบ 10 สาขาในไทย

ดูจากเกมรุกของ CRC แล้ว การส่ง No Brand เข้าตลาดค้าปลีกในไทยถือเป็นการล้างตารางแข่งขันได้ดี เพราะยุคนี้สินค้าไหนที่ราคาเอื้อมถึงง่าย และมีไอเท็มฮิตที่ตรงใจคนรุ่นใหม่ นับว่าได้เปรียบอย่างมากในเกมธุรกิจยุคนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...