88TH ปั้น 3 แบรนด์ฮอต ปักธงรายได้ปีนี้โต 30%
#88TH #ทันหุ้น – 88TH ไฟเขียวปันผลหุ้นละ 0.1850 บาท ด้านผู้บริหาร ”นพรัตน์ มาลัยวงค์” กางเกมปี 69 ลุยปั้น 3 แบรนด์หลัก เร่งเปิดสินค้าใหม่ตลอดปี ปักธงรายได้โตกระหึ่ม 30% หนุน Quality Growth โตแกร่งระยะยาว
นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH เปิดเผยว่าคณะกรรมการบริษัท จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) เพื่อรายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2568 ที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 101 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง45.23 ล้านบาท หรือ 81.10% (YoY) ดันอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) จาก 11.67% ปีก่อน ทะยานขึ้นไปแตะ15.36% และพิจารณาวาระสำคัญต่างๆ โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติครบทุกวาระตามข้อเสนอของคณะกรรมการ สะท้อนถึงศักยภาพ และความเชื่อมั่นต่อธุรกิจของบริษัท
แจกปันผล
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิประจำปี2568 ในอัตราหุ้นละ 0.1850 บาท โดยวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) เป็นวันที่ 29 เมษายนนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ซึ่งสะท้อนถึงสถานะทางการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น
สำหรับกลยุทธ์ และทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทเร่งขับเคลื่อนการเติบโตสู่ความยั่งยืน ภายใต้การขับเคลื่อนผ่าน 3 แบรนด์หลัก ประกอบด้วย 1.กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ แบรนด์ LYO (ไลโอ) 2.กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบรนด์ Hone (โฮน) 3.กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบรนด์ ver.88 (เวอร์.88) โดยบริษัทเร่งวางกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อสนับสนุนการเติบโตของรายได้ โดยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อมุ่งสร้างการ รับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ควบคู่กับการสร้างยอดขาย (Conversion) ภายใต้แนวทางIntegrated Marketing Communication (IMC) ที่เชื่อมโยงทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ผ่าน 4 กลยุทธ์การขับเคลื่อนการเติบโต
§ การทำ Influencer Marketing อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้ง Macro และ Micro Influencer
§ การเลือก Brand Presenter ที่สะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน เช่น นุนิว สำหรับ LYO MY COLOR เป็นต้น
§ การใช้สื่อโฆษณา Out-of-Home (OOH) เพื่อเสริมการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง
§ การขับเคลื่อนยอดขายผ่าน Social Commerce และ Live Commerce
งบการตลาด
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดสรรงบประมาณการตลาดอย่างรอบคอบ โดยเน้นประสิทธิภาพความคุ้มค่า และผลตอบแทนจากการลงทุน(ROI) เพื่อเสริมความแข็งแรงของแบรนด์และสนับสนุนการเติบโตระยะยาวตามเป้าหมายที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ(Quality Growth) โดยคาดว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้นประมาณ 30% (YoY) จากปีก่อนการเติบโตดังกล่าวจะมาจากทั้งการเสริมความแข็งแรงของแบรนด์หลัก และการสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทยอยเปิดตัวตลอดทั้งปีนี้