โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือน “เวนิส” อาจต้องย้ายเมืองในอนาคต หลังถูกคุกคามจากน้ำทะเล

SpringNews

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

งานวิจัยใหม่เตือนว่าเมืองเวนิสของอิตาลีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก กำลังเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมาตรการป้องกันอาจไม่เพียงพอในระยะยาว และหากสถานการณ์เลวร้ายอาจต้องย้ายเมืองและโบราณสถานสำคัญออกจากพื้นที่ในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ไม่มีมาตรการปรับตัวใด ๆ ที่จะสามารถรักษาเมืองเวนิสของอิตาลีไว้ได้ เนื่องจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังเป็นภัยคุกคามที่จะจมเมืองทั้งเมือง

ในอนาคต “เวนิส” อาจต้องถูกบังคับให้ย้ายที่ตั้ง ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์กำลังเร่งหาวิธีปกป้องเมืองให้รอดพ้นจากภัยคุกคามของน้ำท่วมที่รุนแรงขึ้น

งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ได้ประเมินกลยุทธ์การปรับตัวที่มีอยู่และมาตรการที่เป็นไปได้สำหรับเมืองเวนิสของอิตาลี โดยพิจารณาจากการคาดการณ์ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากรายงานการประเมินครั้งที่ 6 ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (IPCC)

“เวนิส” เมืองมรดกโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) ที่ตั้งอยู่ภายในทะเลสาบเวนิส เผชิญปัญหาอุทกภัยเพิ่มมากขึ้นในช่วง 150 ปีที่ผ่านมา และเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว อิทธิพลของพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงที่พัดเข้าถล่มภูมิภาค ส่งผลทำให้ระบายน้ำล้น ถนนหลายสายกลายเป็นแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกราก

ก่อนหน้านี้เหตุน้ำท่วมรุนแรงในปี 2019 ได้ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และสร้างความเสียหายให้กับ “เวนิส” คหลายร้อยล้านยูโร รวมถึงมหาวิหารซานมาร์โค แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ทำให้ในปี 2023 ได้มีการติดตั้งกำแพงกระจกและแผนบูรณะซ่อมแซมมูลค่า 3.3 ล้านยูโร (ราว 125 ล้านบาท) เพื่อปกป้องโบสถ์อายุ 900 ปีแห่งนี้ที่ยังคงอยู่ภายใต้ความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเล

ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ได้เสนอแนวทางการปรับตัวที่เป็นไปได้ 3 ประการสำหรับเมืองเวนิส พร้อมเตือนว่าการดำเนินการอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งจำเป็น

ด้านผู้เขียนงานวิจัย ระบุว่า “เวนิส” เวเป็นตัวอย่างของความท้าทายที่พื้นที่ชายฝั่งระดับต่ำหลายแห่งจะต้องเผชิญเนื่องจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในอีกหลายศตวรรษข้างหน้า รวมถึง มัลดีฟส์และเนเธอร์แลนด์

“เวนิส” จะต้องย้ายเมืองหรือไม่?

นักวิจัยคาดว่า อาจจำเป็นต้องสร้างเขื่อนกั้นน้ำ หากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นมากกว่า 0.5 เมตร ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายในปี 2100 แม้ว่าจะควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้อยู่ในระดับต่ำก็ตามโดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 500 ล้านยูโรถึง 4,500 ล้านยูโร

เขื่อนประเภทนี้เป็นคันดินหรือสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมที่ทำจากดิน ทรายหรือหิน สร้างขึ้นตามแนวชายฝั่งหรือแม่น้ำเพื่อทำหน้าที่เป็นกำแพงป้องกันน้ำท่วม

อีกทางเลือกหนึ่ง คือ การปิดทะเลสาบด้วย “ซุปเปอร์เลวี” (Super Levee) หรือคันกั้นน้ำขนาดใหญ่เสริมความแข็งแกร่งที่อาจปกป้องเมืองจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นได้ถึง 10 เมตร อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสำหรับวิธีนี้อาจสูงกว่า 30,000 ล้านยูโร

ในฐานะทางเลือกสุดท้าย ผลการศึกษา ชี้ว่า การย้ายเมือง ผู้อยู่อาศัย และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อาจจำเป็นต้องทำ หากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเกิน 4.5 เมตร ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นหลังปี 2300 โดยมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 100,000 ล้านยูโร

นักวิจัย เตือนว่า การก่อสร้างสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ เช่น กำแพงกั้นน้ำถาวร อาจใช้เวลานานระหว่าง 30 – 50 ปี ทำให้จึงจำเป็นต้องวางแผนตั้งแต่เนิ่น ๆ

ไม่มีกลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับเวนิส

ศาสตราจารย์โรเบิร์ต นิโคลส์ (Robert Nicholls) จากศูนย์วิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทินดอลล์แห่ง มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย กล่าวว่า การวิเคราะห์ของทีมวิจัยแสดงให้เห็นว่าไม่มีกลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับเวนิส

แนวทางใดๆ ที่นำมาใช้จะต้องสร้างสมดุลระหว่างหลายปัจจัย รวมถึง ความเป็นอยู่ที่ดีและความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ อนาคตของระบบนิเวศในทะเลสาบ การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ตลอดจน ประเพณีและวัฒนธรรมของภูมิภาค

ศาสตราจารย์นิโคลส์ เสริมว่า พื้นที่ชายฝั่งในระดับต่ำที่มีประชากรอาศัยอยู่ทั่วโลกควรตระหนักถึงความท้าทายจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในระยะยาว และควรเริ่มพิจารณามาตรการการปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้

นอกจากนี้ แม้ค่าใช้จ่ายในการปกป้อง “เวนิส” จะสูงมาก แต่ด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรมของเมือง มาตรการปรับตัวใด ๆ ก็อาจไม่สามารถรักษาเวนิสในรูปแบบที่เห็นในปัจจุบันไว้ได้ในระยะยาว

ทำไมระดับน้ำทะเลใน “เวนิส” จึงสูงขึ้น?

“เวนิส” เผชิญความเสี่ยงต่อน้ำท่วมอยู่แล้วในช่วงน้ำขึ้นสูงในฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากตั้งอยู่ในทะเลสาบชายฝั่งที่ตื้น

ข้อมูลจากพิพิธภัณฑ์หลวงกรีนวิช (Royal Museums Greenwich) ระบุว่า ลมซิร็อกโก (Sirocco) ตามฤดูกาลยังสามารถก่อให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่งที่ดันน้ำจากทะเลเอเดรียติกเข้าสู่ทะเลสาบและเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปไปยังเมืองเวนิส เมื่อปรากฎการณ์น้ำขึ้นสูงและคลื่นพายุซัดฝั่งเกิดขึ้นพร้อมกับก็อาจทำให้สถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงมาก

ภาวะโลกร้อนยังเร่งให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทั่วโลก เนื่องจากการละลายของธารน้ำแข็งและการขยายตัวของน้ำทะเลเนื่องจากความร้อนเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น

ที่แย่ไปกว่านั้น ระดับพื้นดินของเมืองเวนิสกำลังทรุดตัวลงประมาณ 1 มิลลิเมตรต่อปี เนื่องจากการเคลื่อนตัวตามธรรมชาติของแผ่นดิน เนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การสูบน้ำบาดาลจากใต้ทะเลสาบ ซึ่งปัจจุบันถูกสั่งห้ามแล้ว

ที่มาEuronews

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...