โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาสากู้ภัยเปิดใจ นาทีชีวิตถูกเก๋งดำขวาง เบรกใส่ทั้งที่เปิดไซเรน ขณะไปรับยายวัย 82 หมดสติ รณณรงค์ ชี้อาจเข้าอาญา

Manager Online

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายปวีณ แหทอง อายุ 27 ปี อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดเมืองนนท์ ว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.54 น. ของวันที่ 2 มี.ค. 2569 ตนได้รับแจ้งจากสายด่วน 1669 ผ่านศูนย์กู้ชีพโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ให้เข้าช่วยเหลือผู้ป่วยสูงอายุมีอาการหมดสติอยู่ในขั้นวิกฤติ ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยติวานนท์ปากเกร็ด 27 อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

นายปวีณ เปิดเผยว่า ขณะนั้นพื้นที่อำเภอปากเกร็ดไม่มีรถกู้ชีพว่าง จึงต้องออกจากจุดพื้นที่แยกติวานนท์เพื่อเข้าไปสนับสนุน เมื่อขับรถมาถึงบริเวณห้าแยกปากเกร็ด หลังจากขึ้นอุโมงค์มาแล้ว พบว่ามีรถเก๋งสีดำคันหนึ่งเบี่ยงจากเลนซ้ายเข้ามาเลนขวา ขณะที่ด้านหน้ารถกู้ภัยของตนมีรถกระบะอยู่หนึ่งคันซึ่งพยายามหลบทางให้ แต่รถเก๋งสีดำคันดังกล่าวกลับขับมาขวางอยู่ด้านหน้ารถกู้ภัย

ตอนนั้นตนเปิดทั้งไฟสัญญาณและเสียงไซเรน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านลำโพงขอให้ช่วยหลบซ้าย เพราะมีผู้ป่วยหมดสติรออยู่ แต่รถคันดังกล่าวทำท่าเหมือนจะหลบ ก่อนจะเบรกใส่รถตน อีกทั้งยังพยายามกั๊กไม่ให้เปลี่ยนเลนด้วย ตอนนั้นตนไม่ได้คิดอะไรนอกจากอยากไปถึงผู้ป่วยให้เร็วที่สุด พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไปให้ทันเวลา แต่ก็รู้สึกว่ารถคันนั้นน่าจะตั้งใจไม่หลบทางให้ อย่างไรก็ตาม เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุพบว่า ผู้ป่วยหญิงอายุ 82 ปี ซึ่งหมดสติอยู่ ได้ถูกนำขึ้นรถกู้ชีพอีกคันหนึ่งแล้ว เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ได้ทัน

นายปวีณ กล่าวต่อว่า หากพบเห็นรถพยาบาลหรือรถกู้ภัยเปิดสัญญาณไฟและเสียงไซเรน ขอให้ช่วยหลีกทางให้ เพราะหากไม่มีเหตุฉุกเฉินจริง เจ้าหน้าที่คงไม่จำเป็นต้องเปิดสัญญาณเร่งด่วน แต่ในเคสนี้เป็นเหตุเร่งด่วนที่ต้องรีบให้การช่วยเหลือ “หนึ่งชีวิตก็มีค่า ไม่อยากให้ใครต้องสูญเสียคนที่รักไปเพียงเพราะรถฉุกเฉินไปไม่ทันเวลา”

ด้าน รณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ให้สัมภาษณ์แสดงความคิดเห็นในด้านกฎหมายเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 76 กำหนดไว้ชัดเจนว่า เมื่อผู้ขับขี่พบเห็นรถฉุกเฉินที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ โดยเปิดไฟสัญญาณแสงวับวาบหรือมีเสียงไซเรน ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องหลีกทางให้รถฉุกเฉินผ่านไปก่อนทันที หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท

นายรณณรงค์ กล่าวว่า แม้โทษตามกฎหมายจราจรจะดูเหมือนเป็นความผิดเล็กน้อย แต่หากการขับรถแช่เลนขวาหรือขวางทางรถพยาบาลหรือรถกู้ภัยนั้น เป็น “เหตุโดยตรง” ที่ทำให้ผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บในรถฉุกเฉินเสียชีวิต ผู้ขับรถอาจต้องรับผิดทางอาญาได้ โดยอาจเข้าข่ายความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือในบางกรณีหากมีพฤติการณ์ร้ายแรงและมีเจตนาชัดเจน ก็อาจถูกพิจารณาเป็นความผิดฐานกระทำโดยเจตนาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติการณ์และพยานหลักฐานในแต่ละกรณี

นอกจากนี้ นายรณณรงค์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า กฎหมายยังได้กำหนดเรื่องการขับรถตามหลังรถฉุกเฉินไว้ด้วย โดยผู้ขับขี่ต้องเว้นระยะห่างจากรถฉุกเฉินอย่างน้อย 50 เมตร หากฝ่าฝืนหรือขับตามกระชั้นชิด มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...