หนุ่มติดหูดหงอนไก่ แต่ไม่เคยจ้ำจี้ รู้ว่าติดยังไง บอกเลยดวงซวย
กลายเป็นเคสชวนตกใจที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโลกออนไลน์ เมื่อชายหนุ่มวัย 20 ปีรายหนึ่งในจีน ต้องเผชิญกับเรื่องไม่คาดคิด หลังพบตุ่มเนื้อผิดปกติขึ้นบริเวณจุดซ่อนเร้น ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน จนสุดท้ายเมื่อตัดสินใจไปพบแพทย์ กลับได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “หูดหงอนไก่” หรือ Genital Warts ทำเอาเจ้าตัวช็อกไม่น้อย
รายงานระบุว่า ชายหนุ่มรายนี้ใช้นามสมมติว่า “นายฟาม” โดยเขาเริ่มสังเกตเห็นว่า มีติ่งเนื้อเล็ก ๆ โผล่ขึ้นมาบริเวณ ฝีเย็บ หรือพื้นที่ระหว่างอัณฑะกับทวารหนัก หลังจากกลับจากการออกกำลังกายที่ฟิตเนสประจำ
ในตอนแรก เขาไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ และเข้าใจไปเองว่าอาจเป็นเพียงอาการระคายเคืองจากการสวมกางเกงออกกำลังกายที่รัดแน่นเกินไป จนเกิดการเสียดสีระหว่างออกกำลังกาย
แต่หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ ตุ่มเหล่านั้นกลับไม่ยุบหายไป แถมยัง เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มมีลักษณะขรุขระผิดปกติ จนเขารู้สึกกังวลอย่างหนัก
ด้วยความตกใจและอาย เขาพยายามจัดการเองด้วยการลองบีบออก แต่ไม่เป็นผล สุดท้ายจึงตัดสินใจไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
- ผลตรวจทำช็อก พบติดเชื้อ HPV และเป็น “หูดหงอนไก่”
หลังเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดกับ นพ.หวง ผิ่นรุ่ย หัวหน้าแผนกศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ แพทย์พบว่า ชายหนุ่มรายนี้ติดเชื้อ ไวรัส HPV (Human Papillomavirus) และมีภาวะ หูดหงอนไก่ โดยตรวจพบตุ่มมากกว่า 16 จุด และบางจุดมีขนาดใหญ่ถึง 1 เซนติเมตร
สิ่งที่ทำให้เจ้าตัวตกใจมากที่สุด คือเขายืนยันว่า ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน ซึ่งทำให้เกิดคำถามทันทีว่า แล้วเขาติดเชื้อมาได้อย่างไร
- หมอชี้ “ส่วนใหญ่” ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ยังมีโอกาสสัมผัสเชื้อทางอ้อมได้
แพทย์อธิบายว่า โดยทั่วไปแล้ว หูดหงอนไก่เป็นโรคที่มักเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV และติดต่อผ่านการสัมผัสทางเพศเป็นหลัก ข้อมูลจาก Mayo Clinic และ CDC ก็ระบุเช่นกันว่า Genital HPV และ Genital Warts ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสทางเพศหรือผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศโดยตรง
อย่างไรก็ตาม แพทย์ชี้ว่า ในบางกรณีอาจมี ความเป็นไปได้ของการรับเชื้อผ่านการสัมผัสทางอ้อม หากมีเงื่อนไขบางอย่างร่วมด้วย เช่น
- ผิวหนังมีรอยถลอกเล็ก ๆ
- ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
- สัมผัสพื้นผิวที่ไม่สะอาดหรือมีความชื้นสะสม
โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนใช้งานร่วมกันจำนวนมาก เช่น ห้องล็อกเกอร์ ห้องอาบน้ำ หรืออุปกรณ์ที่มีการสัมผัสต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้แพทย์ไม่ได้ฟันธงว่า “ติดจากฟิตเนสแน่นอน” แต่ชี้ว่า ฟิตเนสอาจเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงที่ควรระวัง หากสุขอนามัยไม่ดีพอ หรือมีการใช้ของร่วมกันโดยไม่ระวัง
ทั้งนี้ ข้อมูลทางการแพทย์ยังแยกชัดว่า HPV ที่ก่อหูดตามผิวหนังทั่วไป บางชนิดสามารถแพร่ผ่านการสัมผัสหรือของใช้ร่วมกันได้ ขณะที่ HPV ชนิดที่เกี่ยวกับอวัยวะเพศ มักพบว่าติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากกว่า ดังนั้นการสรุปสาเหตุแบบตรง ๆ ว่า “ติดจากดัมเบลหรือผ้าเช็ดตัวแน่นอน” จึงยังควรใช้ความระมัดระวังในการนำเสนอ
- เตือนชัด อย่าบีบ อย่าแกะเองเด็ดขาด
อีกหนึ่งจุดที่แพทย์เน้นย้ำอย่างมาก คือ ห้ามพยายามบีบ แกะ หรือขูดตุ่มออกเอง เพราะพฤติกรรมแบบนี้อาจทำให้เชื้อกระจายไปยังผิวหนังบริเวณข้างเคียงได้เร็วขึ้น และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้รอยโรคลุกลามมากกว่าเดิม
สำหรับการรักษาในเคสนี้ แพทย์ได้ทำการรักษาด้วย วิธีจี้ไฟฟ้า เพื่อกำจัดรอยโรคออก พร้อมทั้งแนะนำให้คนไข้ใส่ใจเรื่องสุขอนามัยมากขึ้น รวมถึงเปลี่ยนชุดชั้นในใหม่ และติดตามอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อเฝ้าระวังการกลับมาเป็นซ้ำ
ข้อมูลจาก Mayo Clinic ระบุว่า แม้หูดหงอนไก่จะรักษาให้ตุ่มยุบหรือหายไปได้ แต่เชื้อ HPV อาจยังคงอยู่ในร่างกาย และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีกในบางราย
วิธีป้องกันเบื้องต้นที่ไม่ควรมองข้าม
แม้กรณีนี้จะยังไม่สามารถยืนยันเส้นทางรับเชื้อได้แบบ 100% แต่แพทย์แนะนำว่า คนที่ใช้สถานที่สาธารณะร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะฟิตเนสหรือยิม ควรระวังเรื่องเหล่านี้ไว้เสมอ
- หลีกเลี่ยงการใช้ ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
- หลังใช้อุปกรณ์ออกกำลังกาย ควร เช็ดทำความสะอาดมือและร่างกาย
- หากมีแผลหรือรอยถลอก ควรดูแลให้สะอาดและหลีกเลี่ยงการเสียดสี
- หากพบตุ่มเนื้อหรือผื่นผิดปกติบริเวณอวัยวะเพศหรือรอบทวารหนัก ควร รีบพบแพทย์ทันที
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่ตัวโรคเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายคนปล่อยอาการไว้นาน หรือเลือกจัดการเองจนลุกลามหนักกว่าเดิม
ข้อมูลจาก SOHA