โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ระวังภัยเงียบ Sudden Death วัยทำงาน เสี่ยงเสียชีวิตกะทันหัน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลเมดพาร์ค กล่าวว่า วิกฤตการณ์การเสียชีวิตกะทันหัน หรือ "Sudden Death" เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับกลุ่มคนที่ดูเหมือนมีสุขภาพแข็งแรง เช่น นักธุรกิจวัยทำงาน นักฟุตบอล หรือนักวิ่งมาราธอน ซึ่งหลายกรณีเกิดจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

โดยสาเหตุและความรุนแรงของโรค ส่วนใหญ่มักมีปัญหาหลักเกิดจากเส้นเลือด ที่จะทำให้เสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว ถัดมาคือปริมาณการเสียเลือด ที่จะทำให้เสียชีวิตทันที และกลุ่มเสี่ยงไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุแต่คนรุ่นใหม่อายุ 20-40 ปี ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน

ดังนั้น โรงพยาบาลเมดพาร์คจึงได้พัฒนาโปรแกรมตรวจคัดกรองเพื่อช่วยให้ผู้ที่อยากมีชีวิตยืนยาว สามารถป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ได้ ด้วยการตรวจหาโรคล่วงหน้า ทั้งวางแผนผ่าตัดหรือซ่อมแซมเส้นเลือดเพื่อรักษาชีวิต ตลอดจนการป้องกันและติดตามผลระยะยาว (Follow-up) เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียและสามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ.ปิยะนาฏ ปรียานนท์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด กล่าวว่า ภาวะเสียชีวิตกะทันหัน หรือ Sudden Death มีสาเหตุมาจากระบบหัวใจสูงถึง 70% และ 80–90% ของผู้ป่วย Sudden Death เกิดจากระบบหัวใจและหลอดเลือด มักพบในกลุ่มผู้ป่วยอายุเฉลี่ย 50 ปีขึ้นไป แต่ในหลายกรณียังพบว่า โรคหัวใจหลายชนิดอาจไม่แสดงอาการชัดเจน

โดยเฉพาะในคนอายุน้อย นักกีฬาอาชีพ ขณะเดียวกันในปัจจุบันยังพบมากขึ้นในวัยทำงาน 20-40 ปี ที่มีความเครียดสะสมต่อเนื่อง เพราะความเครียดสามารถกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว อาจเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตกะทันหันได้สูงกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ ระบบสมองซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมการทำงานของร่างกาย ก็มีบทบาทสำคัญที่อาจส่งผลให้หัวใจหยุดเต้นได้ภายในเวลาอันสั้น

“ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจใสกรณีหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Heart Attack) พบว่า 1 ใน 3 มักจะหากมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย โดยจะมีอัตราการเสียชีวินเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และประมาณ 40% ของคนที่มีภาวะนี้ มักไม่รู้ตัวว่ามีปัญหาการนอนและมาพบแพทย์ด้วยอาการอื่น ส่วนผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ มีโอกาสเกิดปัญหาเสียชีวิตแบบเฉียบพลันได้ประมาณ 14%”

ด้าน พญ.สุรีย์รัตน์ ปันยารชุน แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด กล่าวว่า สถิตการเกิดภาวะ Sudden Death ในประเทศไทยยังไม่สามารถระบุและจำแนกได้ชัดเจนมากนัก เพราะสาเหตุส่วนใหญ่มาจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งทำให้เลือดหยุดไหลไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญ และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการเสียชีวิตอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสัญญาณเตือน

ในทางการแพทย์แล้ว ร่างกายอาจเคยส่งสัญญาณบางอย่างมาก่อน เช่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย เจ็บแน่นหน้าอก หรือวูบเป็นครั้งคราว แต่กลับถูกมองข้ามไป และไม่ได้เข้ารับการตรวจเชิงลึกอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง บางรายอาจเกิดขึ้นได้จากพันธุกรรม หากครอบครัวมีประวัติหรือสงสสัยในอาการควรตรวจหาสาเหตุเพื่อป้องกันไว้ก่อน

“แม้ภาวะเสียชีวิตกะทันหันจะดูเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดคะเนได้ แต่ในทางการแพทย์ความเสี่ยงเหล่านี้สามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจเชิงลึก ซึ่งลดความเสี่ยงการเสียชีวิตกะทันหันในกลุ่มคนทั่วไปได้ประมาณ 40 - 60% และ 60 - 80% ในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูง”

นพ.อุดม สุทธิพนไพศาล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา โรคหลอดเลือดสมอง และรังสีร่วมรักษาระบบประสาท กล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยที่มักถูกมองข้าม คือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ซึ่งทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง ร่างกายสูญเสียสมดุล และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และหากเกิดภาวะเลือดออกในสมองอย่างรุนแรง จะส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหัวใจ ทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ภายในเวลาไม่กี่นาที”

ผศ.นพ.จิรยศ จินตนาดิลก แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์การนอนหลับ และเวชศาสตร์โรคปอด กล่าวว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะที่รุนแรงได้ในขณะนอนหลับ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องหัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การตรวจคัดกรองเชิงลึกแบบเฉพาะทาง (Targeted Prevention) เป็นการตรวจเชิงลึกที่ครอบคลุมการประเมินความเสี่ยงรอบด้าน ได้แก่ ระบบหัวใจและหลอดเลือด สมองและระบบประสาท การนอนหลับ และโรคทางพันธุกรรม เพื่อค้นหาความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย ที่จะช่วยให้ “รู้ทันสัญญาณเตือนของโรค” เพื่อเปลี่ยนความเสี่ยงที่ไม่คาดคิด ให้กลายเป็นความเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...