เหงาจัดนักสไลด์! หนุ่มด่านนอกซิ่ง จยย. รีดพิษโชว์สาว พอถูกด่ารีบมุดหลังเสาไฟ…นึกว่าเล่นซ่อนหา!
เมื่อวันที่ 15 มี.ค. พ.ต.ต.ธนาเดช เทพพิมพา สารวัตรสอบสวน สภ.สะเดา จ.สงขลา ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จาก นางสาวนูรฮายาตี สะแลแม อายุ 32 ปี ชาวตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ว่า ถูกชายไม่ทราบชื่อ รูปร่างผอมสูง ผิวคล้ำ สวมหน้ากากอนามัยสีดำ ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามตั้งแต่บริเวณด่านพืชไปจนถึงพื้นที่บ้านพรุเตียว พร้อมก่อพฤติกรรมลามกอนาจารระหว่างขี่รถ
โดยน้องสาวของผู้เสียหายซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ได้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกคลิปเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน เมื่อผู้เสียหายและน้องสาวเห็นพฤติกรรมดังกล่าวจึงรีบขี่รถหลบหนี ขณะที่ชายคนดังกล่าวได้เลี้ยวหลบเข้าไปในซอยคอกแพะ ตำบลสำนักขาม
ต่อมา นางสาวรสธร บุญฤทธิ์ อายุ 42 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เปิดเผยว่า ขณะตนออกมาเดินออกกำลังกายบริเวณถนนในซอยคอกแพะ ได้พบชายต้องสงสัยคนดังกล่าวยืนอยู่ริมถนนข้างเสาไฟฟ้าและกำลังก่อพฤติกรรมอนาจารอยู่ข้างรถจักรยานยนต์
นางสาวรสธร ระบุว่า เมื่อเห็นเหตุการณ์จึงตะโกนตำหนิ ชายคนดังกล่าวจึงรีบหลบไปอยู่หลังเสาไฟฟ้า ตนจึงยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะรีบขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นานชายคนเดิมยังวนรถกลับมาอีกครั้งคล้ายต้องการให้เห็นพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้ตนรู้สึกตกใจและหวาดกลัว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าผู้ก่อเหตุอาจอยู่ในอาการมึนเมาสารเสพติด จึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี
ด้านนางสาวนูรฮายาตี ผู้เสียหาย กล่าวว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์มาตามถนนจากบริเวณด่านพืช ต.สำนักขาม พบว่ามีชายคนดังกล่าวขี่รถตามหลังมาโดยไม่ยอมแซง เมื่อตนและน้องสาวหันไปมองจึงพบว่าชายคนดังกล่าวกำลังก่อพฤติกรรมอนาจารระหว่างขี่รถ ทำให้ตกใจอย่างมาก จึงให้น้องสาวใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกคลิปเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน
ผู้เสียหายยังฝากเตือนผู้หญิงให้ระมัดระวังการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางเพียงลำพัง พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ขณะนี้สามารถทราบตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว โดยคาดว่าเป็นคนขี่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่บ้านด่านนอก ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สภ.สะเดา อยู่ระหว่างลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป